พรรคเป็นธรรม เสนอนำ “การทำการศึกษาในสถานการณ์ฉุกเฉิน” Education in Emergency (EiE) ที่เป็นงานด้านมนุษยธรรมในเวทีโลก มาจัดระเบียบการศึกษาของโรงเรียนชายขอบทั้งหมดของไทย

9 ก.ค. 2566 ทีมสื่อพรรคเป็นธรรมแจ้งข่าวว่านายกัณวีร์ สืบแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม ได้เสนอว่าไทยควรนำวิกฤตให้เป็นโอกาสบนงานด้านมนุษยธรรมที่เกิดขึ้นกับเด็ก 126 คน จากกรณีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับครูในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดอ่างทอง ฐานนำเด็กต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมาย เพื่อรับการศึกษา และเตรียมผลักดันเด็กกลุ่มนี้กลับประเทศต้นทางทำให้ต้องออกจากการศึกษากลางคัน
นายกัณวีร์ฯ กล่าวว่า กรณีน้องๆ 126 ชีวิตนี้ เป็นแค่เคสเล็กๆ จากจำนวนน้องๆ อีกทั้งหมดร่วมกว่า 80,000 ชีวิต ที่มีทะเบียนนักเรียนที่ไม่มีสัญชาติ หรือที่เรียกว่า G Code ที่ส่วนมากกำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนบริเวณชายแดนทั่วประเทศของไทย
กรณีนี้จะทำให้น้องๆ ทั้งหมดได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน เนื่องจากโรงเรียนทั้งหลายที่มีน้องๆ ศึกษาอยู่คงอาจพิจารณาเอาน้องๆ ออกนอกระบบก็เป็นได้ เพราะอาจเกรงกลัวการลงทัณฑ์อย่างที่ ผอ.โรงเรียนที่ จ.อ่างทอง ถูกดำเนินการจากต้นสังกัด
จากกรณีที่มีข้อห่วงใยจากสาธารณะ ต่อการดูแลเด็กๆ ต่างสัญชาติในเรื่องการศึกษาโดยใช้ภาษีของประชาชนคนไทย และเรื่องเกี่ยวกับขบวนการลักลอบ/นำพา และรวมถึงกรณีความเป็นไปได้จากขบวนการค้ามนุษย์ นั้น นายกัณวีร์ฯ ได้ให้ข้อเสนอแนวทางที่คิดว่าสามารถทำได้จริงโดยเร็ว ดังนี้
(1) เรื่องภาษีของประชาชนไทยที่ต้องนำมาดูแลนั้น ผมอยากจะเสนอแบบนี้
- “เรื่องการศึกษาสำหรับทุกคน” มันเป็นนโยบายชาติครับ มันคลุมการศึกษาทั้งระบบ มิได้แบ่งสัญชาติในโรงเรียน ดังนั้นเราต้องจัดการนโยบายนี้ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่สุด
- จะเสนอว่าหากเราดูให้ดี โรงเรียนที่รับนักเรียน G Code คือโรงเรียนชายขอบ โดยเฉพาะฝั่งเหนือและตะวันตก (ติดกับเมียนมา) โดยเฉพาะในปัจจุบันมีสถานการณ์ความรุนแรงในเมียนมาและมีผู้ผลัดถิ่นภายในประเทศเมียนมา รวมทั้ง ผู้ลี้ภัยที่ได้เข้าไทยมาแล้วเยอะมาก ดังนั้น ควรเร่งจัดระบบการศึกษาในโรงเรียนชายขอบ ไม่ใช่แค่ฝั่งเมียนมาอย่างเดียว แต่ควรเป็นแบบครอบคลุมทั่วชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
- นำสถานการณ์ชายแดนปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะด้านเมียนมา พิจารณาจัดทำโครงการ “ประตูสู่มนุษยธรรม” (Humanitarian Coordidor) เพื่อให้การสนับสนุนทางมนุษยธรรมต่อผู้ได้รับผลกระทบต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
- นำความรู้ด้าน Education in Emergency (EiE) “การทำการศึกษาในสถานการณ์ฉุกเฉิน” ที่เป็นงานด้านมนุษยธรรมในเวทีโลก มาจัดระเบียบการศึกษาของโรงเรียนชายขอบทั้งหมดของไทย
#แล้วเอาเงินที่ไหนมาดูแลล่ะ #เป็นภาษีคนไทยอีกรึเปล่า
แทนที่เราจะปิดกั้นการศึกษาของเด็ก เราเปิดโอกาสดีกว่าครับ เพราะเราสามารถหาทรัพยากรภายนอกมาสนับสนุนเด็กๆ ได้
“หากไทยชิงความเป็นผู้นำ ในการเสนอรูปแบบ EiE และเสนอต่อกลุ่มประชาคมระดับภูมิภาค อย่างอาเซียน ผ่าน AHA และเวทีโลก อย่าง UNICEF และกลุ่มประเทศโลกเสรี ในการรับการสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นด้านงบประมาณหรือทรัพยากรที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากไทยได้แสดงความเป็นผู้นำที่ริเริ่มในเรื่องดังกล่าว”
ถ้าเราทำแบบนี้ ข้อกังวลเรื่องการใช้ภาษีคงหมดไป แถมเราเปิดโอกาสด้านมนุษยธรรมต่อเด็กๆ ที่จะเป็นทรัพยากรมนุษย์ของโลก ไทยจะชิงเป็นผู้นำในเวทีโลกด้านการศึกษาในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ยังไม่มีประเทศใดในแถบภูมิภาคนี้ริเริ่ม และสุดท้ายยกระดับและพัฒนาระบบการศึกษาบริเวณพื้นที่ชายขอบของไทย
สำหรับเรื่องการค้ามนุษย์นั้น นายกัณวีร์ฯ แจ้งว่า คงต้องขอแรงจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องทำการสืบสวนสอบสวนให้เต็มที่นะครับ เพราะคงไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวในคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาตามระบบยุติธรรมได้ แต่ขอให้ทุกท่านเคารพในหลักการสากล และรวมถึง พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 เรื่อง “การคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของเด็ก” ให้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ
