60 ปี วาทะ 'เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ' ครูครอง กับคำพูดสุดท้ายที่ยังมีชีวิต

ครบรอบ 60 ปี การประหาร ครูครอง จันดาวงศ์ ด้วย ม.17 ของจอมพลสฤษดิ์ กับวาทะ "เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ" ที่ยังคงไม่ตายและยังรับใช้ปัจจุบันโดยเมื่อต้นปีศาลเพิ่งสั่งจำคุกหนุ่มระยอง 4 เดือน แต่รอลงอาญา 2 ปี คดี 116 โปรยใบปลิวคำนี้ต้านรัฐประหาร

31 พ.ค.2564 ครบรอบ 60 ปี การประหารชีวิต ครอง จันดาวงศ์ ครูและผู้เป็นกำลังสำคัญของขบวนการเสรีไทยสายภูพาน นักสู้เพื่อความเท่าเทียมและเสมอภาค เจ้าของฉายา "วีรบุรุษสว่างแดนดิน"

"เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ" ครอง กล่าว ก่อนโดนประหารด้วยลูกปืนที่ อำเภอสว่างแดนดิน เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2504 ตามมาตรา 17 ซึ่งให้อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดกับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ โดยอ้างว่าเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประเทศชาติ

สำหรับ ครอง เขาชนะเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎร จ.สกลนคร ในนามพรรคแนวร่วมเศรษฐกร แต่อยู่ได้เพียง 10 เดือน จอมพลสฤษดิ์ ก็ก่อรัฐประหารตัวเองขึ้นครองอำนาจ ยกเลิกระบอบรัฐสภาและการเลือกตั้ง ใช้รัฐธรรมนูญปกครองประเทศเพียง 20 มาตรา จากนั้นก็ลงมือกวาดล้างนักหนังสือพิมพ์และนักการเมืองฝ่ายค้าน 

ตามบทความของ อิทธิเดช พระเพ็ชร ที่เผยแพร่ทางประชาไทเมื่อ ก.ย.61 ระบุถึง ข้ออ้างในการประหาร ครอง ว่า “อาศัยอำนาจตามมาตรา 17 แห่งธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร และโดยมติคณะรัฐมนตรี ในการประชุมเมื่อวันอังคารที่ 30 พ.ค. 2504 จึงให้กรมตำรวจจัดการประหารชีวิต นายครอง จันดาวงศ์ กับนายทองพันธ์ สุทธิมาศ เพื่อรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของราชอาณาจักรและราชบัลลังก์สืบไป ให้กรมตำรวจปฏิบัติตามคำสั่งนี้ โดยเร็วที่สุด สั่ง ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2504 จอมพล ส. ธนะรัชต์ นายกรัฐมนตรี”

คำสั่ง ให้ประหารชีวิต ครองกับทองพันธ์ ด้วยมาตรา 17 ถูกอ่านโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยศพลตำรวจโทนายหนึ่ง ณ บริเวณสนามหลังอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ซึ่งถูกแปรสภาพให้กลายเป็นสถานที่ประหารชีวิต เมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2504 ณ เวลาประมาณเที่ยงตรง

การต่อสู้ทางการเมืองของ ครูครอง

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการต่อสู้ทางการเมืองของ ครอง เว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรม รายงานไว้ว่า ครอง เป็นอดีตเสรีไทยสายอีสานร่วมกับเตียง ศิริขันธ์ อีกทั่งยังเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร มีการต่อต้านคัดค้านระบอบการปกครองที่ไม่เป็นประชาธิปไตยมาโดยตลอด เคยถูกจับข้อหาเป็นกบฏแบ่งแยกดินแดนเมื่อปี 2491 และกบฏสันติภาพเมื่อปี 2495 ถูกปล่อยตัวออกมาในช่วงพ.ศ. 2500 ในกรณีนิรโทษกรรมกึ่งพุทธกาล ช่วงที่จอมพลสฤษดิ์ รัฐประหารโค่นจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีการยุบสถาและเปิดให้มีการเลือกตั้งในปีเดียวกัน ครูครองลงสมัคร ส.ส.ก็ได้เป็น ส.ส.จังหวัดสกลนคร  จนกระทั่งจอมพลสฤษดิ์ ก่อการรัฐประหารครั้งที่สองเพื่อยึดอำนาจใน พ.ศ.2501 พร้อมกับปกครองในระบอบเผด็จการเต็มรูปแบบ ยกเลิกระบอบรัฐสภาและยุติการเลือกตั้ง จากนั้น ก็ได้กวาดล้างปราบปรามนักหนังสือพิมพ์และนักการเมืองฝ่ายค้านจำนวนมาก

ในตอนแรกนั้นครูครองไม่ได้ถูกกวาดล้างในรอบแรกนี้ ครูครองจึงต้องออกจากส.ส. มาประกอบอาชีพเป็นครูควบคู่กับการทำเกษตรกรและค้าขายที่สกลนคร รวมถึงยังคงทำงานร่วมกับประชาชนเช่นเดิม โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะจัดตั้งให้ชาวนาชาวไร่รวมตัวกันเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นสำคัญ ครูครองได้แนะนำการทำเกษตรกรโดยให้ชาวบ้านลงแขกเพื่อช่วยเหลือกันในการทำนา พร้อมกันนั้นเขาก็ได้ต่อต้านอำนาจเผด็จการไปด้วย

