ศาลพิพากษาจำคุก ‘อั๋ว-เพนกวิน’ 2 เดือนปรับ 1 หมื่นคดี #Saveวันเฉลิม ศาลรับรองใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินชอบธรรมแล้ว

ศาลแขวงปทุมวันพิพากษาจำคุก “อั๋ว จุฑาทิพย์” และ “เพนกวิน พริษฐ์” 2 เดือนปรับ 1หมื่นบาทจากเหตุร่วมกิจกรรม #Saveวันเฉลิม ที่หอศิลป์ เมื่อมิ.ย.63 แต่โทษจำคุกให้รอลงอาญา ศาลอ้างเหตุแม้ไทยจะมีผู้ติดเชื้อเป็น 0 แต่การใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และห้ามชุมนุมนั้นชอบธรรมแล้วไม่จำเป็นต้องพิจารณาว่ามีมาตรการป้องกันหรือไม่

12 ก.ค.2565 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานทางทวิตเตอร์ถึงผลคำพิพากษาในคดีที่อัยการฟ้อง จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรืออั๋ว และ พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวินในข้อหาจัดการชุมนุมและเข้าร่วมการชุมนุมอันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการร่วมกิจกรรม #Saveวันเฉลิม ที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพ เมื่อ 5 มิ.ย.2563 และจุฑาทิพย์ยังถูกฟ้องในขัอหาขัดคำสั่งเจ้าพนักงานอีกข้อหาจากเหตุไม่พิมพ์ลายนิ้วมือในวันที่ไปรับทราบข้อกล่าวหา

ศูนย์ทนายฯ ระบุว่าศาลมีคำพิพากษาว่าทั้งสองคนได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาโดยอ้างว่าการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และการออกคำสั่งของผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่ห้ามชุมุนมมั่วสุมมีความชอบธรรมแล้ว แม้ว่าในเวลานั้นจะมังมีการรายงานว่ามีผู้เชื้อโควิด-19 เป็น 0 ราย แต่ที่อื่นทั่วโลกก็มีการติดเชื้อละเสียชีวิต อีกทั้งจำเลยยังตระหนักดีจากการใส่หน้ากากอนามัย พกเจลแอลกอฮอล์ เว้นระยะห่างในการชุมนุม

นอกจากนั้นศาลยังเห็นว่าทั้งสองคนมีเจตนาให้มีการบังคับใช้กฎหมายกับพวกตนต่างจากคนอื่น จากเหตุที่ทั้งสองคนอ้างว่าจำเป็นต้องออกมาชุมนุม ส่วนประเด็นเรื่องเป็นผู้จัดหรือไม่ศาลเห็นว่าแม้จะไม่มีหลักฐานว่าทั้งสองคนเป็นผู้โพสต์เชิญชนหรือไม่แต่ก็มาปรากฏตัวในที่ชุมนุมตามโพสต์ชวนของเพจอื่น

ศาลยังระบุอีกว่าไม่จำเป็นต้องพิจารณาว่าการชุมนุมเป็นไปโดยสงบและมีมาตรการป้องกันโควิดอย่างการเว้นระยะห่างหรือเป็นที่โล่งกว้างอากาศถ่ายเทได้หรือไม่ เพราะการออกคำสั่งตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นชอบธรรมแล้ว

ศาลพิพากษาให้จำคุกทั้งสองคน 2 เดือน และปรับเงิน 10,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษเอาไว้เป็นเวลา 2 ปี

ทั้งนี้ศูนย์ทนายฯ รายงานถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการสืบพยานไว้ด้วยโดยเฉพาะในส่วนประเด็นทั้งพริษฐและจุฑาทิพย์อ้างเหตุผลจำเป็นที่ต้องออกมาชุมนุมไว้

พริษฐ์ระบุว่าการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นไม่ชอบธรรม ในเวลานั้นไม่ได้มีผู้ติดเชื้อในประเทศอีกทั้งห้างต่างๆ ก็ยังคงเปิดให้บริการ นอกจากนั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐต้องให้การคุ้มครอง แต่รัฐกลับปฏิเสธสิทธิของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งในเวลานั้นเขาเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองและถูกอุ้มหายในกัมพูชา หากนิ่งเฉยต่อการละเมิดสิทธิคนต่อไปก็เป็นใครก็ได้ที่จะถูกละเมิดสิทธิ

ส่วนจุฑาทิพย์เบิกความในทำนองเดียวกันด้วยว่าวันที่มีการชุมนุมผู้คนยังออกมาใช้ชีวิตปกติ ห้างร้านยังเปิดให้บริการ และในกิจกรรมก็มีการแจกหน้ากาก แจกเจลแอลกอฮอล์ วัดอุณหภูมิ ส่วนที่ตนไปร่วมชุมนุมเพราะตนให้ความสำคัญกับสิทธิเสรีภาพของบุคคลที่ถูกบังคับสูญหาย และทางการไทยก็ไม่ได้ให้ความร่วมมือในการติดตามหาวันเฉลิมด้วยการเข้าร่วมชุมนุมคือการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับวันเฉลิม

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์