ยื่นคําร้องต่อศาลให้เรียกตัวแทน สตช. ไต่สวน กรณี คฝ.สลายการชุมนุมรุนแรงเมื่อ 18 ก.ค. 2564

ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนเตรียมยื่นคําร้องต่อศาลขอให้เรียกตัวแทน สตช. มาไต่สวน กรณี คฝ.สลายการชุมนุมจนได้รับบาดเจ็บจํานวนมากเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2564 หวังจะช่วยปรับปรุงพฤติกรรมการใช้อํานาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและใช้อํานาจตามอําเภอใจของทั้ง คฝ. และผู้บังคับบัญชาที่มีพฤติกรรมสนับสนุน


การชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2564 (แฟ้มภาพประชาไท)

20 พ.ย. 2565 ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน แจ้งข่าวต่อสื่อมวลชนว่าในวันอังคารที่ 22 พ.ย. 2565 นี้ เวลา 10.00 น. ภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนจะยื่นคําร้องต่อศาลแพ่ง ขอให้ศาลเรียกตัวแทนจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (สตช.) มาไต่สวนกรณีเจ้าหน้าที่ตํารวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ใช้กําลังสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงจนประชาชนจํานวนมาก รวมทั้งสื่อมวลชนได้รับบาดเจ็บและในหลายรายได้บาดเจ็บร้ายแรง โดยจะยื่นคําร้องต่อศาลในคดีแพ่ง หมายเลขดําที่ พ.3683/2564 ระหว่างนายธนาพล เกิ่งไพบูลย์ กับพวกรวม 2 คน เป็นโจทก์ฟ้อง สตช. เรียกค่าเสียหายในทางแพ่งจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2564 ซึ่งศาลมีคําสั่งคุ้มครองชั่วคราวเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2564 ว่า “ให้จําเลยที่ 1 ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการชุมนุมและสลายการชุมนุมโดยคํานึงความปลอดภัยของโจทก์ทั้งสองและสื่อมวลชนภายใต้หลักเกณฑ์และแนวทางการปฏิบัติงานของสื่อมวลชน” แต่ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา คฝ. ยังคงใช้กําลังสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงและไม่คํานึงถึงความปลอดภัยของสื่อมวลชนที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่การชุมนุม ซึ่งถือเป็นการละเมิดคําสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาล

ทั้งนี้ นับแต่ปี 2563 ที่ผ่านมา คฝ. ได้ใช้กําลังสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงและใช้อํานาจเกินขอบเขตของกฎหมาย หากพิจารณาจํานวนผู้ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยาง นับแต่การชุมนุมในช่วงปี 2563 ถึงปัจจุบัน มีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยาง เท่าที่มีข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, iLaw และ Mob Data Thailand จํานวนมากกว่า 65 ราย และเป็นการเล็งยิงกระสุนยางไปบริเวณศีรษะมากถึง 25 ราย โดยพบกรณีเด็กอายุ 13 ปี มีแผลที่กลางหน้าผาก และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากกระสุนยางอย่างน้อย 5 ราย อยู่ในอาการอัมพาต 1 ราย นอกจากนี้ยังมีเยาวชนที่บาดจากกระสุนยาง โดยมีอย่างน้อย 5 รายที่ถูกกระสุนยางยิงช่วงศีรษะ และมีผู้ที่สูญเสียการมองเห็นจากการใช้กระสุนยางจากการปฏิบัติหน้าที่ของ คฝ. จํานวน 3 ราย ได้รับบาดเจ็บที่ดวงตาแต่ไม่สูญเสียการมองเห็นมากกว่า 5 ราย แต่กลับไม่ปรากฏข้อมูลว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ คฝ.ที่ก่อให้เกิดความเสียหายดังกล่าวได้ถูกสอบสวน ถูกตรวจสอบหรือดําเนินการทางวินัยใดๆ แม้คดีนี้จะมีการฟ้องศาล เพื่อขอให้ศาลใช้อํานาจตุลาการตรวจสอบการกระทําของเจ้าหน้าที่คฝ. รวมทั้งตรวจสอบการควบคุมดูแลสั่งการของผู้บังคับบัญชา ตลอดจนนโยบายของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ แต่ปัญหาการใช้ความรุนแรงของ คฝ. ต่อประชาชนและสื่อมวลชนก็ไม่ได้ถูกปรับปรุงแก้ไข ยังคงมีพฤติกรรมกระทําความผิดซ้ําซาก และก่อให้เกิดผลกระทบต่อทั้งผู้ชุมนุม สื่อมวลชน รวมถึงผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมมาอย่างต่อเนื่อง โดยปราศจากการแก้ไขปรับปรุงพฤติกรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของ คฝ. อย่างจริงจังทั้งจากผู้บังคับบัญชาและจากนโยบาย

ภายหลังการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบของเจ้าหน้าที่ตํารวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) ก็ปรากฏว่ามีนายตํารวจชั้นผู้ใหญ่ออกมาแถลง หรือให้ข้อมูลต่อสาธารณะว่ามีความจําเป็นต้องใช้กําลัง และสื่อมวลชนต้องใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ หรือแม้กระทั่งกล่าวโทษสื่อมวลชนว่าไม่อยู่ในพื้นที่ที่จัดไว้ให้ เป็นต้น โดยไม่เคยแสดงการขอโทษ หรือแถลงมาตรการในการปรับปรุงแก้ไขพฤติกรรมของผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเองและไม่เคยแสดง ความรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดกับประชาชนและสื่อมวลชนจากการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองและผู้ใต้บังคับบัญชาแต่อย่างใด

โดยเฉพาะข้อมูลการดําเนินการสอบสวนทางวินัยกับเจ้าหน้าที่ คฝ. ที่ใช้กําลังทําร้ายประชาชน หรือข้อมูลคําสั่งให้เจ้าหน้าที่ คฝ.ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะได้รับการอบรมสั่งสอนให้ควบคุมอารมณ์ของตนเองให้ได้ก่อน ข้อมูลเหล่านี้ ไม่เคยถูกแถลงให้ปรากฏต่อสาธารณชนจากผู้มีอํานาจบังคับบัญชาแต่อย่างใด

การยื่นคําร้องขอให้ศาลเรียกตัวแทน สตช. มาไต่สวนในครั้งนี้ ภาคีฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีส่วนช่วยในการปรับปรุงพฤติกรรมการใช้อํานาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและใช้อํานาจตามอําเภอใจของทั้งเจ้าหน้าที่ตํารวจ คฝ. และผู้บังคับบัญชาที่มีพฤติกรรมสนับสนุน ให้ท้ายการกระทําโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเองจนก่อให้เกิดพฤติกรรมกร่างและใช้ความรุนแรงในการปฏิบัติหน้าที่ สร้างความเสียหายแก่ประชาชนและหลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดมา

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์