ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดี ม.112 “อติรุจ” ยืนตามศาลชั้นต้นจำคุก 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา เหตุตะโกน “ไปไหนก็เป็นภาระ” ใส่ขบวนเสด็จ ศาลเห็นว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อความรู้สึกคนไทย ทำให้เกิดความเกลียดชัง เสื่อมศรัทธา
วันนี้ 16 มี.ค. 2569 เวลา 13.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 404 ศาลอาญากรุงเทพใต้ มีนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีของ “อติรุจ” (สงวนนามสกุล) ในข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ” ตามมาตรา 112 และข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย ตามมาตรา 138 วรรคสอง จากกรณีถูกกล่าวหาว่าตะโกนว่า “ไปไหนก็เป็นภาระ” ใส่ขบวนเสด็จของรัชกาลที่ 10 ขณะเคลื่อนออกจากศูนย์การประชุมสิริกิติ์ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 15 ต.ค. 2565
ก่อนฟังคำพิพากษา อติรุจ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ก็ไม่ได้คาดหวังกับคำพิพากษาศาลเท่าไรนัก เขาอยากฝากถึงคนที่ติดตามคดีนี้ ว่ามันสมเหตุสมผลมั้ยจากการที่ผม ไปตะโกนว่า “ไปไหนก็เป็นภาระ“ กับประเทศที่ควรจะมีเสรีภาพในการแสดงออก

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานถึงเหตุผลที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาตามศาลชั้นต้นในสองส่วน
ส่วนข้อหาต่อสู้ขัดขวางฯ แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะแต่งกายนอกเครื่องแบบแตกต่างกันแต่ก็ติดบัตรประจำตัวทุกคน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาบอกให้จำเลยนั่งลง แต่จำเลยไม่ยอมนั่ง จำเลยทราบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ การที่ตำรวจจับกุมจำเลยและจำเลยอ้างว่าไม่เห็นบัตรประจำตัวและไม่ได้แสดงตนว่าเป็นเจ้าพนักงาน เป็นคำกล่าวอ้างลอย ๆ
ส่วนข้อหามาตรา 112 เห็นว่า จำเลยมีท่าทีแตกต่างจากประชาชนทั่วไป เมื่อรถพระที่นั่งเข้ามาใกล้ จำเลยตะโกนว่า “ไปไหนก็เป็นภาระ” ซึ่งขัดแย้งต่อความรู้สึกนึกคิดของประชาชนชาวไทย นำไปสู่ความเกลียดชัง เสื่อมศรัทธา และแตกแยก แม้จำเลยสำนึกผิดให้การรับสารภาพ ศาลได้ระวางโทษต่ำที่สุดตามกฎหมายแล้ว อีกทั้งจำเลยศึกษาจบปริญญาตรี จึงย่อมรู้ผิดชอบชั่วดี ส่วนประเด็นเรื่องจำเลยและครอบครัวได้รับความเดือดร้อนนั้นเป็นเหตุผลส่วนตัว ศาลอุทธรณ์ไม่มีเหตุให้ลดโทษ หรือรอการลงโทษ พิพากษายืนจำคุกรวม 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา
ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา ทนายความได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวในชั้นฎีกาต่อ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอฟังผล
เมื่อเวลา 16.10 น. ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวอติรุจระหว่างฎีกา โดยให้วางหลักทรัพย์ 450,000 บาท จากเดิมหลักประกันชั้นอุทธรณ์ 150,000 บาท และไม่ได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม อติรุจจึงถูกปล่อยตัวแล้วที่ศาลอาญากรุงเทพใต้

