Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

แปลงไร่หมุนเวียน ‘บ้านห้วยหินลาดใน’ จ.เชียงราย ถูกกลุ่มบุคคลคาดเป็น จนท.เข้ามาทำลาย ทิ้งน้ำและอุปกรณ์ทำการเกษตร ชาวบ้านมองอาจเป็น จนท.ใหม่ที่ไม่ทราบข้อมูลงานวิจัยไร่หมุนเวียน จึงอาจเข้าใจผิด คิดว่าชาวบ้านทำลายป่า ชี้ให้ใช้วิธีการเจรจา

 

สืบเนื่องจากกรณีวันนี้ (6 มิ.ย. 2567) เมื่อเวลาประมาณ 11.11 น. ประสิทธิ์ ศิริ ชาวปกาเกอะญอ ชุมชนบ้านห้วยหินลาดใน ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย โพสต์ข้อความลงสื่อโซเชียลมีเดีย ‘เฟซบุ๊ก’ เผยว่า วันที่ 4 มิ.ย. 2567 เจ้าหน้าที่รัฐจำนวน 3 คน สวมใส่เครื่องแต่งกายสีดำ คลุมหน้าทั้งหมด ขับมอเตอร์ไซค์เข้ามาในหมู่บ้านและไร่หมุนเวียน จำนวน 2 คัน โดยเจ้าหน้าที่มีการสะพายปืนยาวจำนวน 1 กระบอก เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้เข้ามาที่หมู่บ้านประมาณเวลา 14.00 น. ก่อนเดินทางกลับออกไปเวลาประมาณ 17.00 น. แต่เมื่อชาวบ้านไปตรวจสอบที่ไร่หมุนเวียนพบว่ามีความเสียหายที่ไร่หมุนเวียนประมาณ 4 แปลง โดยพบว่ามีการปล่อยและเจาะถังน้ำ เทน้ำทิ้งทั้งหมด ทิ้งและทำลายข้าวของเครื่องครัวทั้งหมด แกะฝากระท่อม และเอามาเผาด้ามเสียม ทำลายและเอาอุปกรณ์ทำพิธีกรรมของชาวบ้านออกไปทิ้ง ถอนพืชของชาวบ้าน ทิ้งช้อน จาน ถ้วย ฟืน และปล่อยน้ำจากแทงก์น้ำที่เก็บไว้ดับไฟป่าตามเส้นแนวกันไฟ จำนวน 2 จุด

โพสต์ระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ไม่มีการทำหนังสือถึงพ่อหลวง หรือผู้นำชุมชน ก่อนเข้ามาในพื้นที่ และเป็นการเข้าไปโดยไม่มีการแจ้งชาวบ้านใดๆ ทั้งสิ้น

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์ ประสิทธิ์ ทางโทรศัพท์ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยประสิทธิ์ กล่าวว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2567 เกิดขึ้นหลังชาวบ้านทำพิธีหยอดข้าว ซึ่งเป็นประเพณีตามวิถีวัฒนธรรมของชาวปกาเกอะญอ 

เจ้าหน้าที่เข้ามาน่าจะช่วงหลังเที่ยง ขับมอเตอร์ไซค์เข้ามา 2 คัน ใส่ชุดคลุมหัวที่สามารถเห็นใบหน้าได้ และสะพายปืน มีการมาลาดตระเวนที่ทุ่งนาหมู่บ้าน และขึ้นไปบนเข้าที่ไร่หมุนเวียน ชาวบ้านก็เห็น และคิดว่าเจ้าหน้าที่มาลาดตระเวนตรวจป่า เพราะว่าหมู่บ้านอื่นๆ ก็มีเจ้าหน้าที่มาตรวจพื้นที่ที่มีการแผ้วถางเขตป่าขยายพื้นที่ ส่วนของบ้านห้วยหินลาดในเป็นไร่หมุนเวียน และไม่ได้มีการขยายพื้นที่แต่อย่างใด

ประสิทธิ์ กล่าวว่า แต่ในวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา ชาวบ้านไปดูไร่หมุนเวียน พบว่ามีการทำลายสิ่งของในไร่ มีการทำลายพิธีกรรม หลังจากการหยอดข้าวไร่ ปักและบอกกล่าวกับเจ้าที่เจ้าทาง พิธีขอฝน อะไรทำนองนี้ ซึ่งพอเจ้าหน้าที่เข้ามาก็ดึงออก และทำลาย ทิ้งกาน้ำ ถ้วย ช้อน จาน และจอบ พวกจอบไร่บางแปลงตอนนี้ยังหาไม่เจอ พวกเสียมก็โยนทิ้งที่ไหนบ้างก็ไม่ทราบ

เมื่อสอบถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ประสิทธิ์ กล่าวยืนยันว่า ถ้าให้มีการตรวจสอบจริงๆ ยังคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่ แม้ว่าจะมีการคลุมใบหน้า แต่ยังมองเห็นอยู่ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้

ประสิทธิ์ ศิริ

ส่วนสาเหตุหรือแรงจูงใจของเจ้าหน้าที่นั้น ประสิทธิ์ สันนิษฐานว่า อาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ใหม่ที่ยังไม่ทราบข้อมูลของไร่หมุนเวียน หรืองานวิจัย ประสบการณ์ยังไม่มี และอาจคิดว่าชาวบ้านทำลายป่าถางป่าโดยที่เขาไม่รู้ว่าการทำไร่ มันเป็นพื้นที่ดั้งเดิม และมีการทำมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ และเขาอาจจะมองว่าเป็นการขยายพื้นที่เพิ่มโดยการทำลายป่า เพราะว่ารอบๆ ชุมชนเป็นพื้นที่ป่าเป็นส่วนใหญ่หากสังเกตจากพื้นที่ถ่ายภาพทางอากาศ แต่นี่เป็นส่วนน้อยเท่านั้นที่เราทำไร่หมุนเวียน และเป็นการทำในเขตเดิมไม่ได้มีการขยาย เป็นการทำไร่นาเพื่อปลูกข้าวไว้เฉพาะรับประทานในครัวเรือน ไม่ได้เน้นขาย

"เรื่องการดูแลป่า เราอยากเดินร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ด้วยซ้ำไปว่า เราดูแลได้จริง เช่นการดับไฟป่า และเราอยากให้มีส่วนร่วมว่าชาวบ้านดูแลป่าจริงจัง

"ผมมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งชาวบ้าน และไม่ทราบว่าเป็นการทำเพื่ออะไร" ประสิทธิ์ กล่าวเพิ่ม

ชาวบ้านจากบ้านห้วยหินลาดใน ระบุว่า นับตั้งแต่เขาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ เรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งแรก และมองว่าเจ้าหน้าที่ที่จะเข้ามาทำงานในพื้นที่ควรมีข้อมูลพื้นฐานของพื้นที่นั้นๆ ไม่ควรใช้วิธีการเข้ามาทำลายทรัพย์สิน เครื่องมือเครื่องใช้ แต่ควรใช้วิธีการคุยกัน ส่งหนังสือถึงพ่อหลวงเพื่อให้พาเดินดู และสร้างความเข้าใจร่วมกันได้

ประสิทธิ์ ระบุว่า ชาวบ้านมีความเกรงกลัวเจ้าหน้าที่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่หลังเกิดเหตุการณ์นี้ ทำให้ชาวบ้านจะไม่กล้าเข้าหาเจ้าหน้าที่มากขึ้น เสียกำลังใจ เกิดความหวาดระแวง และมีการถือปืนเข้ามา ทำให้พวกเขาไม่สบายใจ ส่วนจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปอย่างไรนั้น ยังอยู่ในช่วงหารือ

ถังสีฟ้าเป็นของแปลงการเกษตรของประสิทธิ์ ถูกกรีดถัง ได้รับความเสียหาย (ที่มา: เฟซบุ๊ก Prasit Siri)

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง