ข่าวลือจากคำทำนายของมังงะญี่ปุ่น "The Future I Saw" ว่าจะเกิดแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น เดือน ก.ค. 2568 กำลังส่งผลกระทบต่อธุรกิจการท่องเที่ยว โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวจีน และฮ่องกง แต่ไม่ใช่กับนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ โดยมีรายงานว่านักท่องเที่ยวแดนกิมจิลดลงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
17 ก.ค. 2568 สื่อต่างชาติรายงานเมื่อ 14 ก.ค. 2568 ระบุว่า คำทำนายว่าจะเกิดแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่นในเดือน ก.ค. 2568 ของเรียว ทัตสึกิ นักเขียนมังงะ หรือหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น และเป็นเจ้าของผลงาน "The Future I Saw: Complete Edition" ส่งผลกระทบต่อตัวเลขนักท่องเที่ยวหลายชาติโดยเฉพาะจีน และฮ่องกง ที่มีข่าวว่ายกเลิกการเดินทางจำนวนมาก แต่ข่าวลือนี้แทบไม่มีผลต่อนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ เพราะมีรายงานว่านักท่องเที่ยวลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
เรียว ทัตสึกิ มีชื่อเสียงจากการพยากรณ์เหตุแผ่นดินไหวและสึนามิครั้งใหญ่ของภาคโทโฮคุ เมื่อเดือน มี.ค. 2554 ในหนังสือการ์ตูนของทัตสิกิ ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2542 และในฉบับ "เสร็จสมบูรณ์" นี้มีการบรรยายความฝันของตนเองว่าจะมีภัยพิบัติในเดือน ก.ค. 2568
บริษัทนำเที่ยวเกาหลีใต้ 2 แห่งที่ใหญ่ที่สุดทั้งฮานะ ทัวร์ และโมดทัวร์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวโคเรีย ไทมส์ว่า ตัวเลขของลูกค้าในเดือน ก.ค.ปีนี้ (2568) น้อยกว่าในช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเล็กน้อยเท่านั้น ตัวแทนจากฮานะทัวร์กล่าวว่า ข่าวลือไม่ส่งผลให้ตัวเลขการยกเลิกการจองเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับโมดทัวร์ที่ให้สัมภาษณ์ว่า ความต้องการไปเที่ยวญี่ปุ่นยังคงที่ แม้ว่าจะมีข่าวลือแผ่นดินไหวใหญ่ก็ตาม พร้อมกล่าวว่า "ปีนี้ยอดจองลดลง แต่ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งบอกได้ว่า ข่าวลือไม่มีผล"
ข้อมูลของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐานและคมนาคม เกาหลีใต้ ชี้ว่า มีผู้เดินทางระหว่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นมากกว่า 11 ล้านคนในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2567 ถึง 10.7 เปอร์เซ็นต์
ในปี 2568 ยอดนักท่องเที่ยวเข้าญี่ปุ่นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น เผยว่า 3 เดือนแรกของปี มีนักท่องเที่ยว 10.5 ล้านคน ซึ่ง 2.36 ล้านคนมาจากจีนแผ่นดินใหญ่
แต่ข่าวลือนี้ทำให้ยอดนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ และฮ่องกง ลดลงอย่างเห็นได้ชัด บริษัทนำเที่ยวแห่งหนึ่งในฮ่องกง ระบุว่า ยอดจองลดลงครึ่งหนึ่งในช่วง เม.ย. และลดลงมากยิ่งขึ้นในอีก 2 เดือนถัดมา
ในเดือน เม.ย. 2568 บริษัทเกรทเตอร์ เบย์ แอร์ไลน์ ประกาศลดจำนวนเที่ยวบินไปเมืองเซนได ญี่ปุ่น ตั้งแต่ 12 พ.ค. ถึง 25 ต.ค. 2568 จาก 4 เป็น 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และลดเที่ยวบินไปยังเมืองโทคุชิมะ ญี่ปุ่นจาก 3 เป็น 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ด้วยเหตุผลว่าความต้องการลดลงจากคำพยากรณ์ว่าจะเกิดภัยพิบัติใหญ่ในญี่ปุ่น และมาจากนโยบายกำแพงภาษีการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา
นี่เป็นผลจากคำทำนายของมังงะจริงหรือ ?
ย้อนไปเมื่อ พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักข่าว CNN Travel สัมภาษณ์นักท่องเที่ยวจากเกาะฮ่องกง หลายคน หนึ่งในนั้นคือซาแมนธา ถัง หนึ่งในคนที่เลื่อนการเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ เดิมเธอจะไปเที่ยวในเดือน ส.ค.นี้ ที่จังหวัดวากายามะ ซึ่งอยู่ห่างจากจังหวัดโอซาก้า ลงมาประมาณ 50 ไมล์ แต่ก็ต้องลังเลใจ
“ทุกคนพูดกันเยอะมากว่าจะมีแผ่นดินไหว” อาจารย์สอนโยคะ กล่าว และระบุว่าเธอมักไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น ปีละครั้ง นับตั้งแต่วิกฤตการแพร่ระบาดโรคโควิด-19
ออสการ์ ชู ชาวฮ่องกง อายุ 36 ปี และมีประสบการณ์ไปเที่ยวญี่ปุ่นหลายครั้งในปีหนึ่ง ให้สัมภาษณ์กับ CNN Travel ว่าเขาก็เปลี่ยนใจเรื่องการเที่ยวญี่ปุ่นในปีนี้เหมือนกัน
“เลี่ยงได้ ก็จะดีที่สุด มันคงจะวุ่นวายมากๆ ถ้ามีแผ่นดินไหว” ชู กล่าว และระบุต่อว่า เขาไม่ได้กังวลเรื่องแผ่นดินไหวมากเท่าไรนัก แต่กังวลเรื่องความวุ่นวายในการเดินทางและการหยุดชะงักของเที่ยวบินที่จะตามมา
อย่างไรก็ดี ยังมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ยังไม่ลังเลที่จะไปเที่ยวญี่ปุ่น
ทั้งนี้ ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นประเทศที่มีแผ่นดินไหวมากที่สุดในโลก เนื่องจากที่ตั้งของประเทศอยู่บนแนววงแหวนแห่งไฟ หรือแนวเทือกเขามหาสมุทรแปซิฟิก คือ แนวภูเขาไฟที่ยังคงคุกรุ่นและร่องลึกก้นสมุทรที่มีความยาวรวมกันกว่า 40,000 กิโลเมตรในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของปรากฏการณ์แผ่นดินไหวกว่าร้อยละ 90 ที่เกิดขึ้นบนโลก
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า ยังแทบเป็นไปไม่ได้ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ ที่จะพยากรณ์ช่วงเวลา และสถานที่ที่จะเกิดแผ่นดินไหวได้อย่างแม่นยำ
แม้ว่าจะมีข่าวบนสื่อโซเชียลมีเดียจำนวนมากในเรื่องนี้ แต่ยังไม่ชัดเจนว่า การพยากรณ์ภัยพิบัติส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวมากแค่ไหน และตัวเลขทางสถิติยังยืนยันว่า ญี่ปุ่น ยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม
ตัวเลขจากองค์กรการท่องเที่ยวแห่งชาติญี่ปุ่น ระบุว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2568 ญี่ปุ่นมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่สุดจนทำลายสถิติ อยู่ที่ 10.5 ล้านคน
หน่วยงานการท่องเที่ยวระบุด้วยว่า ในจำนวน 10.5 ล้านคนนี้ เป็นนักท่องเที่ยวจีน ประมาณ 2.36 ล้านคน ที่มาเที่ยวที่ญี่ปุ่น ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้นถึง 78% จากปีก่อน (2567)
ในช่วงเดียวกันนี้ มีชาวฮ่องกงมาเที่ยวญี่ปุ่นประมาณ 647,600 คน ทำให้การเติบโตโดยรวมเพิ่มขึ้นถึง 3.9%
และนั่นเป็นเพียงนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเท่านั้น ยังไม่รวมนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่นๆ ที่ไปเยือนญี่ปุ่น
เมื่อ มี.ค.ที่ผ่านมาเดือนเดียว มีนักท่องเที่ยวอเมริกัน มาเที่ยวประมาณ 343,000 คน ชาวแคนาดา 68,000 คน และออสเตรเลีย 85,000 คน
วิก ชิน จากฮ่องกง หนึ่งในคนไม่เปลี่ยนแผนการไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น แม้ว่าจะได้ยินข่าวเรื่องการพยากรณ์จากมังงะชื่อดังก็ตาม เขาบอกว่าเขายังไปเที่ยวญี่ปุ่นในปีนี้เช่นเดิม โดยไปที่กรุงโตเกียว และโอซากา เมื่อ มิ.ย. ที่ผ่านมา
“การพยากรณ์การเกิดแผ่นดินไหว ไม่เคยแม่นยำนะ” ชิน กล่าว
หรือต่อให้มีแผ่นดินไหวขึ้นมาจริงๆ “ญี่ปุ่นก็เคยรับมือภัยพิบัตินี้มาแล้วหลายครั้ง ไม่น่าจะเลวร้ายเกินไปนักในแง่ของการจัดการภัยพิบัติ” เขากล่าวเพิ่ม
ทั้งนี้ประเทศญี่ปุ่น ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งประเทศที่มีแผ่นดินไหวมากที่สุด เนื่องจากภูมิประเทศที่ตั้งอยู่บนวงแหวนไฟของมหาสมุทรแปซิฟิก คือ แนวภูเขาไฟที่ยังคงคุกรุ่นและร่องลึกก้นสมุทรที่มีความยาวรวมกันกว่า 40,000 กิโลเมตร ในมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของปรากฏการณ์แผ่นดินไหวกว่าร้อยละ 90 ที่เกิดขึ้นบนโลก
อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า แทบจะเป็นไปไม่ได้ตามหลักวิทยาศาสตร์ที่จะพยากรณ์ช่วงเวลาและสถานที่เกิดแผ่นดินไหวอย่างแม่นยำ
แปลและเรียบเรียงจาก
https://edition.cnn.com/2025/05/19/travel/japan-trips-canceled-fortune-tellers-comic-book-intl-hnk
https://mainichi.jp/english/articles/20250516/p2a/00m/0na/002000c
