มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (SHRF) เผยภาพเหมืองแรร์เอิร์ธ 19 แห่งที่รัฐฉานตะวันออก ในเขตปกครองพิเศษที่กองกำลังเมืองลา NDAA ควบคุมพื้นที่ เหมืองแร่แรร์เอิร์ธทั้ง 19 แห่งมีบ่อสกัดแร่ที่เรียงรายเป็นรูปวงกลมหลายแถว ลักษณะเดียวกับการทำเหมืองแรร์เอิร์ธในรัฐกะฉิ่น โดยใช้วิธีทำเหมืองแบบละลายแร่ (in-situ leaching) เพื่อขุดแร่หายากเหล่านี้ โดยเหมืองเหล่านี้อยู่ใกล้กับแม่น้ำนับ ซึ่งไหลลงไปทางใต้ไปถึงบ้านเชียงขาง และลงสู่แม่น้ำหลวย ที่เป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง
มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (SHRF) เผยแพร่ใบแถลงข่าวลงวันที่ 25 ส.ค. 2568 เปิดเผยภาพถ่าย ภาพถ่ายดาวเทียม และวีดีโอคลิปเผยให้เห็นเหมืองแรร์เอิร์ธ 19 แห่ง ในพื้นที่ควบคุมของกองกำลัง NDAA หรือ กองกำลังเมืองลา เขตปกครองตนเองทางตะวันออกของรัฐฉานติดชายแดนจีนใกล้กับแม่น้ำโขง
ในรายงานของ SHRF ระบุว่า ภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 และภาพวิดีคลิปล่าสุด [ชมคลิป] เผยให้เห็นถึงการทำเหมืองแรร์เอิร์ธ 19 แห่ง ภายใต้การควบคุมของกองกำลังสัมพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติ - รัฐฉานตะวันออก (National Democratic Alliance Army - Eastern Shan State หรือ NDAA/ESS) หรือ กองกำลังเมืองลา ในพื้นที่ใกล้กับเมืองยอง ส่วนที่อยู่ภายใต้เขตปกครองพิเศษแห่งที่ 4 รัฐฉานตะวันออก หรือ เมืองลา โดยจุดทำเหมืองห่างจากแม่น้ำโขงเพียง 40 กิโลเมตร

แผนที่แสดงพื้นที่ทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธพื้นที่รัฐฉานตะวันออก ทั้งในเขตว้าเหนือ, ว้าใต้ และเมืองลา ที่มา: SHRF

แผนที่เหมืองแร่แรร์เอิร์ธเก่าที่พบตั้งแต่ปี 2564 (สีส้ม) และเหมืองแห่งใหม่ (สีแดง) ในพื้นที่รัฐฉานตะวันออก
ภายใต้เขตปกครองพิเศษแห่งที่ 4 รัฐฉานตะวันออก (เมืองลา) ที่มา: SHRF

(ซ้าย) บ่อสารเคมีที่ใช้งาน (ขวา) บ่อสกัดแร่ที่มีการใช้งาน ที่มีแผ่นพลาสติกฉีกขาด ที่มา: SHRF

(ซ้าย) ท่อฉีดสารเคมีละลายลงสู่ภูเขา (ขวา) กระสอบสารเคมีที่ใช้สกัดแร่ ถูกลำเลียงจากรถบรรทุก ที่มา: SHRG
ภาพถ่ายดาวเทียมตั้งแต่ช่วงต้นปี 2564 เผยให้เห็นว่า ในขณะนั้นมีเหมืองแรร์เอิร์ธในพื้นที่เพียงสามแห่ง โดยสองแห่งได้ถูกทิ้งร้างไปแล้ว และอีกหนึ่งแห่งได้ถูกทิ้งร้างในเวลาต่อมา เหมืองแรร์เอิร์ธทั้งสามแห่งนั้นไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งแร่ 19 แห่ง ที่ค้นพบใหม่ในปี 2568 นี้ แสดงให้เห็นว่ามีการขยายตัวของเหมืองแร่แรร์เอิร์ธที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา
เหมืองแร่แรร์เอิร์ธทั้ง 19 แห่งในปัจจุบัน ต่างมีบ่อสกัดแร่ที่เรียงรายเป็นรูปวงกลมหลายแถว ลักษณะเดียวกับการทำเหมืองแรร์เอิร์ธในรัฐกะฉิ่น แสดงให้เห็นว่ามีการใช้วิธีทำเหมืองแบบละลายแร่ (in-situ leaching) เพื่อขุดแร่หายากเหล่านี้ จากวิดีโอ ที่มีการโพสต์ในโซเชียลมีเดียโดยคนงานจากเหมืองแรร์เอิร์ธ ในเขต NDAA แสดงให้เห็นการทำเหมืองแบบละลายแร่และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งกระสอบบรรจุสารเคมีเพื่อละลายแร่หลายพันกระสอบ และเชิงเขาที่มีการวางท่อสำหรับฉีดสารเคมีเข้าไปใช้ในการทำเหมืองแรร์เอิร์ธ
ปัจจุบันเหมืองแรร์เอิร์ธ 16 แห่งยังอยู่ระหว่างดำเนินงานและเห็นได้ชัดเจนว่ายังมีการใช้บ่อสกัดแร่เหล่านี้ ส่วนอีกสามเหมืองยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มสร้างและจนถึงเดือนพฤษภาคม 2568 สังเกตเห็นได้ชัดเจนว่ามีลักษณะเป็นบ่อสกัดแร่ที่เรียงรายเป็นรูปวงกลมซ้อนกันหลายวงในการก่อสร้างเหมืองแรร์เอิร์ธ
เหมืองแรร์เอิร์ธส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาที่มีความสูงระดับ 4,000-5,000 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ห่างจากพรมแดนประเทศจีน 4 กิโลเมตร มีการปล่อยน้ำจากเหมืองแร่ลงสู่แม่น้ำนับ ซึ่งไหลลงไปทางใต้ไปถึงบ้านเชียงขาง และลงสู่แม่น้ำหลวย (Lwe River) ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขง (Mekong River) อีกทั้งยังพบว่ามีเหมืองแรร์เอิร์ธอีกสี่แห่งที่ตั้งอยู่บนภูเขาทางตอนใต้ของแม่น้ำหลวย มีการปล่อยน้ำจากเหมืองแรร์เอิร์ธลงสู่แม่น้ำหลวยด้วยเช่นกัน
แม่น้ำหลวย ไหลไปบรรจบกับแม่น้ำโขงที่เมืองสบหลวย ฝั่งตรงข้ามกับแขวงหลวงน้ำทาของประเทศลาว โดยอยู่ห่างทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 125 กิโลเมตร จากจุดบรรจบแม่น้ำที่สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างประเทศลาว พม่า และไทย
เหมืองแรร์เอิร์ธทั้งหมดตั้งอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังเมืองลา NDAA พื้นที่เขตปกครองพิเศษที่ 4 รัฐฉานตะวันออก (Eastern Shan State Special Region 4) ตั้งแต่มีการลงนามในความตกลงหยุดยิงกับรัฐบาลทหารพม่าเมื่อปี 2532
นอกจากแร่แรร์เอิร์ธแล้ว ยังมีการทำเหมืองประเภทอื่นตามริมฝั่งแม่น้ำหลวย ซึ่งส่งผลให้เกิดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ เหมืองแรร์เอิร์ธยังตั้งอยู่ห่างไปทางทิศตะวันตกเพียงไม่กี่กิโลเมตรกับแนวการทำเหมืองแมงกานีสที่มีความยาวติดต่อกัน 8 กิโลเมตร ตามริมเทือกเขาที่ก่อตัวเป็นพรมแดนระหว่างพม่ากับประเทศจีน
ในปี 2549 องค์กรเพื่อการพัฒนาแห่งชาติชาวลาหู่ (Lahu National Development Organization - LNDO) ได้บันทึกและเปิดเผยข้อมูลถึงการทำเหมืองแร่แมงกานีส ในพื้นที่ดังกล่าว โดยมีคนงานชาวจีนทำงานกว่า 1,000 คนในการทำเหมือง และส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชน ชนเผ่าพื้นเมืองแอ่น และดอยหล้า อย่างน้อยสองหมู่บ้านบนภูเขาที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกันอย่างมาก และในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา เหมืองแมงกานีสได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างกว้างขวาง ทำให้มีการปล่อยของเสียลงไปทางใต้และไหลลงสู่แม่น้ำหลวย
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2568 นาย อ่อง อ่อง มุขมนตรีรัฐฉานที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลทหารพม่า และพลตรีโซหล่าย ผู้บัญชาการทหารภูมิภาคสามเหลี่ยมของรัฐบาลพม่าและคณะได้เดินทางเยือนเมืองลา ซึ่งเป็นเขตปกครองของกองกำลังเมืองลา NDAA และเป็นอีกหนึ่งประตูการค้าชายแดนพิเศษที่สำคัญของพม่าสู่ประเทศจีน และได้มีการพบปะกับผู้นำเมืองลา NDAA ที่นั่น รายละเอียดของการหารือยังไม่ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะ
โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2568 คณะผู้แทนรัฐบาลทหาร พม่าชุด เดียวกัน ได้มีการพบปะกับผู้นำกองทัพว้า (United Wa State Army - UWSA) ที่เมืองป็อกและปางซาง พื้นที่ทางเหนือของกองทัพว้า รัฐฉานด้วยเช่นกัน
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวชายขอบ รายงานว่าเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเมืองเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย ได้มีการจัดเวทีสาธารณะจากกะฉิ่นถึงไทย: เหมืองแร่แรร์เอิร์ทกับผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยตอนหนึ่ง ดร.สืบสกุล กิจจุกร นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวถึงภาพรวมของการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ทในภูมิภาคว่า มีเหมืองแรร์เอิรทเมืองป็อกในรัฐฉานซึ่งมีแม่น้ำสาขาไหลลงแม่น้ำสาละวินและแม่น้ำโขง ซึ่งยังไม่มีรายงานว่ามีสารปนเปื้อนไหลลงแม่น้ำสาละวินหรือไม่ นอกจากนี้มีอีกหลายพื้นที่ เช่นที่ประเทศลาว การทำเหมืองแร่ ในฝั่งลาวตรงข้ามเชียงคานซึ่งไม่รู้ว่ามีสารปนเปื้อนลงแม่น้ำโขงหรือไม่ ยังไม่มีใครตรวจ
โดยภาคประชาชนได้ยื่นหนังสือขอให้ปิดเหมืองและฟื้นฟูแม่น้ำกก สาย รวกและโขง โดยล่าสุดรัฐบาลไทยได้ไปเจรจากับรัฐบาลทหารพม่าและตั้งคณะกรรมการคขึ้นมารตรวจน้ำ อีกส่วนหนึ่งที่รัฐบาลยังไม่มีใครพูดถึงคือการตรวจแร่ที่นำเข้าจากพม่า ซึ่งเราคุยกับคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง หรือ MRC ซึ่ง MRC ได้ตรวจเจอสารโลหะหนักในลำน้ำโขงแล้ว
ดร.สืบสกุลกล่าวด้วยว่า เหมืองแร่ที่ส่งผลกระทบกับเชียงรายทั้งหมดอยู่ในฝั่งรัฐฉาน ซึ่งยังไม่รู้ว่าไทยจะเจรจากับกองทัพสหรัฐว้า (UWSA) อย่างไรเพราะว้าได้ประโยชน์จากการส่งออกแรร์เอิร์ท ล่าสุดว้าได้ประชุมร่วมกับกลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์เพราะจีนกดดันให้ว้ากดดันกองกำลังชาติพันธุ์ยุติการรบกับทหารพม่า เราต้องพิจารณาว่าจีนในฐานะที่ส่งออกแร่แรร์เอิร์ท จึงไม่สามารถปฎิเสธความรับผิดชอบได้ และกรอบการประชุมความร่วมมือแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง หรือ LMC ที่ผ่านมาได้มีการหยิบยกเรื่องนี้มาพิจารณาด้วย และปลายปีมีการประชุม LMC อีกรอบ ขณะที่ตัวแทนสหรัฐอเมริกาก็เพิ่งไปเยือนรัฐกะฉิ่นมา ซึ่งแน่นอนว่ามีเป้าหมายเรื่องจัดการแรร์เอิร์ท
