Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์
  • มติที่ประชุมสภา กทม. ให้ 'วิรัตน์ ส.ก.เพื่อไทย' นั่งประธาน
  • 'ชัชชาติ' ประชุมผู้บริหารนัดแรก ย้ำต่อต้านการทุจริตในหน่วยงาน หารือองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เริ่มต้นกระดุมเม็ดแรกด้านความโปร่งใส
  • ‘วิโรจน์’ นำทีม ส.ก.กทม. ก้าวไกล เข้าร่วมประชุมสภากทม.นัดเเรก ย้ำ พร้อมยกระดับสภา กทม. ให้เหมือนที่ ส.ส.ก้าวไกลเปลี่ยนภาพลักษณ์สภาผู้แทนฯ

 

มติที่ประชุมสภา กทม. ให้ 'วิรัตน์ ส.ก.เพื่อไทย' นั่งประธาน

6 มิ.ย.2565 สำนักงานประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร รายงานว่า วันนี้ (6 มิ.ย. 65) เปิดการประชุมสภากรุงเทพมหานครครั้งแรก โดยมี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง

ในที่ประชุมมีมติ ดังนี้ วิรัตน์ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตมีนบุรี เป็นประธานสภากรุงเทพมหานคร ชญาดา วิภัติภูมิประเทศ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตคันนายาว เป็นรองประธานสภากรุงเทพมหานครคนที่หนึ่ง และอำนาจ ปานเผือก สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตบางแค เป็นรองประธานสภากรุงเทพมหานครคนที่สอง

โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดการประชุม

โฆษณา - Advertising

ชัชชาติ ประชุมผู้บริหารนัดแรก ย้ำต่อต้านการทุจริตในหน่วยงาน

วันเดียวกัน เวลา 09.00 น. ชัชชาติ เป็นประธานการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 7/2565 โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมและวางแผน (War Room) ชั้น 35 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง

โดยในวันนี้ มีระเบียบวาระการประชุม 4 เรื่อง ได้แก่ 1. ความคืบหน้าการบริหารจัดการสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2. สถานะการเงินการคลัง และการงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 และการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 3. การเชื่อมโยงนโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกับยุทธศาสตร์การพัฒนากรุงเทพมหานคร และ 4. ความก้าวหน้าการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียต้นทางในคลองแสนแสบ คลองเปรมประชากร และคลองลาดพร้าว

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกล่าวภายหลังจากการประชุมว่า วันนี้เป็นการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานครนัดแรก ประกอบด้วยวาระการประชุม 4 เรื่อง ในเรื่องแรกเป็นสถานการณ์โควิด-19 ปัจจุบันสถานการณ์ได้คลี่คลายลง มีการผ่อนคลายมาตรการต่าง ๆ เพิ่มขึ้น อัตราการฉีดวัคซีน อัตราการเสี่ยงก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง อีกไม่นานก็กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ส่วนการถอดหน้ากากจะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุม ศบค.กทม. อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็ใกล้แล้วที่จะถอดหน้ากากในที่สาธารณะ แต่ยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเข้มข้นต่อไป รวมถึงการพูดคุยเรื่องฝีดาษลิง ดูจากตัวเลขแล้วยังไม่พบการติดต่อของโรค ซึ่งการติดต่อจะเป็นคนละลักษณะกับโควิด-19 เรื่องที่ 2 คือ งบประมาณปี 66 ก็ต้องรีบทำให้เสร็จภายในอาทิตย์หน้า แล้วส่งให้สภากทม.พิจารณา ซึ่งบางส่วนได้ดำเนินการแล้ว เราก็มาดูว่าเข้ากับยุทธศาสตร์ของเราอย่างไร

“ในส่วนงบประมาณเราไม่ได้กังวล ไม่ได้ใช้เงินในช่วงนี้ เราไม่ได้ตั้งใจเข้ามาใช้เงินเป็นจำนวนมาก” ผชัชชาติ กล่าวย้ำ

โฆษณา - Advertising

เรื่องที่ 3 คือเรื่องยุทธศาสตร์ แผน 214 ข้อ ที่เราได้ทำไปบ้างแล้ว ซึ่งสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล วิเคราะห์แล้ว แผนเราค่อนข้างสอดคล้องกับนโยบายที่เดินอยู่ของ กทม. ดำเนินการอยู่ เราก็มาดึงให้มีความชัดเจนขึ้น ซึ่งไม่ได้มีความกังวลใด ๆ ส่วนใหญ่สามารถทำได้เลย หน่วยงานใดที่มีงบประมาณส่วนนี้อยู่แล้ว ก็สามารถเอามาใช้ได้เลย มีหลายโครงการที่สอดคล้องกันอยู่ ส่วนโครงการที่ไม่ได้เตรียมงบประมาณไว้ อาจจะต้องบรรจุไว้ในปี 66 แต่ว่าบางอย่างก็สามารถเริ่มได้เลย วันนี้เรามีนโยบายเรื่องทำ Zero-Based Budgeting คือ การทำงบประมาณจากฐานศูนย์ พยายามดูประสิทธิภาพในการทำงบประมาณ วันนี้ได้เชิญ ผศ. ดร.วิลาสินี วงศ์แก้ว คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาอธิบายเพื่อให้ผู้บริหารมีความเข้าใจตรงกัน ถือว่าเป็นการเริ่มหนึ่งในนโยบายที่เราเสนอแล้ว ช่วงอาทิตย์นี้ก็เป็นเรื่องความเข้มข้นและการเตรียมงบประมาณปี 66

เรื่องที่ 4 เป็นเรื่องการเตรียมเรื่องการบำบัดน้ำเสียที่จะลงคลองว่าปัจจุบันมีชุมชนที่อยู่ริมคลองจำนวนมาก แล้วก็หลายชุมชนก็ปล่อยน้ำเสียหรือว่าไขมันลงที่คลองเลย ซึ่งเป็นต้นเหตุอย่างหนึ่งของการเกิดน้ำเสีย ก็มีแนวคิดว่าเราจะเริ่มจะทำตัวการบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ชุมชนให้มากขึ้น ทางสำนักงบประมาณก็เสนอโครงการมาเริ่มทำโครงการนำร่องบางจุดแล้วให้เห็นในภาพรวม เพราะว่าคงไปรอบำบัดน้ำเสียรวมให้เสร็จภายใน 11 ปียาก ต้องทำ on-site เพิ่มเพื่อเพิ่มคุณภาพน้ำทั้งในคลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว และคลองแสนแสบก่อน

ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่เพิ่มขึ้นมาคือ เรื่องเกี่ยวกับเรื่องต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน บ่ายนี้หลังจากประชุมสภากทม. เสร็จ ผู้บริหารจะไปเยี่ยมองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) มีข้อสั่งการให้ผู้บริหารสำนักทุกสำนัก สำนักงานเขตทุกเขต ไปสำรวจจุดอ่อนช่องโหว่ภายในหน่วยงาน เสนอวิธีแก้ไขการทุจริตคอร์รัปชันขึ้นมา ว่ามีแนวคิดอย่างไร ที่ผ่านมามีช่องโหว่ตรงไหน การจัดซื้อจัดจ้าง นำมารวมกันกับเราทำเป็นแผนรวมดำเนินการแก้ไข เพื่อทำให้หน่วยงานมีความโปร่งใสมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อนอะไร

“หน่วยงานต้องยอมรับในตัวเองก่อน จะได้รู้ว่ามีปัญหาตรงไหน แล้วเรามาช่วยกันแก้ไข ฝากไว้เป็นการบ้านให้ทุกคนได้ช่วยกัน ผมว่าเป็นเรื่องสำคัญให้เวลาอาทิตย์หนึ่ง” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวในตอนท้าย

โฆษณา - Advertising

หารือองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เริ่มต้นกระดุมเม็ดแรกด้านความโปร่งใส

อีกทั้ง ชัชชาติ เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT (Anti-Corruption Organization of Thailand) โดยมี วิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหาร ACT และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมหารือ ณ ชั้น 16 อาคารศรีจุลทรัพย์ เขตปทุมวัน ว่า การต่อต้านคอร์รัปชันเป็นหนึ่งในนโยบายซึ่งประชาชนต่างก็ให้ความสำคัญ ในช่วงก่อนที่จะได้รับการเลือกตั้งจะเห็นได้ว่าประชาชนตั้งแต่รากหญ้าจนถึงนักธุรกิจและผู้ประกอบการทุกระดับมีความหมดหวัง ไม่ไว้ใจ และรู้สึกไม่ดีนักต่อกทม. ในเรื่องที่เกี่ยวกับการทุจริต ความไม่โปร่งใส สิ่งที่ต้องทำจากนี้ไปคือการสร้างความเชื่อมั่น ความไว้ใจให้กลับคืนมา รวมถึงการร่วมมือกับหน่วยงานที่มีประสบการณ์อย่างเช่นองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ซึ่งจะให้การทำงานเป็นไปด้วยความมั่นใจและถูกทางมากยิ่งขึ้น สำหรับในวันนี้ได้มีการหารือกันหลายเรื่อง ได้แก่ ข้อตกลงคุณธรรม ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ ที่จะมีการหารือร่วมกัน 3 ฝ่าย คือ กทม. ผู้ที่ทำสัญญา (เอกชน) และผู้สังเกตการณ์จาก ACT เพื่อให้กระบวนการเป็นไปด้วยความโปร่งใส นอกจากนี้ยังได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องกระบวนการเปิดเผยข้อมูล แนวคิดเรื่องการขอใบอนุญาต การคำนวณภาษีต่าง ๆ ซึ่งเราสามารถปรับปรุงเพื่อให้มีความโปร่งใสมากขึ้นได้ รวมถึงการกำหนดให้มีหน่วยงานภายนอกที่มีความรู้ความเข้าใจมาร่วมกันทำการวิจัยก่อนเดินหน้างาน เพื่อให้งานที่เกิดขึ้นมีหลักอ้างอิงทางวิชาการด้วย

“วันนี้เป็นการเริ่มต้นที่ดี และจากนี้ไปจะมีการตั้งคณะทำงานเพื่อหารืออย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อให้เห็นความก้าวหน้า และจะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ด้วย เพราะจะเห็นได้ว่าประชาชนมีความกระตือรือร้นที่จะมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาต่าง ๆ ของเมือง ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ที่สละเวลามาช่วยให้เกิดความโปร่งใสขึ้นในกรุงเทพมหานคร โดยส่วนตัวเชื่อว่าหากเราเริ่มต้นด้วยกระดุมเม็ดแรกที่ถูกต้อง จะเป็นผลดีในระยะยาว” ชัชชาติ กล่าว

วิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) จัดตั้งขึ้นเพื่อเสาะแสวงหาความร่วมมือในการต่อต้านการทุจริต และมีพันธกิจมายาวนาน รวมถึงถือเป็นหน้าที่ที่จะสนับสนุนการทำงานของกรุงเทพมหานคร โดยใช้เครื่องมือที่อยู่มาประยุกต์ใช้และต่อยอดในการแก้ไขปัญหา เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งท่านได้ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว จากนี้ไปจะทำให้การทำงานเกิดความโปร่งใส มีการเชื่อมโยงทั้งภาครัฐ เอกชน ภาควิชาการ และประชาชน ซึ่งประชาชนไม่ได้มีฐานะเป็นผู้รับบริการเพียงอย่างเดียว ประชาชนยังต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาด้วย

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า การติดตามโครงการจัดซื้อจัดจ้างต่าง ๆ ถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งยังมีกระบวนการขอใบอนุญาต กระบวนการอื่น ๆ ที่ยังต้องติดตามใกล้ชิด เนื่องจากกรุงเทพมหานครต้องดูแลชีวิตของคนกรุงเทพฯ ในหลายมิติ และกทม.เป็นพื้นที่ที่มีปัญหาหลากหลาย ประชาชนแต่ละคนก็มีปัญหาต่างกันไป โดยจะต้องดูให้ครบถ้วน

โฆษณา - Advertising

“สำหรับในเรื่องของสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการติดตามก่อนหน้านี้แล้ว และจากนี้ไปคณะทำงานซึ่งมีรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครดูแลจะมีการประชุมร่วมกันทุกเดือน และมีหน่วยงานอื่นมาร่วมทำวิจัยและให้ข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงการดูในรายละเอียดของโครงการอื่น ๆ ด้วย อาทิ โรงกำจัดขยะ การอำนวยความสะดวกการขอใบอนุญาต กระบวนการคิดคำนวณภาษี ซึ่งเชื่อว่าการทำงานของกทม. จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในส่วนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการรวบรวมข้อมูลตามหลักการซึ่งมีความซับซ้อน แต่คาดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์จะเสร็จเรียบร้อย” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวในตอนท้าย

‘วิโรจน์’ นำทีม ส.ก.กทม. ก้าวไกล เข้าร่วมประชุมสภากทม.นัดเเรก ย้ำพร้อมยกระดับสภา กทม. ให้เหมือนที่ ส.ส.ก้าวไกลเปลี่ยนภาพลักษณ์สภาผู้แทนฯ

