พม่านองเลือด ปราบผู้ประท้วงเสียชีวิตวันเดียว 59 ราย

อิระวดีระบุว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานอุตสาหกรรมทอผ้า 2 แห่งชานนครย่างกุ้ง โรงงานแห่งหนึ่งเจ้าของเป็นชาวจีน อีกแห่งเจ้าของเป็นชาวไต้หวัน ขณะที่กองทัพพม่าปราบปรามผู้ประท้วงอย่างนองเลือด เมื่อวันอาทิตย์มีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้ว 59 ราย

ภาพบรรยากาศการประท้วงที่เขตอุตสาหกรรมหล่ายตายา นครย่างกุ้ง
ภาพบรรยากาศการประท้วงที่เขตอุตสาหกรรมหล่ายตายา นครย่างกุ้ง
 

15 มี.ค. 2564 สำนักข่าวท้องถิ่น อิระวดี รายงานวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา ระบุเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานอุตสาหกรรมทอผ้า 2 แห่งในเขตอุตสาหกรรมหล่ายตายา ชานนครย่างกุ้ง โดยโรงงานหนึ่งมีเจ้าของเป็นชาวจีน และอีกแห่งมีชาวไต้หวันเป็นเจ้าของ ขณะที่การปราบผู้ประท้วงชาวพม่ายังรุนแรงต่อเนื่อง โดยเมื่อวาน มีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันทั้งสิ้น 59 ราย 

อ้างอิงแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่ในเขตอุตสาหกรรมหล่ายตายา ระบุว่า โรงงานทอผ้าที่เกิดเหตุเพลิงไหม้เป็นของบริษัท Global Fashion ซึ่งสนับสนุนโดยกลุ่มนักธุรกิจชาวจีน และบริษัทชางหยี่ ซึ่งเป็นโรงงานทำรองเท้าจากต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งดำเนินงานโดยนักธุรกิจไต้หวัน 

คณะกรรมการบริษัทแห่งการบริหารการลงทุนและบริษัท (Directorate of Investment and Company Administration - DICA) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐที่ดูแลเรื่องการลงทุนในพม่า เปิดเผยข้อมูลของ Global Fashion (โกลบอลแฟชั่น) ระบุว่าเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างนักธุรกิจจีน 4 คน กับนักธุรกิจพม่า โดยจดทะเบียนเมื่อปี 2018 

ขณะที่บริษัทชางหยี่ มีเจ้าของเป็นนักธุรกิจไต้หวัน 2 คน จดทะเบียนเมื่อปี 2014 และจากข้อมูลของบริษัทเมื่อปี 2020 ระบุว่ามีพนักงานทำงานในโรงงานทั้งสิ้น 9,000 คน    

ทั้งนี้ เหตุเพลิงไหม้ยังอยู่ในระหว่างสอบสวนหาสาเหตุ และยังไม่มีกลุ่มหรือองค์กรใดออกมารับผิดชอบ

ภาพกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากเขตหล่ายตายา ชานเมืองย่างกุ้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามผู้ประท้วง
ภาพกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจากเขตหล่ายตายา ชานเมืองย่างกุ้ง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามผู้ประท้วง
 

ขณะที่รายการข่าวโทรทัศน์ภาคภาษาอังกฤษของสถานีวิทยุโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน ‘ไชน่าโกลบอลเทเลวิชันเน็ตเวิร์ก’ (China Global Television Network - CGTN) ระบุว่าผู้ร่วมก่อเหตุวางเพลิงโรงงานของชาวจีน มีมากกว่า 20 คน และขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ 

นอกจากนี้ CGTN ยังระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ก่อเหตุมีการพกกระบองเหล็ก ขวาน และน้ำมัน ฝ่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าไปในโรงงาน ก่อนที่จะวางเพลิงบริเวณทางเข้า และคลังเก็บสินค้า 

ด้านสำนักข่าว “Paukphaw” รายงานเมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2564 อ้างรายงานโฆษกสถานทูตจีนในเมียนมา ระบุว่าเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 14 มี.ค. 2564 มีคนบุกเข้าไปขโมยของ และวางเพลิงโรงงานของชาวจีนในเขตหล่ายตายา นครย่างกุ้ง 

นอกจากนี้ โฆษกของสถานทูตจีนระบุว่า ชาวจีนหลายคนบาดเจ็บ และพนักงานบางคนติดอยู่ข้างในขณะเกิดเหตุไฟไหม้ 

ขณะที่สถานทูตจีนหารือกับหอการค้าจีน-พม่า ร้องขอตำรวจท้องถิ่นเมียนมาดำเนินมาตรการที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้บริษัทที่คนจีนเป็นเจ้าของและพลเมืองจีนปลอดภัย 

โฆษกสถานทูตจีน ระบุเพิ่มว่า จีนต้องการให้กองทัพพม่าดำเนินมาตรการเพิ่มเติม เพื่อหยุดการกระทำที่ใช้ความรุนแรง รวมถึงสืบสวนและจัดการผู้ก่อการตามหลักกฎหมาย และรับประกันความปลอดภัยด้านชีวิตและทรัพย์สินของบริษัทและพลเมืองของจีนที่อาศัยภายในประเทศ

‘เราขอเรียกร้องให้ประชาชนในพม่าแสดงออกด้านข้อเรียกร้องตามหลักกฎหมาย และหยุดการยั่วยุหรือการกระทำที่กัดกร่อนมิตรภาพระหว่างจีนและพม่า’ โฆษกระบุ

ขณะที่สำนักข่าว ไทยพีบีเอส รายงานวันนี้ 15 มี.ค. 2564 อ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าวท้องถิ่น Myanmar Now ระบุว่าข้อมูลจากโรงพยาบาล 3 แห่งในนครย่างกุ้ง เปิดเผยตัวเลขผู้ชุมนุมเสียชีวิตจากวันอาทิตย์ที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา ทั้งสิ้น 59 ราย จากกรณีสลายการชุมนุมด้วยอาวุธในเขตอุตสาหกรรมหล่ายตายา ส่งผลให้มีผู้ชุมนุมเสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมมากที่สุดนับตั้งแต่การทำรัฐประหาร ซึ่งคิดเป็นเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์จากผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมในพม่าทั้งหมด 126 ราย ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีผู้ป่วยที่มีอาการฉุกเฉินกำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล

รายงานสรุปของสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (AAPP) ระบุว่านับตั้งแต่กองทัพพม่าทำรัฐประหาร 1 ก.พ. จนถึงวันที่ 14 มี.ค. มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 126 ราย มีผู้ถูกจับกุมดำเนินคดี 2,156 ราย และขณะนี้มีผู้ที่ถูกควบคุมตัว 1,837 ราย 

คณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพสัญญาจะทำปฏิวัติ ล้มรัฐประหาร 

มานวินข่ายตาน หัวหน้ารักษาการสภาคู่ขนาน หรือคณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ (Committee Representing Pyidaungsu Hluttaw หรือ CRPH) ที่ได้รับการแต่งตั้งจากสมาชิกคณะกรรมการฯ ซึ่งเป็น ส.ส. ที่ชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปีที่แล้ว ก่อนถูกกองทัพยึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 แถลงให้คำมั่นจะทำการปฏิวัติ ล้มรัฐประหาร

มานวินข่ายตาน หัวหน้ารักษาการ CRPH
มานวินข่ายตาน หัวหน้ารักษาการ CRPH
 

มานวินข่ายตาน ที่ตอนนี้กำลังหลบหนีการจับกุม พร้อมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคสันนิบาตแห่งชาติ หรือ เอ็นแอลดี ออกแถลงการณ์ต่อสาธารณชนครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2564 ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียยอดฮิตของคนเมียนมา ‘เฟซบุ๊ก’ 

“นี่เป็นช่วงเวลาที่มืดมนของชาติ และช่วงเวลาแห่งรุ่นอรุณที่ใกล้เข้ามา” มานวินข่ายตาน กล่าว 

CRPH ประกาศจุดยืนสร้างรัฐสหพันธรัฐประชาธิปไตย และไม่นานมานี้มีการพบปะกับตัวแทนจากองค์กรติดอาวุธชนกลุ่มน้อยที่ใหญ่ที่สุดในเมียนมา ซึ่งคุมพื้นที่ขนาดใหญ่ทั่วประเทศตั้งแต่ฝั่งตะวันออกจนถึงฝั่งใต้ มีบางคนในกลุ่มออกมาสนับสนุนแนวทางกลุ่ม CRPH   

“เพื่อจุดมุ่งหมายในการสถาปนาระบอบสหพันธรัฐประชาธิปไตย ซึ่งพี่น้องชาติพันธุ์ทั้งมวล ผู้บอบช้ำจากการถูกกดขี่ข่มเหงต่าง ๆ นานาจากเผด็จการทหารมาหลายทศวรรษ ต้องการอย่างแท้จริง การปฏิวัติครั้งนี้คือโอกาสสำหรับพวกเราที่จะพยายามด้วยกันทำให้เกิดขึ้นจริง” มานวินข่ายตาน กล่าว

แถลงการณ์ของเขาได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นต่อผู้ที่เข้ามาคอมเมนต์ในเฟซบุ๊ก “สู้เขานะ ท่านประธานาธิบดี คุณคือความหวังของพวกเรา เราจะยืนข้างคุณ” ผู้ใช้แอ็กเคานต์รายหนึ่งในเฟซบุ๊ก กล่าว

ก่อนหน้านี้ กองทัพพม่าประกาศให้ CRPH เป็นกลุ่มผิดกฎหมาย และทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้จะถูกดำเนินคดีด้วยข้อหากบฎ ซึ่งมีโทษคือประหารชีวิต

ขณะที่กลุ่ม CRPH ออกมาตอบโต้กองทัพ โดยประกาศว่า ‘กองทัพพม่าคือกลุ่มก่อการร้าย’ 

มานวินข่ายตาน กล่าวว่า CRPH จะพยายามออกกฎหมายที่จำเป็น ซึ่งประชาชนมีสิทธิปกป้องตนเอง และบริหารรัฐกิจจะได้รับการจัดการโดย ‘ทีมบริหารชั่วคราวของประชาชน’ (interim people’s administration team)  

ขบวนการอารยะขัดขืนถูกจุดประกายโดยเจ้าที่รัฐอย่างแพทย์ และอาจารย์ ก่อนที่จะขยายเป็นวงกว้างไปสู่การนัดผละงานทั่วประเทศ ซึ่งทำให้เศรษฐกิจหลายภาคส่วนเป็นอัมพาต และมีเจ้าหน้าที่รัฐเป็นจำนวนมากปฏิเสธการทำงานให้กองทัพพม่า 
 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์