ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 5 อดีตแกนนำ พธม. 1 ปี คดีบุก NBT ปี 51 ไม่รอลงอาญา

ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 5 อดีตแกนนำพันธมิตรฯ 1 ปี คดีบุก NBT ปี 51 ไล่รัฐบาลสมัคร ไม่รอลงอาญา

10 พ.ค.2565 เดอะ รีพอตเตอร์ รายงานว่าศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาในคดี 5 อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) กรณีบุกยึดสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) เพื่อขับไล่รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช เมื่อปี 2551 

คดีนี้อัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยร่วมกันทั้งหมด 5 คน ได้แก่ อัญชะลี ไพรีรัก , ภูวดล ทรงประเสริฐ , ยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที แนวร่วม พธม. และชิติพัทธ์ ลิ้มทองกุล น้องชายของสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำ พธม. ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุก มั่วสุม สร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง อั้งยี่ซ่องโจรฯ เป็นหมายเลขคดีดำที่ อ.1033/256

ศาลสั่งจำคุก “สมเกียรติ” 2 ปี “เจ๊ปอง-ยุทธิยง-ภูวดล-ชิติพันธ์” 1 ปี คดีบุก NBT ปี 51

ฟ้องโจทก์ระบุว่าจำเลยทั้ง 5 คนร่วมกับพวกอีก 85 คนที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาลงโทษไปก่อนแล้วนั้น ได้ร่วมกัน ร่วมกันกระทำความผิดเป็นซ่องโจร มั่วสุมก่อการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยร่วมกันเดินขบวนในถนนสาธารณะจากบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ และจากที่อื่นๆ โดยมีอาวุธปืน มีด ขวาน ไม้กอล์ฟ ไม้ท่อน หนังสติ๊ก ลูกเหล็ก ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบริเวณและอาคารสำนักงานของ NBT ทุบทำลายประตูหน้าต่าง ตัดสายไฟฟ้าตู้ควบคุมระบบไฟฟ้า ระบบโทรศัพท์ ระบบคอมพิวเตอร์ ระบบกล้องวงจรปิด ทำลายระบบส่งสัญญาณการออกอากาศวิทยุโทรทัศน์ และร่วมกันข่มขืนใจพนักงาน ไม่ให้ปฏิบัติหน้าที่ออกอากาศและกระจายเสียง และสั่งให้ออกไปจากอาคารสถานี โดยจำเลยทั้ง 5 เป็นหัวหน้าและเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการในการกระทำความผิด อันเป็นความผิดฐานร่วมกันเป็นซ่องโจร ฐานร่วมกันทำให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ฐานร่วมกันบุกรุก และฐานร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 210, 215, 309, 358, 364 และ 365 จำเลยทั้งห้าให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว

เดอะ รีพอตเตอร์รายงานอีกว่า ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นที่พิพากษาไปก่อนเมื่อ 12 ก.พ.2563 ว่าการการกระทำของจำเลยทั้ง 5 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท พิพากษาให้ลงโทษบทหนักสุด ฐานร่วมกันบุกรุกในเวลากลางคืน ให้จำคุกนายสมเกียรติ จำเลยที่ 1 มีกำหนด 2 ปี จำคุก น.ส.อัญชะลี จำเลยที่ 2 นายภูวดล จำเลยที่ 3 นายยุทธิยง จำเลยที่ 4 และนายชิติพัทธ์ จำเลยที่ 5 คนละ 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสมเกียรติจำเลยที่ 1ได้เสียชีวิตไปเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2564 แล้ว ศาลจึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์