ทีมสื่อพรรคก้าวไกลรายงานต่อสื่อมวลชนด้วยว่า วิโรจน์ ลักขณาอดิศร หัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล นำทีม สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ( ส.ก. ) พรรคก้าวไกล ทั้งหมด 14 คน เดินทางมายังอาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินเเดง เพื่อเข้าร่วมประชุมสภากรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1 

วิโรจน์ กล่าวว่า จากที่ประชุมในทีม ส.ก.ของพรรคก้าวไกล เราพร้อมที่จะขับเคลื่อนในเรื่องของการแก้ไขข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานคร เเละการตรวจสอบงบประมาณของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เป็นประโยชน์ในการบริหารราชการของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งเรื่องที่เกี่ยวกับสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว และในเรื่องของสัญญาเกี่ยวกับโรงกำจัดขยะที่เขตอ่อนนุช ซึ่งทั้งหมดเป็น 12 นโยบายที่พรรคก้าวไกลมุ่งผลักดันในการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่ผ่านมา 

“ภาพที่เราจะได้เห็นหลังจากนี้ ผมคิดว่าคือภาพการทำงานร่วมกันของ ส.ก.ทุกคน กับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการขับเคลื่อนกรุงเทพมหานคร ขณะเดียวกัน ส.ก.ของพรรคก้าวไกล พร้อมทำงานในการตรวจสอบงบประมาณกรุงเทพมหานครอย่างจริงจัง เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ของคนกรุงเทพมหานคร และเราจะยกระดับสภากรุงเทพมหานคร ให้เหมือนกับสภาผู้แทนราษฎร เราจะทำงานโดยยึดโยงกับประชาชน และอะไรที่ไม่เป็นธรรมเราพร้อมที่จะรับฟังปัญหา เเละเดินหน้าตรวจสอบปกป้องผลประโยชน์พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่” วิโรจน์ กล่าว 

โฆษณา - Advertising

วิโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ส.ก.ทุกพรรคการเมือง เห็นตรงกันว่าการกระจายงบประมาณต้องดีขึ้น ที่ผ่านมากรุงเทพมหานครมีปัญหาการจัดสรรงบประมาณอย่างไม่เป็นธรรม เอื้อประโยชน์ให้นายทุน บางครั้งตอบไม่ได้เลยว่าประชาชนได้ประโยชน์จำนวนเท่าไร นอกจากนี้ ทางพรรคก้าวไกล มีแผนที่จะเปิด Hackathon ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตรวจสอบงบประมาณของกรุงเทพมหานคร ทั้งในประเด็นการกระจายงบที่เป็นธรรมใน 50 เขต , งบสำนักระบายน้ำ , งบสำนักโยธา เเละงบต่างๆที่คนกรุงเทพมีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด 

ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบางซื่อ ในฐานะโฆษกคณะทำงานระบุว่า คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล จะเสนอแก้ไขข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร 9 ข้อ อาทิ การตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต , การถ่ายทอดสดในการประชุมของสภากรุงเทพมหานคร เพื่อความโปร่งใสเเละการมีส่วนร่วมของประชาชน ,การแก้ไขข้อบัญญัติเกี่ยวกับที่ดินที่รกร้าง , การจัดเก็บภาษีป้ายอิเลกทรอนิกส์ โดยเน้นที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ ที่มีการหลีกเลี่ยงการเก็บภาษี เพื่อให้มีความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการรายย่อยและเพื่อให้กรุงเทพมหานครจัดเก็บรายได้ในส่วนนี้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย , การจัดสรรงบประมาณใหม่ การจัดการขยะ การระบายน้ำ , การกระจายงบประมาณให้ประชาชนมีส่วนร่วม , การพิจารณางบผูกพันที่ทำให้การก่อสร้างล่าช้า , การพิจารณาบรรจุครูพี่เลี้ยงพัฒนาศูนย์เด็กเล็ก ,การเปิดเผยร่างสัญญาเเละบันทึกการประชุมที่เกี่ยวข้องกับการต่ออายุสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว และการแก้ไขการบำบัดกลิ่นของโรงกำจัดขยะอ่อนนุช เพื่อที่จะผลักดันแก้ไขข้อบัญญัติเสนอต่อ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อขับเคลื่อนเเละยกระดับสภากรุงเทพมหานครอย่างมีประสิทธิภาพ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising