ตำรวจกำลังจะเข้าจับกุม "เมนู-ใบปอ-บุ้ง" คดีม.112 แต่ตำรวจไม่ยอมแจ้งชื่อ

ตำรวจเข้าจับกุม "เมนู-ใบปอ-บุ้ง" ตามหมายจับคดีม.112 ถึงคอนโดฯ ก่อนถูกนำตัวไปสน.บางซื่อ แต่เมื่อถึงแล้วตำรวจได้ขับรถพาเมนูและใบปอออกไปที่อื่น สุดท้ายมวลชนและทนายตามไปทันจนนำตัวกลับมาที่สน.ได้

28 เม.ย.2565 ที่เดอะ พาร์คแลนด์ จรัญฯ-ปิ่นเกล้า สุพิชฌาย์ ชัยลอม หรือ เมนูไลฟ์ผ่านเพจเฟซบุ๊กของตัวเองรายงานว่าขณะนี้มีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบมาที่ห้องคอนโดมิเนียมโดยระบุว่ามีหมายจับในคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยทางตำรวจที่มาแจ้งแค่ว่ามีผู้ต้องหาทั้งหมด 3 คนคือ สุพิชฌาย์, ณัฐนิช หรือใบปอ และเนติพร เสนห์สังคม ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ระบุว่าเกี่ยวข้องกับเหตุใดและไม่แจ้งชื่อของตัวเอง

สุพิชฌาย์ระบุในไลฟ์ว่าได้แจ้งทนายความไปแล้วและกำลังเดินทางมาที่คอนโดมิเนียม

เนติพรระบุว่านิติของคอนโดฯ พาร์คแลนด์ จรัญฯ-ปิ่นเกล้า น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการที่ผ่านมาทางตำรวจก็เคยมีการเอารถของราชการเข้ามาจอดในคอนโดฯ อีกทั้งคณะกรรมการของคอนโดฯ คาดว่าจะเป็นตำรวจ จึงอำนวยความสะดวกให้กับตำรวจในการเข้ามาปฏิบัติงาน

จากนั้นเวลาประมาณ 16.30 น. เมื่อทนายความเดินทางมาถึงคอนโดฯ ของพวกเธอ ทั้งสามคนจึงได้ออกจากห้องไปพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยมีทนายความอยู่ด้วย ทางตำรวจที่มาในชุดนอกเครื่องแบบจึงได้อ่านหมายจับให้พวกเธอทราบว่าทั้งสามคนมีหมายจับในคดี ม.112 ที่ออกโดยศาลอาญาเมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมาโดยหมายดังกล่าวเป็นของ สน.บางซื่อ

16.59 น. จากนั้นทางตำรวจจึงนำตัวทั้งสามคนขึ้นรถแยกไปส่งที่ สน.บางซื่อ สองคันโดยมีเพื่อนขึ้นรถไปด้วยและไปถึงสน.บางซื่อในเวลา 17.45 น.โดยมีผู้สื่อข่าวอิสระหลายสำนักและมวลชนที่ไปให้กำลังใจขี่จักรยานยนต์ติดตามรถไปเกือบตลอดทาง

อย่างไรก็ตาม หลังจากตำรวจนำตัวสุพิชฌาย์และณัฐนิช ถึงสน.บางซื่อแล้วได้ขับออกจากสน.ไปทางด้านหลังเข้าซอยอินทามระ ซึ่งออกนอกเส้นทางจากที่ทางตำรวจได้แจ้งไว้ก่อนนำตัวพวกเธอออกจากคอนโดฯ ทั้งสองคนพร้อมเพื่อนที่ติดตามไปด้วยพยายามโต้เถียงและยืนยันให้ตำรวจขับรถกลับไปที่ สน.บางซื่อตามที่แจ้งกับทนายความไว้พร้อมกับเปิดประตูรถลงไปตรงบริเวณหน้าคอนโด Atrium ซอยอินทามระ 4 ซึ่งทางตำรวจก็กล่าวแต่เพียงว่ารอคำสั่งของผู้บังคับบัญชา

เมนูและใบปอที่ลงมาจากรถของตำรวจหลังจากตำรวจพาพวกเธอออกจากสน.บางซื่อโดยไม่บอกว่าจะพาไปที่ใดและเพราะอะไร

ทั้งนี้ผู้ที่ติดตามพวกเธอมาตั้งแต่คอนโดฯ ได้ตามรถไปทัน โดยมีทนายความตามมาสมทบ จนในที่สุดทางเจ้าหน้าที่ต้องนำตัวพวกเธอกลับไปที่สน.บางซื่ออีกครั้ง จากนั้นพวกเธอทั้งสองคน และเนติพรที่ถูกนำตัวไปถึง สน.บางซื่อก่อนแล้วจึงได้เข้าไปภายในสน.พร้อมกับทนายความโดยมีมวลชนและสื่ออิสระรออยู่บริเวณด้านหน้า สน.

