หลังจากเมื่อวานนี้กลุ่มนักศึกษาจากหลายสถาบันร่วมกันยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งเพื่อให้มีคำสั่งเพิกถอนประกาศของ ผบ.ทหารสูงสุดเรื่องห้ามการชุมนุมฉบับที่เพิ่งออกมาใหม่เมื่อวันที่ 1 ส.ค.65 พร้อมขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวโดยการระงับใช้ข้อกำหนดเรื่องห้ามชุมนุมนี้ วันนี้ศาลแพ่งมีคำสั่งไม่คุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการใช้ข้อกำนหดเนื่องจาก ผบ.ทหารสูงสุดยังไม่ได้ออกมาตรการเพิ่มขึ้นมาที่จะทำให้ผู้ฟ้องได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้ยังต้องรอศาลนัดชี้ 2 สถานต่อไป
23 ส.ค.2565 ที่ศาลแพ่ง รัชดาภิเษก มีนัดฟังคำสั่งในคดีที่คณะผู้นำองค์การนักศึกษาจาก 7 มหาวิทยาลัยร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยที่ 1 และ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) จำเลยที่ 2 ให้ศาลเพิกถอนข้อกำหนดนายกรัฐมนตรีฉบับที่ 47 และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงฉบับที่ 15 และเพิกถอนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 47) ลงวันที่ 27 ก.ค. 2565 ข้อ 3
จากการรายงานของทนายความจากภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนระบุว่าศาลมีคำสั่งไม่คุ้มครองชั่วคราวโดยไม่ได้ระงับการบังคับใช้ข้อกำหนด และประกาศดังกล่าว เนื่องจากที่ผู้ฟ้องทั้ง 7 คนซึ่งเป็นฝ่ายโจทก์ในคดีนี้ฟ้องมาว่าข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 47) ลงวันที่ 27 ก.ค. 2565 ข้อ 3 ที่ระบุว่าการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธสามารถทำได้โดยให้นำหลักเกณฑ์เรื่องการจัดและแจ้งการชุมนุมที่อยู่ในพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะมาใช้โดยอนุโลมเพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบ ระงับยับยั้งหรือยุติการชุมนุมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคระบาดได้โดยให้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ออกข้อกำหนดมาตรการอื่นๆ ได้
ในเวลาต่อมาผู้บัญชาการทหารสูงที่เป็นจำเลยที่สองในคดีนี้ได้ออกประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงฉบับที่ 15 ที่นำบทลงโทษที่อยู่ในพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาใช้ในกรณีไม่ได้แจ้งจัดการชุมนุมและจัดการชุมนุมที่ไม่ได้เป็นไปตามพ.ร.บ.ชุมนุมฯ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อีกทั้งประกาศฉบับนี้ยังเปิดช่องให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้า ศปม.สั่งระงับยับยั้งหรือยุติการชุมนุมโดยไม่ได้ต้องผ่านการพิจารณาของศาลทั้งที่เป็นขั้นตอนที่ถูกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ชุมนุมฯ
อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่าผู้บัญชาการทหารสูงสุดยังไม่ได้ออกมาตรการใดๆ ตามข้อกำหนดที่เป็นเพียงการวางเงื่อนไขในการออกมาตรการเท่านั้น ผู้ฟ้องทั้ง 7 จึงยังไม่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการกระทำของจำเลยทั้งสอง อีกทั้งผู้ฟ้องก็ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ตามข้อกำหนดที่ออกมาด้วย ศาลจึงไม่สั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการใช้ข้อกำหนดตามประกาศ
หลังจากนี้คดีนี้ศาลจะมีการนัดพิจารณา 2 สถานที่ศาลจะพิจารณาคำฟ้องของโจทก์และคำให้การของฝ่ายจำเลยซึ่งถ้าหากฝ่ายจำเลยไม่ยอมรับที่ฝ่ายโจทก์อ้าง ศาลจะมีการนัดสืบพยานต่อไป
จากที่มีการรายงานข่าวเมื่อวานนี้ โจทก์ที่ร่วมกันฟ้องร้องมีจำนวน 7 คน ได้แก่ เจนิสษา แสงอรุณ นายกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พศิน ยินดี เป็นประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต วชิรวิทย์ เทศศรีเมือง ประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น สิรภพ อัตโตหิ นายกองค์การบริหารสโมสรนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศิวัญชลี วิธญเสรีวัฒน์ เป็นประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เชษฐา กลิ่นดี สมาชิกสภานิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และณพกิตติ์ มะโนชัย นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
