Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย เฉลิมฉลองวันชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ประจำปี 2567 หวังร่วมกันยืนหยัดปกป้องสิทธิและวิถีชีวิตชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง - ด้าน 'เครือข่ายชาติพันธุ์ปลดแอก' ออกแถลงการณ์ 'รื้อชำระประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ มุ่งสู่โครงสร้างสังคม ที่เห็นคนอย่างเท่าเทียม'

วันที่ 9 ส.ค. 2567 เพจ IMN เครือข่ายสื่อชนเผ่าพื้นเมือง รายงานว่า ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร เขตตลิ่งชัน มีการจัดงานวันชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ประจำปี 2567 ซึ่งเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย (คชท.) ได้จัดกิจกรรมรณรงค์มาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ พ.ศ.2550 ซึ่งวันชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยในปี 2567 มีนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในการเปิดงาน นายเกรียงไกร ชีช่วง ปรานสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย กล่าวรายงาน 3 ประเด็นหลักในการจัดงานวันชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ คือ เพื่อเปิดพื้นที่สร้างความเข้าใจทางวิชาการในประเด็นกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง สร้างความร่วมมือและร่วมกำหนดแนวทางการผลักดัน ขับเคลื่อน และสนับสนุนการพิจารณาร่างกฎหมายคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองและเพื่อร่วมรณรงค์สาธารณะ เผยแพร่ศิลปะวัฒนธรรม และร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในวันสากลชนเผ่าพื้นเมืองโลกและวันชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย

ช่วงบ่ายมีเวทีเสวนาวิชาการ “การจัดการพื้นที่คุ้มครองด้วยนวัตกรรมชุมชน” โดยมีผู้ร่วมเสวนาจากชุมชนที่มีการประกาศเขตพื้นที่เขตวัฒนธรรมพิเศษ ตาม มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 3 ส.ค. 2553 เรื่องแนวนโยบายฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยงและมติคณะรัฐมนตรี 2 มิ.ย. 2553 ว่าด้วยการฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล โดยที่ประเด็นเรื่องพื้นที่คุ้มครองเขตวัฒนธรรมพิเศษเป็นหนึ่งในมาตราที่ถูกบรรจุอยู่ในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. .... ซึ่งที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติรับหลักการในวาระที่ 1 เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2567 ที่ผ่านมาและกำลังมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อยู่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งคาดว่าจะพิจารณาแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้

งานชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยประจำปี พ.ศ.2567 เป็นเวทีสำคัญที่จะส่งเสริมความเข้าใจ ร่วมกันสร้างสังคมที่ให้ความเคารพกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมของชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทยและยังเปิดโอกาสให้กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองได้แสดงศักยภาพและเป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถช่วยพัฒนาทางด้านสังคม วัฒนธรรมและเศรษฐกิจให้กับปะเทศไทยภายใต้นโยบาย Soft power ของรัฐบาลในปัจจุบันได้

'เครือข่ายชาติพันธุ์ปลดแอก' ออกแถลงการณ์ 'รื้อชำระประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ มุ่งสู่โครงสร้างสังคม ที่เห็นคนอย่างเท่าเทียม'

เพจเครือข่ายชาติพันธุ์ปลดแอก -FIP-  เผยแพร่แถลงการณ์ 'รื้อชำระประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ มุ่งสู่โครงสร้างสังคม ที่เห็นคนอย่างเท่าเทียม' โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

