Skip to main content
sharethis

บิ๊กโจ๊กร่วมกับตำรวจสืบสวนเชียงใหม่จับกุมกลุ่มทุนจีนเทาและนอมินีคนไทยที่กว้านซื้อที่ดินใน จ.เชียงใหม่ สร้างหมู่บ้านจัดสรรขายให้คนจีน พบหมู่บ้านฟ้าหลวงและหมู่บ้านรักเชียงใหม่ มีพฤติการณ์ให้คนไทยเป็นนอมินีประกอบกิจการแทนคนต่างด้าว 

 

6 ก.ค. 2566 สำนักข่าวเชียงใหม่นิวส์ รายงานเกี่ยวกับการจับกุมกลุ่มทุนจีนเทาและนอมินีคนไทยที่กว้านซื้อที่ดินใน จ.เชียงใหม่ เป็นจำนวนมาก เพื่อสร้างหมู่บ้านจัดสรรขายให้กับคนจีน หลังจากบิ๊กโจ๊ก หรือพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนเชียงใหม่ เข้าตรวจสอบและดำเนินคดีกับโครงการหมู่บ้านจัดสร ตั้งอยู่ที่ ต.สันกลาง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ในลักษณะให้คนไทยเป็นนอมินี ถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (สัญชาติจีน) โดยในทางคดีพนักงานสอบสวน สภ.สันกำแพง และ พนักงานอัยการ จ.เชียงใหม่ มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวแล้วนั้น จำนวน 8 ราย คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล จ.เชียงใหม่ ต่อมา มีคำสั่งจากผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ แจ้งให้บริษัทเจ้าของที่ดินจัดการจำหน่ายที่ดิน ตามประมวลกฎหมายที่ดิน จำนวน 149 แปลง เนื้อที่ 44 ไร่ 84 ตารางวา ภายใน 180 วัน นับแต่วันรับทราบคำสั่งนั้น

ต่อมา บิ๊กโจ๊กได้สั่งการให้ตรวจสอบโครงการหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งมีพฤติการณ์คล้ายกัน พบโครงการบ้านจัดสรร ต.บ้านแหวน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ แบ่งที่ดินจำนวน 43 แปลง เนื้อที่รวม 22 ไร่ 1 งาน 1.7 ตารางวา โครงการหมู่บ้านดังกล่าวมีบริษัทเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน 2 บริษัท ซึ่งมีพฤติการณ์จัดตั้งบริษัทมาเพื่อกระทำนิติกรรมอำพรางในการถือครองที่ดิน โดยมีการจดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดินทั้งแบบระยะยาวและแบบตลอดชีพให้กับคนจีนสามารถอยู่อาศัยในที่ดินดังกล่าวได้เสมือนเป็นเจ้าของที่ดิน และบริหารกิจการโดยกลุ่มคนจีนที่พักอาศัยอยู่ด้วยกันเอง ส่วนบริษัทเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้ง 2 บริษัท ใช้ชื่อคนไทยเป็นกรรมการบริษัท แต่ไม่มีอำนาจในการบริหารกิจการและการเงินของบริษัท โดยมีการจดทะเบียนบริษัท เพื่อใช้ในการถือหุ้นแทนคนจีนที่บริหาร 

ภาพจาก เชียงใหม่ นิวส์

ฝ่ายสืบสวน บก.ตม.5 และ ภ.จ.เชียงใหม่ ได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.หางดง เพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จำนวน 13 ราย ได้แก่

-นิติบุคคล จำนวน 3 บริษัท บริษัทลำดับ 1 กล่าวหาว่า เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือ ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล ซึ่งรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้น หรือ มิได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความผิดนั้น และให้ความช่วยเหลือ หรือ สนับสนุน ให้คนต่างด้าว ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายอสังหาริมทรัพย์ฯ บริษัทลำดับ 2, 3 กล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าว ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต

-กลุ่มบุคคลต่างด้าว สัญชาติจีน จำนวน 4 ราย ลำดับ 1 กล่าวหาว่า เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือ ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลซึ่งรู้เห็นเป็นใจ ในการกระทำความผิดนั้น หรือ มิได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความผิดนั้น และยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทยให้ความช่วยเหลือ หรือ สนับสนุน หรือ ร่วมประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายอสังหาริมทรัพย์แก่คนต่างด้าวฯ

ลำดับ 2-4 กล่าวหาว่า เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือ ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล ซึ่งรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้น หรือ มิได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความผิดนั้น

-กลุ่มคนไทย จำนวน 6 ราย ลำดับ 1-3 กล่าวหาว่า เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือ ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลซึ่งรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้น หรือ มิได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความผิดนั้น และให้ความช่วยเหลือ หรือ สนับสนุน ให้คนต่างด้าว ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการค้าขายอสังหาริมทรัพย์ฯ

ลำดับ 4-6 กล่าวหาว่า เป็นกรรมการ หุ้นส่วน หรือ ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล ซึ่งรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้น หรือ มิได้จัดการตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้เกิดความผิดนั้น

การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ศาล จ.เชียงใหม่ ได้อนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งเป็นชาวต่างชาติไปแล้ว จำนวน 4 ราย ได้มีการแจ้งข้อหาผู้ต้องหาคนไทยไปแล้ว จำนวน 6 ราย ในส่วนของผู้ต้องหาที่เป็นนิติบุคคล พนักงานสอบสวน สภ.หางดง ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา เพื่อเข้ามารับทราบข้อกล่าวหา และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจสอบพบว่า โครงการหมู่บ้านฟ้าหลวง และ โครงการหมู่บ้านรักเชียงใหม่ มีพฤติการณ์ให้คนไทยเป็นนอมินี ในการประกอบกิจการแทนคนต่างด้าว 

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง Facebook, X/Twitter, Instagram, YouTube, TikTok หรือสั่งซื้อสินค้าประชาไท ได้ที่ https://shop.prachataistore.net