จดหมายถึงมวลชน

ขณะที่ทั้ง 3 คนอยู่ในระหว่างการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ที่ สน.ได้ฝากจดหมายขอบคุณถึงมวลชนที่ช่วยกันติดตามเรื่องของพวกเธอและยืนยันจุดยืนของพวกเธอโดยฝากออกมากับทนายความที่เข้าให้ความช่วยเหลือ

จดหมายของสุพิชฌาย์ระบุว่า

“ขอบคุณมวลชนทุกคนในวันนั้นมากๆ ค่ะ เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เราตระหนักได้ว่าอาวุธเดียวที่ประชาชนอย่างเรามีคือเสียง เราตะโกน เราด่า เราตวาดเพราะนั่นคืออย่างเดียวที่เราทำได้เพื่อไม่ยอมจำนนต่อการกลั่นแกล้งของเผด็จการเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้เราสามารถยืนหยัดต่อสู้ต่อไปได้

“น้ำตา” คือเครื่องหมายของความเข้มแข็ง เป็นเครื่องมือเยียวยาจิตใจให้กลับมาสู้ต่อเป็นสัญลักษณ์ของความเจ็บปวดตลอดการต่อสู่ และเป็นเครื่องหมายยืนยันว่ารัฐกลั่นแกล้งกดขี่ประชาชน

ดีใจจังเลยค่ะที่ทุกคนไม่ลืมกันและคอยช่วยเหลือในวันนี้ ขอบคุณมากๆ ค่ะ”

จดหมายของเนติพรกล่าวว่า

“ขอบคุณทุกคนจริงๆ ที่อยู่เคียงข้าง บุ้ง ใบปอ เมนู มันสำคัญกับเรามากจริงๆ ค่ะ

ถ้าพรุ่งนี้เราไม่ได้ประกันตัว เราฝากทุกคนดูแลพลอยแทนเราด้วยนะคะ พลอยคือทุกอย่างของเรา เรารักน้องเหมือนลูกเราเลย

วันนี้ตำรวจทำกับเราเจ็บแวบมาก บุกจับ ใช้อำนาจรับใช้เผด็จการอย่างเชื่องๆ ยิ่งกว่าสัตว์นรก

พยายามจะค้นห้อง ค้นมือถือ ค้นทุกอย่าง ทั้งๆ ที่ไม่มีหมาย เราจะไม่ยอมทนกับความอยุติธรรมส้นตีนอะไรทั้งนั้น ฝากทุกคนติดตาม “ทะลุวัง” ด้วยนะคะ”

จดหมายของณัฐนิชกล่าวว่า

"ขอบคุณทุกคนที่มาและคอยช่วยเหลือ แชร์ข่าว และติดตามสถานการณ์ในวันนี้นะคะ

วันนี้เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก เมื่อวานก็เพิ่งไต่สวนถอนประกันเสร็จและรอฟังคำตัดสินอีกวันที่ 3 ว่าจะถอนประกันหรือไม่ วันนี้ก็มาบุกจับถึงหน้าห้องพักเลย 

อาทิตย์นี้เราโดน 112 และถูกบุกจับ 2 ครั้งแล้ว ภายในอาทิตย์เดียวด้วยซ้ำ 

เขาบอกว่ากลัวเราหนี เลยออกหมายจับ ทั้งที่เราก็ติดกำไล EM อยู่แล้ว

ครั้งที่แล้วก็ถูกบุกค้นห้องทั้งที่ไม่ได้อยู่ห้อง เหตุการณ์หลังจากนี้ก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น 

เขาจะบุกค้นห้องเราอีกไหม หมายจับจะมาเพิ่มอะไรอีก น้องพลอยก็โดนหมาย 112 และอยู่คนเดียว เราอยากให้ทุกคนช่วยดูแลน้องพลอย และติดตามสถานการณ์ของทะลุวังอย่างใกล้ชิดด้วยนะคะ พวกเราทุกคนสู้และไม่ท้อ วันนี้มีแต่ความโกรธ โกรธมาก ทุกอย่างมันไม่ยุติธรรม ทุกขั้นตอน ตั้งแต่นิติคอนโดพาตำรวจมาถึงหน้าห้อง จนตำรวจที่ตอนแรกนัดว่าจะไป สน.บางซื่อ ก็พยายามพาเราออกและไปสโมสรตำรวจ เพราะอ้างว่ามวลชนมา สน.เยอะ สอบสวนไม่ได้ ทุกอย่างมันทำ เพราะนายมันสั่ง เราถามมันว่าจะไปไหน ก็โทรคุยกับนาย “ตำรวจขี้ข้าเผด็จการ” พวกเขาไม่ได้ดูแลประชาชน “ตำรวจทำร้ายประชาชน” ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราอาจจะโดนฝากขัง และไม่ได้ประกัน ทุกอย่างเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะยังไง เราจะสู้ ใบปอจะไม่หยุดสู้ 

“พวกมึงจับกูได้ แต่พวกมึงหยุดกูไม่ได้หรอก ต่อให้ไม่มีกู คนอื่นก็จะออกมาสู้กับมึงอยู่ดี” 

ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว 

แค่ยกเลิก 112 มันไม่พอสำหรับประเทศไทย 

ถึงเวลาที่ประชาชนจะต้องออกมาใช้อำนาจของเจ้าของประเทศที่แท้จริง

"เบญจา ก้าวไกล" ติดตามการจับกุม

ทีมสื่อพรรคก้าวไกลรายงานว่า ตั้งแต่เวลาประมาณ 15.12 น. ตำรวจเข้าจับกุมสมาชิกกลุ่มทะลุวัง ทั้ง 3 คน นำตัวไปยัง สน.บางซื่อ

ด้าน เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุ ได้รับโทรศัพท์จากสมาชิกลุ่มทะลุวัง บอกว่ามีตำรวจอยู่หน้าห้อง พร้อมหมายค้นและหมายจับ เป็นการมาแบบไม่ทันตั้งตัว ทำให้รู้สึกว่าเจ้าหน้าที่กระทำการอุกอาจเกินไป ระหว่างนั้นตนได้รับแจ้งจากทนายว่าไปถึงสถานที่ที่น้องๆอยู่แล้ว จะมีการนำตัวไปที่ สน.บางซื่อ ตนจึงรีบมารอเพื่อสังเกตการณ์ต่อกรณีที่เกิดขึ้น

“สิ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทำค่อนข้างรุนแรงและอุกอาจเกินไป ได้รับทราบจากน้องๆด้วยว่า มีการส่งเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบไปเฝ้าติดตามพวกเขาตั้งแต่เก้าโมงเช้า เป็นการกระทำที่คุกคามสิทธิเสรีภาพ การอ้างว่า เพราะคดี 112 เป็นคดีรุนแรงจึงต้องจับกุมในทันที ในความเห็นส่วนตัวมองว่าคือการสร้างบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวทั้งที่พวกเขามีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ”

เบญจา ยังแสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า หากมองกระบวนการยุติธรรมตอนนี้ โดยย้อนกลับไปที่คำตัดสินล่าสุด ศาลกรุงเทพใต้ ที่มีการสั่งจำคุก สมบัติ ทองย้อย เป็นเวลา 6 ปี จากข้อความที่หากว่ากันตามตรง ไม่รู้ว่าข่ายดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรืออาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตาม ม.112 ได้อย่างไร จึงทำให้สังคมเกิดข้อสงสัยและกลายเป็นข้อถกเถียงถึงมาตรฐานและเป็นเหตุผลที่ทำให้รู้สึกว่า ทำไมจึงต้องทบทวน แก้ไข หรือยกเลิก ม.112

“พอเป็นเรื่อง ม.112 อะไรก็คลุมเครือไปหมด ตีความกว้างขวาง ไม่ชัดเจน เกินขอบเขต ความไม่มีมาตรฐานเช่นนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าย่อมส่งผลกระทบไปถึงภาพลักษณ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย แต่ไม่ใช่แค่นั้น เพราะแม้แต่กระบวนการยุติธรรมเองก็จะถูกตั้งคำถามสังคมและทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่น จึงเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ผู้พิพากษาและผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมต้องทบทวน เพราะในระยะยาวไม่เป็นผลดีเลย” เบญจา ระบุ

สำหรับสถานการณ์ล่าสุด มีเหตุวุ่นวายเล็กน้อย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องการย้ายสถานที่ควบคุมตัวสมาชิกกลุ่มทะลุวังไปที่อื่น แต่ทั้ง 3 คนและมวลชนที่มาให้กำลังใจไม่ยินยอม จึงทำให้เจ้าหน้าที่ต้องพาทั้งหมดกลับมาที่ สน.บางซื่อ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ โดยมีผู้เดินทางมาให้กำลังใจที่สน.บางซื่อมากขึ้นเรื่อยๆ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์