ศบค.ยกเลิกเข้าประเทศแบบไม่กักตัว-ขอคนไทยงดไปต่างประเทศ เพื่อป้องกันโอมิครอน

22 ธ.ค. 2564 ศบค. แถลงปรับมาตรการป้องกันสายพันธุ์โอมิครอนโดยยกเลิกการเดินทางเข้าประเทศแบบไม่ต้องกักตัว ระหว่าง 22 ธ.ค. 2564 - 4 ม.ค. 2565 และขอความร่วมมือคนไทยงดเดินทางไปต่างประเทศโดยไม่จำเป็น พร้อมขอให้เวิร์กฟอร์มโฮมหลังช่วงปีใหม่เพื่อป้องกันการระบาด ส่วนผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันนี้ 2,532 คน เสียชีวิต 31 คน

พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค ในฐานะผู้ช่วยรองโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงถึงการปรับมาตรการเพื่อป้องกันโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) ว่ามีการปรับมาตรการสำหรับผู้ที่จะเดินทางเข้าราชอาณาจักร โดยระงับการลงทะเบียนเทสต์แอนด์โก (Test & Go) และแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) ไว้ชั่วคราว ระหว่า 22 ธ.ค. 2564 - 4 ม.ค. 2565 ยกเว้นภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ยังลงทะเบียนและเดินทางมากักตัวได้ตามเดิม

สำหรับผู้ที่ได้รับอนุมัติให้เดินทางเข้ามาก่อนปรับมาตราการ ประมาณ 200,000 คน พญ.สุมนี กล่าวว่า ยังคงเข้ามาได้ตามเงื่อนไขเดิม แต่เพิ่มการตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR เป็นครั้งที่ 2 ในโรงพยาบาลรัฐและเอกชนที่กำหนด ระหว่างวันที่ 5 หรือ 6 ของการเดินทางให้ได้ 100% โดยรัฐบาลเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการตรวจครั้งที่ 2 และต้องติดตามตัวเพื่อติดตามอาการได้ผ่านแอปพลิเคชั่นหมอชนะในช่วง 7 วันแรกของการเดินทาง

กรณีนักท่องเที่ยวหลุดจากระบบการติดตาม ผู้ช่วยรองโฆษก ศบค. กล่าวว่า ขอให้ทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็นโรงแรมที่รับนักท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ และการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย มีความเข้มงวดเป็นพิเศษ เนื่องจากต้องพยายามสกัดกั้นไม่ให้สายพันธุ์โอมิครอนระบาดเป็นวงกว้าง

พญ.สุมนี ยังย้ำด้วยว่า หลังเดินทางเข้าราชอาณาจักร นักท่องเที่ยวที่ตรวจ RT-PCR แล้ว ต้องรอผลอยู่ภายในห้องพักเท่านั้น เมื่อทราบผล RT-PCR เป็นลบจึงออกจากห้องได้ เนื่องจากเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงมาก และขณะเดินทางท่องเที่ยวต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา พกแอลกอฮอล์เจลเพื่อทำความสะอาดมือ และเว้นระยะห่างเมื่อเข้าในพื้นที่ชุมนชน ก่อนตรวจหาเชื้อตามเวลาที่กำหนดในโรงพยาบาลในพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีการปรับมาตรการสำหรับคนไทย โดยผู้ช่วยรองโฆษก ศบค. ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่รัฐห้ามลาไปต่างประเทศ ยกเว้นมีเหตุจำเป็น ส่วนคนไทยที่จะเดินทางต่างประเทศ ให้พิจารณา ชะลอ ยกเลิกการเดินทางที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะประเทศทางยุโรป อเมริกา แอฟริกา ตะวันออกกลาง โดยขอให้ตรวจ ATK ก่อนเดินทางทุกครั้ง โดยเฉพาะการเดินทางที่ใช้เวลานานหรือมีความแออัด และส่งเสริมให้ฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึง และเพิ่มการฉีดเข็มกระตุ้น รวมถึงย้ำมาตรการในการจัดกิจกรรมช่วงปีใหม่ การเดินทางกลับภูมิลำเนา และการกลับมาทำงาน ควรตรวจ ATK ก่อนและหลังเดินทาง

พญ.สุมนี กล่าวว่า ที่ประชุม ศบค. ยังขอความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐให้เจ้าหน้าที่ทำงานที่บ้าน หรือเวิร์กฟอร์มโฮม (work from home) ให้ได้มากที่สุดหลังช่วงปีใหม่ เพื่อป้องกันการระบาดด้วย

สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันที่ 22 ธ.ค. 2564 ว่า พบผู้ติดเชื้อยืนยันใหม่ 2,532 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 2,443 คน ติดเชื้อจากต่างประเทศ 41 คน ติดเชื้อในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 48 คน ผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,199,061 คน และกรมควบคุมโรคยังรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อเข้าข่ายจากการตรวจด้วยแอนติเจนเทสต์คิต (antigen test kit: ATK) มีผลเป็นบวก 788 คน ซึ่งไม่ถูกนับรวมเป็นผู้ป่วยยืนยัน

ด้านจำนวนผู้เสียชีวิต 31 คน อายุระหว่าง 38-97 ปี 90% ของผู้เสียชีวิตมีอายุ 60 ปีขึ้นไปหรือมีโรคเรื้อรัง เสียชีวิตสะสมทั้งหมด 21,471 คน อัตราการเสียชีวิต 0.98%

ผู้ป่วยรักษาหาย 3,191 คน ยังรักษาอยู่ 38,202 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 845 คน ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 231 คน ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว 44,653,467 คน คิดเป็น 61.99% ของประชากร ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้ว 5,276,521 คน คิดเป็น 7.32% ของประชากร

ผู้ช่วยรองโฆษก ศบค. ยังตอบคำถามสื่อมวลชน 3 ข้อ ดังนี้ 

1. ต่อประเด็นคำถามว่า หลัง 4 ม.ค. 2565 จะเริ่มกลับมาใช้ Test & Go อีกหรือไม่นั้น จากที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ เมื่อวานนี้ มีการชี้แจงว่า มาตรการที่ได้ออกไปจะต้องมีการประเมินสถานการณ์ว่าหลังจากมีการออกมาตรการไปแล้ว สถานการณ์การติดเชื้อโอมิครอนทั่วโลกและภายในประเทศไทยเป็นอย่างไร เพื่อนำมาปรับรูปแบบการวางแผนว่ามาตรการจะเป็นไปในทิศทางไหน โดยวันที่ 4 ม.ค. 2565 จะเป็นวันที่ประเมินสถานการณ์ก่อน ยังไม่ได้พิจารณาว่าจะลดหรือเพิ่มมาตรการ

2. คำถามเรื่องคนไทยที่จะกลับเข้ามาประเทศไทย ต้องมีมาตรการอย่างไร ศบค. ชี้แจงว่า สำหรับคนไทยที่กำลังจะเดินทางกลับเข้าประเทศ ยืนยันว่าไม่ว่าจะคนไทยหรือชาวต่างชาติ ใช้มาตรการเดียวกันคือ ยังคงต้องกักตัว และตรวจ RT-PCR 2 ครั้ง 

3. คำถามเรื่องกำหนดการเปิดด่านบริเวณชายแดน จ.หนองคาย โดยให้เข้ามาแบบ Test & Go ศบค. กล่าวว่า การเปิดพื้นที่หนองคายเป็นการเปิดในลักษณะ Test&Go ซึ่งเป็นการเปิดพื้นที่ Test&Go ทางบกที่แรกที่มีการพูดคุยเพื่อทำเป็นพื้นที่นำร่อง แต่เนื่องด้วยสถานการณ์ในขณะนี้ที่เราปิดระบบ Test&Go ทางอากาศไปแล้ว สำหรับการเปิด Test&Go ทางบกก็ยังต้องเลื่อนออกไปก่อน โดยจะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดทั้งทางที่หนองคายและทางชายแดนประเทศลาวที่ติดกับหนองคาย

ในช่วงท้าย ผู้ช่วยรองโฆษก ศบค. เน้นย้ำว่า ไม่ว่าจะโควิด-19 สายพันธุ์ไหน สามารถป้องกันได้ด้วยการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 แบบครอบจักรวาล (Universal Prevention) ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา การเว้นระยะห่าง การล้างมือ การตรวจ ATK เป็นระยะ การไม่ใช้ของใช้กับผู้อื่น และกลุ่มเสี่ยง อาทิ ผู้สุงอายุ กลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรจะออกจากบ้านเมื่อจำเป็นเท่านั้น เลี่ยงการสัมผัสหน้ากากและทานอาหารปรุงสุกเท่านั้น ทั้งนี้ สำหรับปีใหม่ ขอให้เที่ยวอย่างระมัดระวัง ขอให้ตระหนักว่า บุคคลใกล้ชิดอาจจะติดโควิด-19 ได้เสมอ หรืออาจจะติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ ดังนั้น มาตรการส่วนบุคคลจึงจำเป็นสำหรับการไปเที่ยวและการร่วมกิจกรรมปีใหม่ในทุกสถานที่ เพื่อท่องเที่ยวปีใหม่อย่างปลอดภัยและมีความสุข

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์