Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'ทักษิณ' ออกจากเรือนจำ 'คลองเปรม' แล้ว หลังได้รับการพักโทษรอบที่ 2 ท่ามกลางบรรยากาศประชาชน คนเสื้อแดง สมาชิกครอบครัวชินวัตร มารอต้อนรับกันอย่างคับคั่ง พร้อมเปิดเงื่อนไขพักโทษ 11 ข้อ ของกรมคุมประพฤติ ติด EM จนกว่าจะพ้นโทษ

 

11 พ.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊ก The Reporters และ The Standard รายงานวันนี้ (11 พ.ค.) เวลาประมาณ 7.25 น. บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม ครอบครัวชินวัตร ประกอบด้วย แพทองธาร ชินวัตร, พานทองแท้ ชินวัตร, พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์, ปิฎก สุขสวัสดิ์, ณัฐฐิญา ปวงคำ, ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์, เยาวเรศ ชินวัตร, พายัพ ชินวัตร และศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือ ‘ไปป์’ ลูกชายของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี, วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ แกนนำและ สส.พรรคเพื่อไทย เช่น ภูมิธรรม เวชยชัย, วิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.แบบบัญชีรายชื่อ, ขัตติยา สวัสดิผล สส.แบบบัญชีรายชื่อ, ชูศักดิ์ ศิรินิล, จิราพร สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด, ชญาภา สินธุไพร สส.ร้อยเอ็ด, พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในสมัยรัฐบาลทักษิณ และ เผ่าภูมิ โรจนสกุล, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำ นปช. และประชาชนจำนวนที่มารอปักหลักต้อนรับทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วัย 76 ปี หลังจากมีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักโทษกรณีทั่วไป

ต่อมา เวลา 07.40 น. ทักษิณ เดินออกจากเรือนจำ โดยสวมเสื้อสีขาว และกางเกงขายาว ก่อนสวมกอดครอบครัวและญาติที่มารอต้อนรับ จากนั้นได้เดินทักทายบรรดาแกนนำและ สส.พรรคเพื่อไทย รวมถึงประชาชนคนเสื้อแดงที่มารอต้อนรับ ก่อนจะเดินไปเคารพธงชาติที่เสาธงบริเวณสนามหญ้าหน้าเรือนจำ และขึ้นรถออกจากเรือนจำคลองเปรม เดินทางไปรายงานตัวที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 บางกอกน้อย เพื่อรายงานตัวตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ก่อนที่จะเดินทางกลับบ้าน

สำหรับเงื่อนไขการพักโทษของทักษิณ ต้องติดกำไล EM จนกว่าจะพ้นโทษในวันที่ 9 ก.ย. 2569 รวมถึงต้องรายงานตัวตามกำหนด ห้ามออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตจนถึงวันที่พ้นโทษ ต้องประกอบอาชีพสุจริต ห้ามประพฤติตนให้เสื่อมเสีย ห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อาวุธ หรือวัตถุระเบิด และต้องปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของเจ้าพนักงานคุมประพฤติอย่างเคร่งครัด 

เวลา 9.00 น. ทักษิณ เดินทางถึงบ้านจันทร์ส่องหล้า ก่อนเปิดกระจกรถยนต์ เพื่อทักทายประชาชนที่มารอต้อนรับ

โดยทักษิณ ให้สัมภาษณ์ครั้งแรก หลังจากได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำคลองเปรม เผยว่า ตัวเองไปจำศีลมา 8 เดือน ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว ส่วนในด้านสุขภาพยังดีอยู่ 

ทั้งนี้ มีรายงานว่าในวันที่ 12 พ.ค.นี้ ทักษิณ จะเดินทางไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลพระราม 9 เพื่อเป็นการเช็กอัปร่างกาย หลังจากถูกควบคุมตัวนาน 8 เดือน

สำหรับคดีความที่ทักษิณ รับโทษมีทั้งสิ้น 3 คดีความ ตามคำพิพากษาทักษิณ ต้องรับโทษจำคุก 8 ปี หลังจากที่ตัวเขาเดินทางกลับเข้าประเทศไทยด้วยเครื่องบินส่วนตัว เมื่อปี 2566 ซึ่งทันทีที่ถึงก็เดินทางไปที่กระทรวงยุติธรรมเพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย แต่ในช่วงกลางดึกของวันเดียวกันนายทักษิณ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากโรคประจำตัวกำเริบ และพักรักษาตัวอยู่ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจเรื่อยมา

ต่อมา เมื่อ 31 ส.ค. 2566 ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษเหลือโทษจำคุกต่อไปอีก 1 ปี เพื่อจะได้ใช้ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ช่วยเหลือและทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ สังคม และประชาชน ตามที่นายทักษิณได้ยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ

เมื่อ 18 ก.พ. 2567 ทักษิณ เดินทางออกจากโรงพยาบาล เพื่อไปคุมประพฤติที่บ้านจันทร์ส่องหล้า เนื่องจากเข้าเกณฑ์พักโทษเนื่องจากนักโทษที่มีอายุมากกว่า 70 ปี และมีโรคประจำตัวร้ายแรง ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยเรื่องการรับโทษของทักษิณ ว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ จนที่สุด ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอให้ศาลไต่สวนการบังคับโทษ ซึ่งศาลฎีกาฯ ได้รับเรื่องและดำเนินการไต่สวนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ และแพทย์พยาบาล โรงพยาบาลตำรวจ

ต่อมาเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2568 ศาลฎีกาฯ สั่งให้นำตัวทักษิณ กลับไปจำคุกเป็นเวลา 1 ปี โดยไม่นับรวมช่วงเวลาที่พักรักษาตัวบนชั้น 14 ของโรงพยาบาลตำรวจ จึงทำให้ทักษิณ ต้องกลับเข้าสู่เรือนจำคลองเปรมอีกครั้งจนได้รับการพักโทษรอบที่ 2 วันนี้ 

ทักษิณ ได้รับโทษมาแล้ว 8 เดือน (243 วัน) หรือ 2 ใน 3 ของจำนวนโทษที่ได้รับ 1 ปี จึงเข้าหลักเกณฑ์การพักโทษ ซึ่งคณะกรรมการพักโทษ (กระทรวงยุติธรรม) มีมติอนุมัติพักโทษทักษิณ ชินวัตร รอบที่ 2

เปิดเงื่อนไข 11 ข้อ กรมควบคุมความประพฤติ

ในวันเดียวกัน กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ออกแถลงการณ์ชี้แจงขั้นตอนการดำเนินการกรณีการปล่อยตัวพักการลงโทษ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนและสื่อมวลชน ภายหลังจากที่กรมราชทัณฑ์ ได้แจ้งมติของคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ (ครั้งที่ 4) เมื่อวันที่ 29 เม.ย. 2569 ซึ่งเห็นชอบให้ปล่อยตัวพักการลงโทษนักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ ชินวัตร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค. 2569 ไปจนกว่าจะพ้นโทษและพ้นจากการพักการลงโทษในวันที่ 9 ก.ย. 2569

ในด้านขั้นตอนการปฏิบัติงานทันทีที่ได้รับการปล่อยตัว พนักงานคุมประพฤติจากสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่เดียวกันกับเรือนจำที่ปล่อยตัว ได้ดำเนินการติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ให้แก่ ทักษิณในทันที 

หลังจากนั้น ทักษิณจะต้องเดินทางไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ ณ สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลพื้นที่พักอาศัยของผู้อุปการะ ภายในระยะเวลา 3 วัน

ทั้งนี้ กรมคุมประพฤติได้กำหนดเงื่อนไขและข้อปฏิบัติที่ผู้ได้รับการพักการลงโทษจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ซึ่งระบุไว้ในหนังสือสำคัญพักการลงโทษ จำนวน 11 ข้อ 

  1. การพักอาศัย: ต้องพักอาศัยอยู่กับผู้อุปการะตามที่อยู่ที่กำหนดไว้ หากต้องการย้ายที่อยู่หรือเปลี่ยนผู้อุปการะ จะต้องยื่นคำร้องและได้รับอนุมัติจากพนักงานคุมประพฤติก่อน
  2. การเคารพกฎหมาย: ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ หากฝ่าฝืนและถูกลงโทษโดยเจ้าพนักงาน ไม่ว่าสถานใด ต้องแจ้งให้พนักงานคุมประพฤติทราบทุกครั้ง
  3. การประกอบอาชีพ: ต้องประกอบอาชีพที่สุจริต หากมีการเปลี่ยนสถานที่ทำงาน ต้องแจ้งให้ทราบทุกครั้ง หรือแจ้งในการรายงานตัวครั้งถัดไปหากมีเหตุจำเป็น
  4. การรายงานตัวและฟื้นฟู: ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานคุมประพฤติ เข้าร่วมกิจกรรมแก้ไขฟื้นฟู และต้องมารายงานตัวเดือนละ 1 ครั้ง
  5. การเดินทาง: ห้ามเดินทางออกนอกเขตพื้นที่จังหวัด เว้นแต่มีกิจธุระสำคัญซึ่งต้องขออนุญาตจากพนักงานคุมประพฤติก่อน
  6. ความประพฤติ: ห้ามประพฤติตนในทางที่นำมาซึ่งความเสื่อมเสีย
  7. สิ่งเสพติดและอาวุธ: ห้ามยุ่งเกี่ยวกับสารระเหย ยาเสพติดให้โทษ อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน หรือวัตถุระเบิดทุกชนิดโดยเด็ดขาด
  8. การติดต่อบุคคลในเรือนจำ: ห้ามเข้าเยี่ยมหรือติดต่อกับผู้ต้องขังอื่นที่ไม่ใช่ญาติ ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำหรือสถานกักกัน
  9. การคบหาสมาคม: ห้ามคบหาสมาคมกับบุคคลที่มีพฤติกรรมหรืออาจชักนำไปสู่การกระทำความผิดซ้ำ
  10. เงื่อนไขพิเศษ: (ไม่มีการกำหนดเงื่อนไขพิเศษเพิ่มเติม)
  11. การพกพาเอกสารสำคัญ: ต้องพกและแสดงหนังสือสำคัญพักการลงโทษ ต่อเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจ หรือเจ้าพนักงานเรือนจำเมื่อถูกเรียกตรวจ หากสูญหายต้องรีบแจ้งขอรับฉบับใหม่ หากไม่สามารถแสดงได้ อาจถูกควบคุมตัวส่งเรือนจำ

ในตอนท้าย กรมคุมประพฤติได้เน้นย้ำถึงบทลงโทษว่า หากทักษิณฝ่าฝืนเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง พนักงานคุมประพฤติมีหน้าที่ต้องรายงานผลการคุมความประพฤติเสนอต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ เพื่อพิจารณาเพิกถอนการพักการลงโทษ และนำตัวกลับเข้าสู่เรือนจำต่อไป 

วันนี้ สื่อมวลชนได้มีการสัมภาษณ์ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงกรณีที่วันนี้ทักษิณ ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำคลองเปรม มาพักโทษที่บ้านจันทร์ส่องหล้า โดยสื่อถามว่า อนุทิน จะเดินทางไปเยี่ยมหรือไม่ ซึ่งอนุทินตอบเพียงสั้นๆ ว่า "โหยดีใจ" ก่อนเดินขึ้นตึกภักดีบดินทร์ เพื่อเป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการประชุมประจำปีของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569

สำหรับกระแสการกลับมาของทักษิณ ชินวัตร ในครานี้ มีคำถามด้วยว่า อดีตนายกฯ ผู้นี้จะยังเดินบนเส้นทางทางการเมืองต่อไปหรือไม่ หลังพรรคเพื่อไทย พ่ายแพ้การเลือกตั้งเมื่อ ก.พ. 2569 และเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคภูมิใจไทย 

ภาพบรรยากาศประชาชนมารอต้อนรับทักษิณ ชินวัตร หน้าเรือนจำคลองเปรม เมื่อ 11 พ.ค. 2569 (ที่มา: Voice TV)

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง