“พ.ร.ป.เลือกตั้ง” ฉบับเพื่อไทย ผ่านฉลุย ชี้กติกาใหม่ ไม่มีใครได้เปรียบ

ที่ประชุมรัฐสภา มีมติเห็นชอบ พ.ร.ป.เลือกตั้ง ฉบับเพื่อไทย เห็นชอบ 420 เสียง ต่อ 205 เสียง ประชาชนได้ประโยชน์ ลดความสับสน ด้าน ‘ชูวิทย์’ ส.ส.อุบลฯ ชี้กติกาใหม่ไม่มีใครได้เปรียบ

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

24 ก.พ. 65 ทีมสื่อพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความบนเพจเฟซบุ๊กกลุ่มสาธารณะ “พรรคเพื่อไทย” วันนี้  (24 ก.พ.) การประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่…) พ.ศ. … ซึ่งพรรคเพื่อไทยเสนอร่างกฎหมายนี้เข้าสู่การพิจารณา โดยมุ่งหวังที่จะสร้างสิทธิเสรีภาพประชาชน คืนประชาธิปไตย และความยุติธรรม รวมถึงเสนอให้มีการกำหนดบทบัญญัติให้มีความชัดเจน รัดกุม เพื่อให้เป็นธรรมต่อประชาชน และเรียกร้องให้รัฐสภารับหลักการร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งที่ประชุมรัฐสภาลงมติรับหลักการ ร่าง พ.ร.ป.ดังกล่าว ด้วยคะแนนเห็นด้วย 420 เสียง ต่อ 205 เสียง งดออกเสียง 14 เสียง และไม่ลงออกเสียง 1 เสียง

ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อภิปรายเสนอร่าง พ.ร.ป.การเลือกตั้งของพรรคว่าชี้ให้เห็นถึงจุดบกพร่องของกฎหมายเลือกตั้งฉบับเดิม ซึ่งไม่เพียงไม่เป็นธรรมต่อประชาชน แต่ยังลักลั่น สับสน ทั้งการแบ่งเขตเลือกตั้งที่มีปัญหา การกำหนดหมายเลขผู้สมัครการเลือกตั้ง ส.ส. และหมายเลขประจำพรรคการเมือง ไปจนถึงการคำนวณคะแนน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ที่สร้างปัญหาให้กับการเลือกตั้ง สร้างความสับสนให้กับประชาชน ไม่เป็นธรรมต่อการพัฒนาประชาธิปไตย 

“สำหรับหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร ส.ส. และหมายเลขประจำพรรคการเมืองนั้น พรรคเพื่อไทยเสนอให้เป็นหมายเลขเดียวกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ลดความการสร้างความสับสนในการเลือกตั้ง อีกทั้งในการปฏิบัติจริงในการเลือกตั้งในอดีตที่เคยใช้ระบบเลือกตั้งที่หมายเลขผู้สมัครกับหมายเลขประจำพรรคแตกต่างกัน ส่งผลให้ผู้สมัคร ส.ส.เขต ไม่สามารถหาเสียงให้กับพรรคการเมืองต้นสังกัดได้ เนื่องจากหมายเลขแตกต่างกันและอาจกลายเป็นการหาเสียงให้กับหมายเลขของผู้สมัครคู่แข่งในเขตเลือกตั้งเดียวกัน การสร้างความสับสนดังกล่าวนี้ เป็นการเอื้อให้ใช้บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญเพื่อทุจริตการเลือกตั้ง จูงใจให้เกิดการใช้อามิสสินจ้างในการเลือกตั้ง ส่งผลให้เกิดการทำลายประชาธิปไตย ดังนั้นจึงควรเลือกระบบที่เอื้อประโยชน์ให้พี่น้องประชาชนมากที่สุด เพื่อสร้างระบบประชาธิปไตยให้แข็งแรง”  
.
พรรคเพื่อไทย ยืนยันเจตนารมณ์ตามบัญญัตติรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หลักการที่เสนอมาจึงยึดมั่นให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ โดยสาระสำคัญในร่างของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะเรื่องแบ่งเขตเลือกตั้งของ ส.ส.ระบบเขตเลือกตั้ง ที่เน้นย้ำให้มีพื้นที่ติดต่อกันและจำนวนประชากรใกล้เคียงกัน และการกำหนดให้หมายเลขของผู้สมัคร ส.ส.ระบบเขตเลือกตั้งและระบบบัญชีรายชื่อ ให้เป็นหมายเลขเดียวกัน ในส่วนของข้อกังวลที่สมาชิกรัฐสภาอ้างว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 90 ที่กำหนดเอาไว้เพื่อรองรับแบบบัตรเลือกตั้งใบเดียวนั้น หากร่างของพรรคเพื่อไทยได้รับความเห็นชอบในหลักการไป ข้อถกเถียงต่างๆ ในเชิงลึกนั้นพรรคเพื่อไทยยินดีที่ให้มีการปรับให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญได้ 

พ.ร.ป. การเลือกตั้ง ส.ส. ฉบับพรรคเพื่อไทย มีสาระสำคัญดังนี้

1. การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หลักทั่วไปคือเอาคะแนนรวมทั้งประเทศมาหารด้วย 100 คน เมื่อหารแล้วจะได้คะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน จากนั้น เอาคะแนนรวมที่พรรคได้รับมาหารด้วยคะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส.บัญชีรายชื่อหนึ่งคนในส่วนนี้ ก็จะได้ว่าพรรคนี้มีได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อจำนวนเต็มเท่าไร เบื้องต้นคิดจากจำนวนเต็ม ส.ส. 100 คนก่อน หากได้ ส.ส.ครบ 100 ถือว่าจบ แต่ถ้าคำนวณออกมาแล้วได้ ส.ส.ไม่ครบ 100 คน เช่น คำนวณแต่ละพรรคแล้วได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อมา 98 คน ขาดไปอีก 2 คน ก็จะไปคิดเศษจากพรรคการเมืองอื่นๆ เข้าใจง่ายๆ เศษที่เป็นจุดทศนิยม พรรคเพื่อไทยเห็นว่าควรให้สิทธิแก่พรรคการเมืองที่ผลจากการคำนวณครั้งแรกไม่ถึงเกณฑ์ค่าเฉลี่ย เพื่อเปิดโอกาสให้กับพรรคการเมืองต่างๆ โดยหลักการนี้เคยใช้มาแล้วในการเลือกตั้งปี 2554 หลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงนั้นเพียงแต่ในเวลานั้นพรรคที่คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำในรอบแรกจะถูกตัดออกไป

2. การให้หมายเลขผู้สมัคร ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นหมายเลขเดียวกัน เป็นวิธีที่พรรคการเมืองนิยมและประชาชนชื่นชอบเพราะไม่สร้างความสับสนให้ประชาชนในการเลือกตั้ง แต่ปัญหาใหญ่คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ไม่ได้แก้ไขในมาตราที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อาทิ มาตรา 90 ไม่ได้มีการแก้ไข ซึ่งเป็นการกำหนดให้ส่งผู้สมัคร ส.ส.เขตก่อนผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งมีการตีความกันว่าต้องให้มีการสมัครแบบเขตก่อนถึงจะสมัครแบบบัญชีรายชื่อ ทำให้มีความกังวลกันอยู่ พรรคเพื่อไทยพิจารณาแล้วเห็นว่าสามารถทำได้ คือ ให้มีการเปิดรับสมัคร ส.ส.เขต ก่อน แต่ยังจะไม่ได้รับหมายเลข จากนั้นจึงเปิดรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อในวันที่สอง ซึ่งจะมีการจับหมายเลขเลยในวันนั้น จะได้หมายเลขของพรรคการเมืองแล้วกำหนดให้การสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จบก่อนการปิดรับสมัคร ส.ส. เขต กำหนดให้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ ไม่น้อยกว่า 3 วัน วิธีการนี้จะเป็นประโยชน์กับประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง เพราะสามารถจดจำเบอร์พรรคและเบอร์ผู้สมัครที่ตัวเองชื่นชอบได้ง่าย

3. การแก้ไขรายละเอียดในประเด็นอื่นๆ เช่น การเพิ่มกรรมการประจำหน่วยจาก 5 คนเป็น 7 คน เนื่องจากมีการเพิ่มเขตเลือกตั้ง การแบ่งเขตการเลือกตั้งที่นอกจากต้องเป็นเขตติดต่อกันแล้วต้องให้ประชากรของทุกๆ เขตแตกต่างกันไม่เกิน 10 เปอร์เซ็นต์ และแก้ไขเรื่องระยะเวลาต่างๆ เพื่อความสะดวกของพี่น้องประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กติกาใหม่ไม่ได้เปรียบเสียเปรียบ

ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี ชี้ว่า ส.ส.เหมือนนักกีฬา เมื่อเป็นนักกีฬา เราก็เคารพกติกา พรรคเพื่อไทยเราผ่านมาแล้วทุกระบบกติกา ตอนพรรคไทยรักไทยกำหนดให้แข่งตะกร้อ ให้ใช้เท้า พรรคไทยรักไทยก็ชนะ จากนั้นก็เปลี่ยนให้มาแข่งวอลเลย์บอล ห้ามใช้เท้าแต่เอามือตบ พรรคพลังประชาชนก็ชนะ แล้วก็มาเปลี่ยนอีกให้แข่งฟุตบอล ห้ามใช้มือ แต่ใช้เท้าเตะ พรรคเพื่อไทยก็ชนะ ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นให้เราแข่งแบดมินตัน จับเรามัดมือมัดเท้าแต่เราชนะได้อีก วันนี้พรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะกติกาไหน เราก็พร้อมที่จะแข่งขันอย่างเคารพกติกา และเมื่อประชาชนเห็นว่ากรรมการไม่เป็นธรรมเขาก็จะด่ากรรมการเอง 
.
“กติกาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เบอร์เดียวกันจะง่ายต่อพี่น้องประชาชน จำได้ง่าย เลือกได้ง่าย เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน จำนวนบัตรเสียก็น้อย ซึ่งไม่มีใครที่จะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนเลือกได้ทั้งคนทั้งพรรค สร้างการเมืองเข้มแข็ง” ชูวิทย์ กล่าว 

บัตร 2 ใบเบอร์เดียวลดการสับสน-ประหยัดงบฯ 

นิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย อภิรายว่าร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ฉบับนี้ พรรคเพื่อไทย คิดว่าจะต้องทำให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์มากที่สุดและใช้ได้ง่ายที่สุด โดยจะต้องประหยัดงบประมาณของประเทศ ดังนั้น จึงเห็นว่าบัตรเลือกตั้ง 2 ใบแบบที่เป็นเบอร์เดียวกันทั้งประเทศตอบโจทย์มากที่สุด ไม่สร้างความสับสนให้พี่น้องประชาชน และปัญหาบัตรเสียจำนวนมากหากเบอร์ ส.ส.และเบอร์พรรคเป็นคนละเบอร์ ซึ่งที่ผ่านมาสร้างปัญหาให้เห็นมาแล้ว อีกทั้งยังประหยัดงบประมาณ จากการที่บัตรเลือกตั้งก็จะเป็นแบบเดียวกันทั้งประเทศ 
.
“บัตร 2 ใบแบบเบอร์เดียวกันทั้งประเทศเป็นประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด คือประหยัดงบประมาณ โดยไม่ต้องมาดราม่าว่า บัตร 2 ใบเบอร์เดียวกันทั้งประเทศ พรรคเพื่อไทยจะได้ประโยชน์ วาทกรรมแบบนี้คิดไปเองทั้งนั้น เพราะวันนี้ประชาชนรับรู้และเข้าใจกันหมดว่าเขาจะเลือกใคร ถ้าเขาจะเลือกพรรคเพื่อไทย เบอร์ไหนเขาก็เลือก” นิยม กล่าว 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์