พรรคร่วมฝ่ายค้านแถลงจี้นายกฯ ลาออก เหตุบริหารประเทศล้มเหลว-ไทย(ไม่)ชนะ

6 พรรคร่วมฝ่ายค้านแถลงการณ์จี้นายกฯ ลาออก หลังบริหารประเทศล้มเหลวทั้งโควิด-19, เศรษฐกิจ และปัญหาทุจริต เอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง พร้อมเตรียมยื่นเอกสารให้ ป.ป.ช. พิจารณาดำเนินคดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามรัฐธรรมนูญ ม.53 และ ม.157

28 เม.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (28 เม.ย.) เวลา 10.00 น. ที่อาคารรัฐสภา พรรคร่วมฝ่ายค้านจำนวน 6 พรรค ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อชาติ พรรคประชาชาติ และพรรคพลังปวงชนไทย ออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อกดดันให้นายกรัฐมนตรีลาออก เนื่องจากบริหารประเทศล้มเหลว ไร้ประสิทธิภาพในการจัดการโรคระบาดโควิด-19 และเศรษฐกิจ ทั้งยังมีปัญหาการทุจริตเพื่อตนเองและพวกพ้อง โดย สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้าน เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์

พรรคร่วมฝ่ายค้านระบุว่าจะให้ฝ่ายกฏหมายรวบรวมข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพื่อดำเนินคดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และจะยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ไต่สวน พล.อ.ประยุทธ์ กรณีมีพฤติการณ์จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 53 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

สำหรับแถลงการณ์พรรคร่วมฝ่ายค้านฉบับเต็ม มีรายละเอียดดังนี้

ตามที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เข้ายึดอำนาจการปกครองและเข้าบริหารราชการแผ่นดินรวมเวลาที่อยู่ในอำนาจเกือบ 7 ปีเต็ม แต่การบริหารประเทศของพลเอกประยุทธ์ฯ และคณะรัฐมนตรี กลับล้มเหลวเกือบทุกด้าน สร้างปัญหาและผลกระทบต่อประเทศ และความทุกข์ยากเดือดร้อนแก่ประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะในสภาวะวิกฤตปัจจุบัน ดังนี้

1. ล้มเหลวและมีความผิดพลาดในการจัดการการระบาดของโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดหาวัคซีน การกระจายวัคซีน การฉีดวัคซีน จนกลายเป็นประเทศที่มีจำนวนวัคซีนและฉีดวัคซีน อันดับท้ายๆในภูมิภาค นอกจากนั้นรัฐบาลกลับเป็นต้นตอเสียเองในการระบาดในหลายๆระลอก ความล้มเหลวในการควบคุมการระบาด จนกลายเป็นประเทศที่อัตราการแพร่เชื้อต่อคนสูงที่สุดในโลกในช่วงเวลาหนึ่ง การจัดการเรื่องเตียง และ ICU ผิดพลาดจนประชาชนต้องนอนรอความตายโดยไม่สามารถเข้าสู่ระบบสาธารณสุขได้

2. ล้มเหลวในการบริหารจัดการด้านเศรษฐกิจ ตลอดเวลาที่บริหารมาเกือบ 7 ปีกว่าก็ย่ำแย่อยู่แล้ว การระบาดของโควิด-19 ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ล้มเหลวที่สุดในโลกด้านเศรษฐกิจ และเป็นหนึ่งในประเทศที่ฟื้นตัวช้าที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน ด้านเศรษฐกิจปากท้องพี่น้องประชาชนยากลำบากจากมาตรการเยียวยาที่ผิดพลาด ไม่ตรงจุด ไม่เพียงพอ ธุรกิจล้มตายจำนวนมากเพราะมาตรการด้านสินเชื่อล้มเหลว แรงงานว่างงานมากสุดในรอบกว่าสิบปี พี่น้องประชาชนเข้าสู่ภาวะไม่ตายเพราะโรค ก็ตายเพราะไม่มีจะกิน

3. ล้มเหลวในการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของคนทั้งประเทศ สนับสนุนพวกพ้อง ทำลายผู้เห็นต่าง สร้างความแตกแยกในสังคมอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน อาศัย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯเป็นเครื่องมือและข้ออ้าง เพื่อดำรงไว้ซึ่งผลประโยชน์และอำนาจของตน โดยไม่ได้ใช้เพื่อการควบคุมการระบาดแต่อย่างใด หลอกลวงประชาชนเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียงเพื่อต้องการรักษาอำนาจและต่อท่ออำนาจของตนเองให้ขยายออกไป นอกจากนี้ภายใต้กลไกของรัฐธรรมนูญ ปี 2560 แม้จะมีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นมากมาย แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครเอาผิดได้ จนทำให้การทุจริตคอรัปชั่นในช่วงของรัฐบาลนี้สูงสุดเป็นประวัติการณ์

พรรคร่วมฝ่ายค้านเห็นว่า ความล้มเหลว ไร้ความสามารถ ไร้ประสิทธิภาพ ทุจริตคอรัปชั่นเพื่อตนเองและพวกพ้อง ไร้ทิศทางในการบริหารราชการแผ่นดินเหล่านี้ ถ้าปล่อยไป รังแต่จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศและประชาชนจนไม่สามารถกอบกู้กลับมาได้ กลายเป็นความเสียหายถาวรต่อประเทศ โดยประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศที่พ่ายแพ้ต่อโควิด-19 และพ่ายแพ้ด้านเศรษฐกิจ อย่างไม่น่าให้อภัย พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงเห็นว่า เพื่อระงับความเสียหายที่จะเกิดขึ้น รัฐบาลจำเป็นต้องยุติบทบาทในการบริหารประเทศโดยทันทีด้วยการลาออก เพื่อเปิดโอกาสให้มีรัฐบาลมืออาชีพ มีความรู้ความสามารถ ไม่ยึดติดอยู่กับอำนาจและผลประโยชน์เข้ามาบริหารประเทศ

นอกจากนี้ รัฐบาลนี้มักใช้อำนาจเพื่อสั่งการจากบนลงล่าง ไม่เคารพในการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นผ่านรัฐธรรมนูญ ปี 2560 และการบริหารราชการแผ่นดินในช่วงที่ผ่านมา ต้นเหตุมาจากรัฐธรรมนูญที่ท่านวาดหวังให้เป็นฐานรองรับเจตนาสืบทอดอำนาจ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อตัวท่านและพวกท่านเท่านั้น พรรคร่วมฝ่ายค้านจึงเห็นว่า หากเราต้องการก้าวไปสู่ประเทศที่เป็นประชาธิปไตย มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตัดต้นตอของปัญหาซึ่งประกอบด้วยรัฐธรรมนูญ 2560 และรัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยการผลักดันให้ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติให้มีผลบังคับใช้ เพื่อจัดทำประชามติยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับเก่า แล้วจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชน  ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะเกิดขึ้นคู่ขนานไปกับการเดินหน้ายกเลิกอำนาจของวุฒิสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรี เพื่อป้องกันไม่ให้อดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นการตัดวงจรสืบทอดอำนาจของระบอบเผด็จการอย่างถาวร

ทั้งนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ร่วมกัน ให้ฝ่ายกฏหมายรวบรวมข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพื่อดำเนินคดีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยจะยื่นหนังสือขอให้ ปปช. ไต่สวนและมีความเห็น กรณีมีพฤติการณ์จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาญาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 53 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงโดยได้ปล่อยปละละเลยไม่ปฏิบัติตามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ทำให้เชื้อโรคโควิด 19 กลับมาแพร่ระบาดใหญ่ ประชาชนต้องล้มป่วยและเสียชีวิตไปจำนวนมากต่อไป

สุดท้ายนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตหัวหน้าคณะรัฐประหาร จะเห็นแก่ประโยชน์ของประเทศชาติ เพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ จึงต้องลาออกจากตำแหน่งสถานเดียว และไม่กระทำการใดๆ ที่จะเป็นการวางกับดัก ต่อท่ออำนาจของตนเองต่อไป

28 เม.ย. 2564

สำนักข่าวมติชน รายงานว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล จะเดินหน้าเรียกร้องให้มีการทำประชามติว่าประชาชนต้องการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมถึงจะผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 เพื่อตัดอำนาจ ส.ว. และจะไม่รับข้อเสนอการแก้รัฐธรรมนูญจากฝั่งรัฐบาล โดยเฉพาะข้อเสนอของ ไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส. จากพรรคพลังประชารัฐ นอกจากนี้ พิธา ยังเสนอแผนกลยุทธ (roadmap) ในการหาทางออกให้กับประเทศ ทั้งหมด 3 ข้อ ได้แก่ 1. รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออกทันที 2. จัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวเพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์โควิด-19 และแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัดข้ออำนาจของ คสช. โดยเร่งด่วน และ 3. ยุบสภา โดยต้องจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว

ด้าน วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยว่าควรกระจายอำนาจ ไม่ควรรวมอำนาจไว้ที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง พร้อมขอพลังจากประชาชน ภาควิชาการ และภาคประชาสัมคม ให้ร่วมกันแสดงออกว่าไม่ต้องการรัฐบาลที่ทำงานล้มเหลวเช่นนี้

ส่วน พ.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาบริหารประเทศด้วยการยึดอำนาจ และบังคับใช้คำสั่ง คสช. แทนกฎหมาย ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ชอบธรรมอย่างยิ่ง อีกทั้งตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาบริหารประเทศ เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง โดยยกตัวอย่างการบริหารจัดการด้านต่างๆ ที่ล้มเหลว เช่น ไม่สามารถควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ พร้อมเน้นย้ำว่า ส.ว. 250 คน คือกลไกลสืบทอดอำนาจของ คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งตนเคยพูดเรื่องนี้ไปแล้วในการประชุมสภาครั้งแรกหลังการเลือกตั้งปี 2562

ทั้งนี้ สมพงษ์ ผู้นำวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเตรียมการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. และคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายใน 2 วัน พร้อมเผยว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก ผู้ที่สมควรดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะเป็นใครก็ได้ที่มาอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ หากจะเป็นคนในพรรคร่วมรัฐบาลก็ไม่ขัดข้อง

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์