ครองและเพื่อนมีการจัดตั้งสมาคมลับที่ชื่อ “สามัคคีธรรม” เพื่อทำการต่อต้านอำนาจเผด็จการ และอบรมสั่งสอนประชาชนที่ทุกข์ยากให้รู้จักถึงความสำคัญของชนชั้นกรรมาชีพ ครูครองทำการต่อต้านอำนาจเผด็จการจนกระทั่งถูกล้อมจับในวันที่ 6 พ.ค.2504 ท้ายที่สุดก็ถูกคำสั่งประหารชีวิตด้วยมาตรา 17 ของจอมพลสฤษดิ์ โดยไม่มีการไต่สวนพิจารณาคดีแต่อย่างใด 

เพลง ครูครอง จันดาวงษ์ โดย วงสะเลเต

"เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ" ในปัจจุบันกับคดีความของผู้ใช้ จำคุกหนุ่มระยอง 4 เดือน แต่รอลงอาญา 2 ปี

"เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ" ถูกนำมาใช้รณรงค์ต่อต้านรัฐบาลทหารของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะเป็นการแขวนป้ายผ้าพร้อมข้อความนี้หรือการโปรยใบปลิว เช่น กรณีการนำใบปลิว “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ 7 ส.ค. Vote No” ไปเสียบบริเวณลานจอดรถ ในช่วงก่อนหน้าการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งสามารถ ขวัญชัย ถูกดำเนินคดีในข้อหาตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2559 มาตรา 61 (1) วรรคสอง แต่ต่อมา 24 เม.ย.60 ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้อ่านคำพิพากษายกฟ้อง และคดีถึงที่สุดแล้วเพราะหลังอัยการไม่อุทธรณ์

26 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่ศาลจังหวัดระยอง พลวัฒน์ วโรดมพุฒิกุล อดีตพนักงานช่างเทคนิคประจำโรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดระยอง เดินทางไปตามนัดอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ซึ่งถูกกล่าวหาในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากการโปรยใบปลิวที่มีข้อความ “ตื่น!!! และลุกขึ้นสู้ได้แล้ว… ผู้รักประชาธิปไตยทุกคน…เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ” เพื่อต่อต้านการรัฐประหาร ในจังหวัดระยองเมื่อปี 2558

โดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาเห็นพ้องกับศาลชั้นต้น โดยศาลเห็นว่าการกระทำของจำเลยมีลักษณะยุยงปลุกปั่น ใบปลิวมีข้อความชักชวนประชาชนให้ลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งอาจก่อให้เกิดความปั่นป่วน วุ่นวาย กระด้างกระเดื่อง ประชาชนทั่วไปจะเดือดร้อนจากการกระทำดังกล่าว จึงมิใช่การติชมโดยสุจริต ตัดสินจึงลงโทษจำคุก 4 เดือน แต่ให้รอลงอาญา 2 ปี เนื่องจากไม่เคยกระทำผิด โดยจำเลยเตรียมฎีกาต่อไป

คดีนี้เกิดขึ้นในช่วงคืนวันที่ 21 มี.ค.2558 เมื่อพบว่ามีผู้นำใบปลิวกระดาษ A4 พิมพ์ข้อความดังกล่าว และยังมีภาพมือชูสามนิ้ว และรูปพื้นหลังเป็นกรณีการประหารชีวิต “ครูครอง จันดาวงศ์” ในใบปลิวไปโปรยกระจายในพื้นที่ 4 จุด ภายในจังหวัดระยอง ได้แก่ ที่หน้าโรงเรียนอนุบาลระยอง, ทางเข้าสวนศรีเมือง, หน้าโรงเรียนระยองวิทยาคม และม้าหินอ่อนหน้าวิทยาลัยเทคนิคระยอง ก่อนที่นายพลวัฒน์จะถูกเจ้าหน้าที่ทหารเข้าจับกุมเมื่อวันที่ 27 มี.ค.2558 และถูกคุมตัวในค่ายทหารไว้เป็นเวลา 1 คืน ก่อนนำตัวไปแจ้งข้อกล่าวหาที่ สภ.เมืองระยอง ในวันรุ่งขึ้น

ต่อมาเขาได้รับการประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 70,000 บาท แต่ต้องต่อสู้คดีในศาลทหาร ซึ่ง คสช.ประกาศให้พิจารณาคดีพลเรือนที่ถูกกล่าวหาในความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงในขณะนั้น นายพลวัฒน์ยังถูกกล่าวหาเพิ่มเติมในข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) จากการโพสต์รูปใบปลิวดังกล่าวเผยแพร่ในเพจ “ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย (ศนปท.)” อีกด้วย

ขณะที่วานนี้มีกิจกรรมรำลึก ครูครอง ที่หลักประหาร สนามบินลับเสรีไท สว่างแดนดิน สกลนคร ซึ่งปัจจุบันสำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษา เขต2สกลนคร

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์