ชำนาญ จันทร์เรือง: โพล์แท้ โพล์เทียม โพล์เลือกข้างและโพล์รับจ้าง

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

หลายครั้งที่เรารู้สึกแปลกใจ หรืองงๆ ในผลของการสำรวจความคิดเห็นหรือที่เรียกสั้นๆ ว่าโพล์ (Poll) ว่ามันออกมาแบบนี้ได้อย่างไร ไปถามใครมาเหรอ ที่สำคัญก็คือการแปรผลหรือตีความผลโพล์ เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีผลการสำรวจความเห็นกรณีพิพาทรัสเซียกับยูเครนว่าคนไทยเห็นอย่างโน้นอย่างนี้และยังสรุปด้วยอีกว่าอย่าชักศึกเข้าบ้าน (ไม่รู้ว่าคำถามถามว่าอย่างไร) กอรปกับช่วงนี้อยู่ในช่วงของการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภา

กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา อีกทั้งอีกไม่ถึงหนึ่งปีสภาฯก็จะอยู่ครบวาระ 4 ปี (หากไม่ถูกยุบไปเสียก่อน) จึงมีการทำโพลออกมามากมาย มีทั้งน่าเชื่อถือและไม่น่าเชื่อถือ
ผมจึงขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการทำโพล์ให้ผู้อ่านพิจารณาว่า โดยทั่วไปแล้วโพล์มันคืออะไร มีโพล์กี่แบบ ควรเชื่อถือได้หรือไม่ในผลของโพล์ต่างๆ

โพล์ (Poll) คืออะไร

ศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย กาญจนวาสี ได้อธิบายไว้ว่า การทําโพล์เป็นการสํารวจความคิดเห็น ความเชื่อ เจตคติ หรือพฤติกรรมทางสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ หรือการเมืองของสาธารณชน การทําโพล์จึงจัดเป็นประเภทหนึ่งของการวิจัยเชิงสํารวจ

โพล์แท้

โพล์แท้หรือโพล์มาตรฐานคือโพล์ที่มีขั้นตอนของการดําเนินงานที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ คือ มี 6 ขั้นตอน ได้แก่ 1.การตั้งชื่อหัวข้อเรื่องและประเด็นการสํารวจ 2.การกําหนดวัตถุประสงค์ 3.การออกแบบการสํารวจ (กําหนดประชากร/แผนการสุ่มตัวอย่าง กําหนดขอบเขตเนื้อหาสาระที่ต้องการสํารวจ/สร้างแบบสํารวจ กําหนดวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล/การวิเคราะห์ข้อมูล) 4.การเก็บรวบรวมข้อมูลจัดเตรียมข้อมูล 5.การลงรหัสและวิเคราะห์ข้อมูล และ 6.การจัดทํารายงานและเผยแพร่ผลการสํารวจ ซึ่งผู้รับผิดชอบการทําโพล์ (แท้) จะต้องดํารงสถานะความเป็นกลางทางการเมืองไม่ใช้ความเชื่อ ความนิยม หรือผลประโยชน์ส่วนตัวมาเกี่ยวข้องกับการทําโพล์

โพล์เทียม

โพล์เทียม เป็นการสํารวจความคิดเห็น เจตคติหรือพฤติกรรมทางการเมืองของสาธารณชนอย่างมีเงื่อนงําบิดเบือนคําตอบ เพื่อสร้างหรือส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านบวกของนโยบายหรือตัวบุคคลตามเจตนาของผู้ว่าจ้าง ลักษณะการบิดเบือนผลการสํารวจเริ่มตั้งแต่การเลือกตัวอย่างด้วยความลําเอียง แบบสํารวจสื่อสารเฉพาะประเด็นที่เป็นบวกกับฝ่ายของตนใช้คําถามชี้นําประเด็นหลีกเลี่ยงคําถามหรือประเด็นที่เป็นจุดอ่อน ล็อกคําตอบด้วยตัวเลือกที่ดักทางไว้ล่วงหน้า 

การสํารวจดังกล่าวจึงกระทําเพื่อสร้างคะแนน ภาพลักษณ์ของนโยบายหรือความนิยมในตัวบุคคล หรือสร้างคะแนนความชอบธรรมมาลบล้างประเด็นที่ถูกโจมตี เพราะคนไทยมักจะเชื่อง่ายและให้ความเชื่อถือต่อสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว จึงมักเชื่อถือผลของโพล์ โดยไม่ให้ความสนใจต่อเทคนิคการทําโพล์ กระบวนการทําว่าทํามาอย่างไร ตั้งคําถามแบบไหน กลุ่มตัวอย่างทั้งปริมาณและคุณภาพเป็นแบบใด ประเด็นการชี้นําเมื่อถูกสร้างและตอกย้ำอยู่เนืองๆ จะกลายเป็นความเชื่อได้ ผู้รับผิดชอบการทําโพล์ที่อิงแอบการเมืองจะมีผลประโยชน์ที่ทับซ้อนและแสวงหาผลประโยชน์ที่มิชอบให้ตนเอง

โพล์เลือกข้าง

โพล์เลือกข้างคือการที่สํานักโพล์บางแห่งมีพฤติกรรมแอบแฝงแบบมีผลประโยชน์ทับซ้อน ทําโพล์การเมือง แล้วนําโพล์ไปใช้เป็นเครื่องมือชี้นําประเด็นทางสังคมและการเมือง โน้มน้าวหรือเบี่ยงเบนประเด็น เพื่อสร้างกระแสความนิยมหรือความเชื่อมั่นต่อผู้ว่าจ้าง 

อันที่จริงแล้วการวิจัยเชิงสํารวจเดิมทีอยู่ในแวดวงของนักวิชาการมืออาชีพ ต่อมามีการนําไปใช้ในเชิงธุรกิจ เป็นการวิจัยการตลาด เช่น การสํารวจความนิยมในตัวสินค้า เจตคติหรือพฤติกรรมของผู้บริโภค ความต้องการซื้อสินค้า มีการนําไปใช้ในธุรกิจสื่อ เพื่อเป็นเครื่องมือสํารวจความนิยมหรือเรตติ้งรายการโทรทัศน์ เป็นต้น  

การที่สถาบันการศึกษานําเทคนิคการวิจัยเชิงสํารวจไปใช้ทางการเมือง เพื่อศึกษาวิจัยถึงความคิดเห็น เจตคติ หรือพฤติกรรมของสาธารณชนต่อการเลือกตั้งอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริงด้วยความเป็นกลาง ถือว่าเป็นพันธกิจด้านการบริการวิชาการแก่สังคมที่น่ายกย่อง ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่มีการนําการวิจัยเชิงสํารวจไปใช้เป็นเครื่องมือสํารวจความนิยมทางการเมือง เช่น การสํารวจความนิยมในตัวผู้สมัคร การตรวจสอบกระแสความนิยม การสํารวจความนิยมในตัวผู้สมัครหลังการแสดงวิสัยทัศน์ (Debate Poll) เป็นต้น
โพล์รับจ้าง

ภายใต้สภาวะการเลือกตั้งที่มีการแข่งขันกันสูง และพรรคการเมืองต้องทุ่มทุนจํานวนมาก เพื่อให้ผู้สมัครจากพรรคตนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง จึงทําให้กลุ่มบุคคลที่มีความรู้เกี่ยวกับการทําโพล์ผันตัวเองไปสู่การทํา “โพล์รับจ้าง” จากพรรคการเมืองเพื่อวัดกระแสความนิยมในตัวผู้สมัครของแต่ละเขตเลือกตั้ง และเป็นการตรวจสอบการอ้างจากผู้สมัครว่าตนได้รับความนิยมสูงในเขตเลือกตั้งว่าเป็นจริงเท็จเพียงใด ซึ่งหลายพรรคการเมืองใช้ผลการสํารวจเพื่อตัดสินใจใช้งบสนับสนุนผู้สมัคร และการทุ่มทุนให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งก็รวมถึง “โพล์รับจ้าง” จากตัวนักการเมืองหรือตัวผู้สมัครเอง เพื่อวางแผนในการทำยุทธศาสตร์การหาเสียงของตน 

โพล์ไม่เป็นทางการ

นอกจากนั้นก็ยังมีการทำโพล์อย่างไม่เป็นทางการ เช่น การสำรวจความคิดเห็นผ่านทางสื่อโซเชียล โดยให้ผู้ชมเข้าไปตอบในบางประเด็นอย่างง่ายๆ โดยมีเพียง2-3 คำตอบให้เลือก ฯลฯ ซึ่งผลที่ได้ออกมามักจะไม่ตรงกับความเป็นจริง ขึ้นอยู่กับสมาชิกหรือแฟนคลับในกลุ่มนั้นเป็นคนกลุ่มไหน ก็จะโน้มเอียงไปตามสื่อที่ตั้งคำถามสำรวจ

การทำโพล์แบบไม่เป็นทางการอีกแบบหนึ่ง ซึ่งหน่วยงานจะปฏิเสธว่าไม่มีการจัดทำ แต่ผลที่ได้ค่อนข้างแม่นยำและจะใช้ประโยชน์เป็นการภายใน คือ การให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้เก็บข้อมูลอย่างละเอียดและจำนวนกลุ่มตัวอย่างที่มากมายมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเกี่ยวกับการคาดการณ์ผลการเลือกตั้ง เช่น โพล์มหาดไทยที่ใช้กำนันผู้ใหญ่บ้านเก็บข้อมูล โพล์สันติบาลซึ่งใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้เก็บข้อมูล หรือโพล์ กอ.รมน. ที่ใช้เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวในสังกัดเป็นผู้เก็บข้อมูล ฯลฯ 

ที่กล่าวมาทั้งหมดก็เพื่อที่จะให้ “รู้ทันโพล์”โดยชี้ให้เห็นว่าโพล์มีหลายแบบ ทั้งของจริงของปลอม หลายๆ ครั้งโพล์ก็หน้าแตก เพราะผู้ให้ข้อมูลมีเจตนาให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ เพื่อหลบเลี่ยงกับการที่จะถูกหาว่ามีความเห็นหรือความชอบสวนกระแส ดังตัวอย่างที่เราเคยพบมาในหลายต่อหลายครั้งทั้งในประเทศและต่างประเทศน่ะครับ

 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์