"เราไม่ยอมรับการเลือกตั้งจอมปลอม" ครบรอบ 5 ปี รปห.พม่า แรงงานพม่าในไทยชุมนุม เรียกร้องให้นานาชาติไม่ยอมรับการเลือกตั้ง 'จอมปลอม' ฟอกขาว 'มินอ่องหล่าย' สืบทอดอำนาจ กดดันกองทัพพม่าปล่อยตัวนักโทษการเมือง-คืนประชาธิปไตยให้ประชาชน
1 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (1 ก.พ.) ที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ สำหรับเอเชียแปซิฟิก (UNESCAP) ถ.ราชดำเนิน แรงงานชาวพม่าในไทย จัดชุมนุมในวาระครบรอบ 5 ปี รัฐประหารเมียนมา โดยมีข้อเรียกร้องให้นานาชาติร่วมคว่ำบาตรการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดโดยกองทัพพม่า
สุรัช กีรี สมาชิกของกลุ่ม Bright Future ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้เป็นการชุมนุมเนื่องในวาระครบรอบ 5 ปี รัฐประหาร ซึ่งเป็นวันที่ประชาชนถูกขโมยสิทธิเสรีภาพไปครบ 5 ปีแล้ว และวันนี้พวกเขามีข้อเรียกร้องหลักก็คือขอให้นานาชาติร่วมกันคว่ำบาตรการเลือกตั้งของกองทัพพม่า เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งจอมปลอม ฟอกขาวให้กองทัพพม่าสืบทอดอำนาจต่อ
ย้อนไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว (2564) กองทัพพม่านำโดยพลเอกอาวุโส มินอ่องหล่าย ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพพม่า ได้ทำรัฐประหารชิงอำนาจไปจากรัฐบาลพลเรือนนำโดย พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ NLD
การยึดอำนาจดังกล่าวทำให้มีประชาชนในพม่าออกมาประท้วงโดยสันติวิธี มีการประท้วงหยุดงาน และการทำอารยขัดขืนรูปแบบต่างๆ แต่กลับถูกกองทัพพม่าใช้ความรุนแรงและอาวุธสงครามเข้าปราบปรามจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้ประชาชนหันไปจับอาวุธลุกขึ้นสู้ ส่งผลให้สถานการณ์สงครามกลางเมืองของพม่ากลับมารุนแรงจนถึงปัจจุบัน
สถานการณ์การเมืองในเมียนมา ณ ปัจจุบัน กองทัพพม่าได้จัดการเลือกตั้งทั่วไปเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งเป็นการจัดการเลือกตั้งครั้งแรกนับตั้งแต่รัฐประหารปี 2564 แม้ว่ายังไม่มีการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ แต่มีการคาดการณ์ว่าพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) นอมินีของกองทัพพม่า สามารถคว้าชัย โดยได้จำนวนที่นั่ง สส. ทั้งสิ้น 193 ที่นั่งจากทั้งหมด 209 ที่นั่งของสมาชิกผู้แทนราษฎร และ 52 ที่นั่งจาก 78 ที่นั่งของสภาสูง แต่อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการเลือกตั้ง "จอมปลอม"
สุรัช กล่าวว่า เหตุผลที่ทำให้ขาวพม่าออกต่อต้านการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะพวกเขาอยากได้ประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งของกองทัพพม่า เป็นเสมือนการต่ออายุหรือสร้างความชอบธรรมให้ผู้นำเผด็จการอยู่ในอำนาจต่อ มันคือการเลือกตั้งจอมปลอม ที่ชาวพม่าทั่วโลกไม่ยอมรับ
นอกจากปัญหาข้างต้น การเลือกตั้งครั้งนี้กองทัพพม่ามีการทำลายคู่แข่งคนสำคัญอย่างพรรค NLD โดยการยุบพรรคฯ และตัดสิทธิห้ามไม่ให้ลงสมัครเลือกตั้ง โดยอ้างว่าไม่ยอมทำตามกฎหมายเลือกตั้งพม่า และยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ เนื่องจากอยู่สภาวะสงครามการเมือง อีกทั้ง กองทัพพม่ามีการใช้กฎหมาย ควบคุม และปราบปรามผู้ที่ออกมารณรงค์คัดค้านการเลือกตั้งของพม่าครั้งนี้อีกด้วย
ก่อนหน้านี้ เลือกตั้งพม่าจัดมาแล้ว 2 ครั้ง คือ วันที่ 28 ธ.ค. 2568 และ 11 ม.ค. 2569 โดยมีผู้มาใช้สิทธิจำนวน 55% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ซึ่งน้อยกว่าการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2563 ซึ่งมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งสูงถึง 70%
เมื่อสอบถามว่ากังวลสถานการณ์การเมืองในเมียนมาหลังจากนี้หรือไม่ สุรัช ให้ความเห็นส่วนตัวว่า เขาไม่เป็นห่วงสถานการณ์การเมืองบ้านเกิดเท่าไร เพราะมองว่าต่อไปอิทธิพลของกองทัพพม่าจะลดลง และกองกำลังชาติพันธุ์จะแยกออกไปปกครองตัวเองมากขึ้น
“ทางเราจะสู้จะได้รับชัยชนะเป็นของเรา ไม่มีวันยอมรับมินอ่องหล่ายเป็นรัฐบาลอยู่แล้ว” แกนนำ Bright Future กล่าวทิ้งท้าย
เวลา 15.10 น. สุรัช อ่านแถลงการณ์เนื่องในวาระ 5 ปีของการทำรัฐประหารที่ล้มเหลวของมินอ่องหล่าย เขาขอส่งข้อเรียกร้องถึงผู้ยึดมั่นในประชาธิปไตย ประชาคมโลก และสหประชาชาติ จำนวน 3 ข้อหลัก ประกอบด้วย
1. ให้ร่วมกันคว่ำบาตรการเลือกตั้งจอมปลอม ซึ่งกำลังฟอกขาวให้คณะรัฐประหารเมียนมา และไม่ได้เป็นการเลือกตั้งที่สามารถนำไปสู่ระบอบประชาธิปไตยในเมียนมาได้อย่างแท้จริง
2. ให้กดดันกองทัพเมียนมาให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองทุกคน และปล่อยตัวอองซานซูจี ออกมารักษาภายนอก เพราะก่อนหน้านี้เมื่อ 15 ม.ค. 2569 คิม อาริส ลูกชายคนเล็กของอองซานซูจี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เผยว่า เขาไม่ได้รับการติดต่อจากแม่ของเขามานานแล้ว และยังมีความเป็นห่วงเรื่องสุขภาพของเธอด้วย
3. ท้ายที่สุดให้ช่วยกันกดดันกองทัพเมียนมาให้ส่งคืนอำนาจประชาธิปไตยให้กับประชาชนเมียนมาโดยเร็ว
เวลาประมาณ 15.30 น. แรงงานพม่าได้ยุติการชุมนุม และออกจากพื้นที่หน้า UNESCAP


