29 ส.ค. 2568 เวลาประมาณ 19.45 น. สื่อเดอะรีพอร์ตเตอร์และข่าวสดรายงานไปในทางเดียวกันว่า ที่พรรคกล้าธรรม อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค, ชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี แกนนำพรรค และภราดร ปริศนานันกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย เดินทางมายังพรรคกล้าธรรม เพื่อพูดคุยเจรจารวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล โดยมี นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรค น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ให้การต้อนรับ
ภท.ตอบรับเงื่อนไข ปชน. 4 เดือน ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ - ทำประชามติแก้ รธน.
เวลาประมาณ 18.53 น. เฟซบุ๊กพรรคภูมิใจไทยออกแถลงการณ์โดยมีเนื้อหาระบุว่า พรรคภูมิใจไทย ตอบรับข้อเสนอและเงื่อนไขพรรคประชาชน จัดตั้งรัฐบาลใหม่
พรรคภูมิใจไทย โดยมติคณะกรรมการบริหารพรรค ร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มอบหมายให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค รับข้อเสนอของพรรคประชาชน และดำเนินการรวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุดของสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้สนับสนุนหลักโดยความชอบธรรมและประเพณีปฏิบัติทางการเมือง พรรคประชาชน ในฐานะพรรคการเมือง ที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นอันดับ 1 มีสิทธิที่จะรวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจัดตั้งรัฐบาลเป็นลำดับแรก แต่เนื่องจากข้อจำกัดของกฎหมาย ทำให้พรรคประชาชนไม่สามารถเสนอบุคคลซึ่งเป็นสมาชิกพรรคประชาชนให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาลงมติเป็นนายกรัฐมนตรีได้
พรรคประชาชนจึงเสนอแนวทางการสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล ตามที่ได้ประกาศให้ทราบทั่วกันแล้วซึ่งพรรคภูมิใจไทย ได้หารือกับพรรคการเมืองบางพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่ง เห็นตรงกันว่าสามารถรับข้อเสนอของ พรรคประชาชน เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศและประชาชน จากนั้นจะยุบสภาผู้แทนราษฎร จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจทางการเมืองตามกำหนดเวลาที่พรรคประชาชนเสนอ
หลังจากพรรคภูมิใจไทย รับข้อเสนอของพรรคประชาชนในวันนี้แล้ว จะเชิญพรรคการเมืองต่างๆ มาหารือขอรับการสนับสนุนจัดตั้งรัฐบาล เพื่อบริหารประเทศในสถานการณ์ที่มีปัญหาภัยความมั่นคง ภัยเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และภัยสังคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้พ้นจากระยะวิกฤต แล้วจะคืนอำนาจให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขต่อไป
พรรคภูมิใจไทย ขอเรียนว่านโยบายและภารกิจหลักของรัฐบาลใหม่ ที่จะจัดตั้งขึ้นโดยการสนับสนุนของ พรรคประชาชน มี 3 ประการ ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่จะได้นำไปหารือกับพรรคการเมืองอื่นๆ เพื่อพิจารณาร่วมจัดตั้งรัฐบาล ได้แก่ 1. การแก้ปัญหาความมั่นคง กรณีพิพาทไทย-กัมพูชา 2. การจัดทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยเร็ว และ 3. การยุบสภาผู้แทนราษฎร คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจทางการเมืองภายในเวลา 4 เดือน นับจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น
พรรคภูมิใจไทย ขอขอบคุณพรรคประชาชนที่ได้นำเสนอแนวทางจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้การเมืองไทยดำเนินไปตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้อย่างราบรื่น และขอใช้โอกาสนี้เชิญชวนพรรคการเมืองทุกพรรค และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อแก้วิกฤติของประเทศ แก้ปัญหาของประชาชน และ คืนอำนาจให้ประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยได้ตัดสินใจทางการเมือง อีกครั้งหนึ่ง
'สุรทิน' ประกาศนำ '4 สส.พรรคเล็ก' หนุน 'อนุทิน' เป็นนายกฯ
เมื่อเวลา 17.07 น. กรุงเทพธุรกิจรายงานว่า สุรทิน พิจารณ์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ให้สัมภาษณ์ว่า จุดยืนของพรรคประชาธิปไตยใหม่ พร้อมสนับสนุน อนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ คนใหม่ และพร้อมลงมติสนับสนุนในสภาฯ อย่างไรก็ดี ตนมีเหตุผลคือ ต้องการให้แก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาให้สำเร็จ และหาก ชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคเพื่อไทย มาเป็นเชื่อว่าปัญหาชายแดนจะไม่ยุติ และอาจเกิดความสูญเสียเพิ่มมากขึ้น
‘กัณวีร์’ ประกาศโหวตหนุน ‘อนุทิน’
เวลา 18.08 น. กัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม โพสต์เฟซบุ๊กแสดงจุดยืนโหวตอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 โดยให้เหตุผลโดยสรุปว่าพรรคเพื่อไทยหมดความชอบธรรมในการเป็นผู้นำประเทศ และตนเองจึงตัดสินใจโหวตในทางที่เชื่อว่าจะแก้ปัญหาให้ประเทศไทยได้ดีที่สุด
กัณวีร์ระบุว่า 1 เสียงในการโหวตของตนจะขอโหวตให้กับผู้ที่สามารถยึดมั่นในการจัดการเรื่องเร่งด่วน 2 เรื่องดังนี้
เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเร็ว ซึ่งเป็นจุดยืนเดียวกับพรรค ปชน. โดยการออกเสียงประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 และมีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง และต้องยุบสภาในเวลาอันชอบโดยเร่งด่วน และมอบอำนาจกลับไปให้พี่น้องประชาชนเพื่อเลือกคนที่จะมารับใช้ประเทศนี้โดยเร็ว
เรื่องที่สอง คือ คนที่สามารถมีวิสัยทัศน์ เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีแผนระยะเฉพาะหน้า กลางและยาว และคนที่สามารถสถาปนาจุดยืนทางการทูตเชิงรุกของไทยที่จะนำมาซึ่งการแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืน และเรียกศรัทธาของพี่น้องประชาชนคนไทยกลับคืนมาได้อย่างชอบธรรม และใหสามารถทำให้ประชาคมโลกเชื่อมั่นกับจุดยืนทางการทูตของไทยที่จะมุ่งหวังไปสู่สันติภาพและการพัฒนาแบบยั่งยืนของทั้งสองประเทศและของภูมิภาคที่ไทยพร้อมแสดงบทบาทการเป็นผู้นำ คนที่จะไม่ทำให้บาดแผลที่มีอยู่ขยายกว้างขึ้นไปอีกระหว่างไทยและกัมพูชา ด้วยการกระทำหรือการไม่กระทำใดๆ เหมือนรัฐบาลของแพทองธาร ชินวัตร ที่ผ่านมา