เป็นเวลากว่าทศวรรษที่ประวัติศาสตร์ของชาติพันธุ์ ถูกกดทับ จำกัดสิทธิให้อยู่ใต้พรหม ไม่ถูกสื่อสารต่อสังคมด้วยข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาถึงประวัติศาสตร์ปมปัญหาของกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ส่งผลให้กลายเป็นผู้ถูกทำให้เป็นกลุ่มชายขอบของสังคม จากยุคที่ขีดเขียนขอบเขตดินแดนการปกครอง สถาปนารัฐส่วนกลาง ออกกฎหมาย นโยบายควบคุม กดทับจำกัดสิทธิ และติดป้ายให้กลุ่มชาติพันธุ์เป็นภาพตัวแทนปัญหา ทั้งภัยความมั่นคง เป็นมวลชนของคอมมิวนิสต์ ตัดไม้ทำลายป่า สร้างมายาคติทางสังคม โจมตีให้กลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์เรา “กลายเป็นแพะ” เป็นจำเลยทางสังคมอยู่ทุกยุคสมัย กลายเป็นกลุ่มคนนอกกฎหมายที่น่าหวาดระแวงในสายตารัฐในขณะที่เหล่าชนชั้นนำ ชนชั้นปกครองที่ต่างผูกขาดอำนาจและช่วงชิง สะสมความมั่งคั่งจากฐานทรัพยากรส่วนรวม แต่กลับเป็นพวกเราที่ถูกกีดกันออกจากชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี แม้กระทั่งสิทธิปัจจัยขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิต การทำมาหากินในฐานะประชาชนคนไทยยังคงถูกกดไว้เพื่อรอรับการสงเคราะห์ และปัญหาประการสำคัญที่กดครอบพวกเราไว้ คืออำนาจทางประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยถูกชำระ ถูกรื้อถอนอย่างถึงรากถึงโคน ให้เห็นถึงต้นตอปัญหาเพื่อคืนสิทธิความเป็นคน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้เสมอภาคทัดเทียม

พวกเราในฐานะ ชาติพันธุ์ปลดแอก คือคนรุ่นใหม่ผู้มุ่งหวังเห็นการเปลี่ยนแปลง ถึงสังคมที่เป็นประชาธิปไตย เคารพสิทธิเสรีภาพของกลุ่มชาติพันธุ์ ไม่ถูกเลือกปฏิบัติมองเห็นความเป็นมนุษย์ร่วมกัน เราร่วมกันศึกษาและรื้อชำระประวัติศาสตร์เพื่อเห็นถึงบทเรียนการกดทับของรัฐไทย อย่างตรงไปตรงมา จากยุคการไล่ล่าอาณานิคมสู่การสถาปนารัฐไทยหลังสยาม หรือในยุคสมัยการต้อสู้ของขบวนการพรรคคอมมิวนิสต์ เราต่างถูกทำให้กลายเป็นอื่น ตกอยู่ภายใต้การแย่งชิงทรัพยากรโดยรัฐ ทั้งการใช้กฎหมายป่าไม้-ที่ดิน บังคับใช้แนวคิดการอนุรักษ์จากรัฐส่วนกลาง ที่ทำให้เรากลายเป็นผู้บุกรุก สร้างวาทกรรมทำลายป่าและมายาคติการทำเกษตรแบบไร่เลื่อนลอย มุ่งกดทับสิทธิคนที่อยู่กับป่ามาก่อนกฎหมาย แต่ให้อภิสิทธิ์การพัฒนาเพียงบางโครงการหรือบางองค์ บางสถาบันที่ล้วนแต่เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดการสงเคราะห์ การสงสาร แต่ไม่เคยแก้ไขปัญหาความไม่เป็นธรรมจากต้นตอ

พวกเรากลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ ในนาม “ชาติพันธุ์ปลดแอก” ได้พยายามศึกษาเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์ ที่เป็นอุปสรรคและข้อจำกัด เพื่อลุกขึ้นมาต่อสู้ ปลดพันธนาการการกดขี่ชาติพันธุ์ ทั้งพยายามส่งเสียงผ่านข้อเสนอ หวังถึงสังคมที่เห็นคนเท่ากัน ว่าเราไม่ใช่ ‘ชาวเขา’ ดั่งรัฐกดทับไว้ทางประวัติศาสตร์ แต่เราคือ กลุ่มชาติพันธุ์ที่ใช้ชีวิตในสังคมไทย มีวิถีวัฒนธรรม ความเชื่อที่หลากหลาย มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีความเป็นคน ภายใต้การสร้างสรรค์สังคมที่เป็นธรรมและเป็นประชาธิปไตย

เนื่องในวันชนเผ่าพื้นเมืองสากล ปีนี้ พวกเราในนาม ‘ชาติพันธุ์ปลดแอก’ เป็นอีกวันที่พวกเราพยายามออกมาเคลื่อนไหว เพื่อตอกย้ำ ส่งเสียงควบคู่ไปกับการชำระทางประวัติศาสตร์ ว่าสังคมโลก สังคมใหม่ได้เคลื่อนไหวไปอย่างไม่หยุดนิ่ง แต่สิ่งที่สังคมไทยกระทำ กลับสวนทางและตอกย้ำปัญหาของชาติพันธุ์อย่างต่อเนื่องง แช่แข็งชาติพันธุ์ ไม่ให้เราพัฒนาไปร่วมกับสังคม เราในฐานะ ชาติพันธุ์ปลดแอก ไม่อาจทนต่อสภาวะต่อการกดทับเช่นนี้ได้อีกต่อไป จึงขอส่งเสียงของพวกเราด้วยความหวัง ต่อทุกภาคส่วนของสังคมที่เกี่ยวข้อง เพื่อปลดเปลื้องพันธนาการกดทับ ปลดแอก ของกลุ่มชาติพันธุ์ ดังนี้

1. ถึงรัฐไทย ชนชั้นปกครองและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ต่อปัญหากลุ่มชาติพันธุ์ ตามเจตนารมย์ต้องเร่งให้เกิดการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชน และกลุ่มชาติพันธุ์ทุกชั้นชน โดยเร่งด่วน ที่เชื่อมั่นอธิปไตยเป็นของประชาชน เปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมทุกระดับและมุ่งเน้นถึงการกระจายสู่อำนาจของประชาชน เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและความเท่าเทียมต่อกลุ่มชาติพันธุ์

2. ถึงกระทรวง ทบวง กรมและส่วนที่เกี่ยวข้อง ต่อปัญหากลุ่มชาติพันธุ์ ผู้มีอำนาจ ชนชั้นนำ ชนชั้นปกครอง ถึงกฎหมายและนโยบายที่เกิดขึ้นหลังจากมรดกสงครามเย็นที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ที่กดขี่กระทำต่อกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ ให้นำไปสู่การยกเลิก……. ทบทวน……… และรื้อถอนต่อนโยบายและกฎหมาย……….ที่เป็นปัญหาต่อกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อปลดปล่อย สู่ความเสมอภาคที่เห็นคนเท่ากัน คืนสิทธิ คืนศักดิ์ศรี คืนเสรีภาพให้กลุ่มชาติพันธุ์

3. ถึงกลุ่มชาติพันธุ์ประเทศไทย เราต่างเป็นพี่น้องกันบนพื้นฐานชาติพันธุ์ที่หลากหลาย ร่วมกันสนับสนุนลุกขึ้นต่อสู้ เพื่อทวงคืนสิทธิ ที่ดิน ที่อยู่อาศัย ผืนป่า อาหาร การศึกษา สาธารณูปโภค เสรีภาพ ประชาธิปไตย ความยุติธรรม และสันติภาพ เพื่อปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของชาติพันธุ์

4. เร่งผลัดดันให้เกิดกฎหมาย ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ตรงตามเจตนารมณ์ของประชาชน เพื่อถือเป็นประตูขั้นแรกสู่การรื้อถอนประวัติศาสตร์ เพื่อคืนสิทธิให้กลุ่มชาติพันธุ์อย่างเท่าเทียม ที่เห็นคนเท่ากัน

เพื่อชำระประวัติศาสตร์ ปลดแอกการกดขี่กลุ่มชาติพันธุ์ เราจะเร่งขยายขอบเขตการศึกษาเพื่อชำระประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ที่ตรงไปตรงมา ให้คนทุกรุ่นเข้าใจถึงข้อเท็จจริง และสร้างขบวนการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่ง สิทธิเสรีภาพ เสมอภาคและภราดรภาพ ของกลุ่มชาติพันธุ์อย่างเข้มแข็ง สู่การเขียน รณรงค์รัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง