'ณัฐพงษ์' หัวหน้าพรรคประชาชน ตั้งเป้ามีสมาชิกพรรค 1 แสนคน ภายใน 1 เดือน ยอดบริจาค 20 ล้านบาท เพื่อแสดงพลังพร้อมไปต่ออย่างมั่นคงไม่หวั่นไหว วันนี้ที่ Stadium One คนสมัครวันแรกคึกคัก ระบุขณะนี้มีเงินบริจาคเข้ามาแล้วประมาณ 15 ล้านบาท
10 ส.ค. 2567 สำนักข่าวไทย รายงานว่านายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนเดินทาง มาถึง Stadium One เวลา 10.10 น. โดยสวมใส่เสื้อยืดสีขาว สกรีนตัวหนังสือข้างหน้าเป็นสีส้มและสีดำข้อความว่า We People เราคือประชาชน พูดคุย ทักทายประชาชนที่มาสมัคร เป็นสมาชิกพรรค พร้อมขอบคุณ ที่สนใจมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค
นายณัฐพงษ์กล่าวว่าขณะนี้ มีผู้มาสมัคร เป็นสมาชิก พรรคประชาชนแล้ว ณ เวลาประมาณ 10.00 น. กว่า 25,000 คน โดยเป้าหมายสมาชิกคือ 100,000 คน ภายใน 1 เดือน เพราะอดีตพรรคก้าวไกลเคยมีสมาชิกพรรคครบ 100,000 คน จึงต้องการแสดงพลัง ไปต่อแบบไม่หวั่นไหว มั่นคงด้วยสมาชิกเท่าเดิม พร้อมตั้งเป้าเงินบริจาค 20 ล้านบาทด้วย ขณะนี้มีเงินบริจาคเข้ามาแล้วประมาณ 15 ล้านบาท มียอดบริจาคที่พร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งอันใกล้นี้คือ นายก อบจ.ราชบุรี และการเลือกตั้งซ่อมพิษณุโลกเขต 1 อยากให้ประชาชนเห็นถึงการพร้อมเดินหน้าต่อ
นายณัฐพงษ์ยังเชิญชวนประชาชนให้มาสมัครสมาชิกพรรคได้ที่ Stadium One จนถึง 20.00 น. วันนี้ ขณะที่ทีมงานของพรรคประชาชนพยายามที่จะตั้งจุดรับสมัครสมาชิก ทั่วประเทศ หรือสมัครผ่านทางเว็บไซต์ www.peoplespartythailand.org
นอกจากนี้ยังมี สส.หลายคนมาร่วมอาทินายธีรัจชัย พันธุมาศ นายปิยรัฐ จงเทพ และนายจุลพงศ์ อยู่เกษ
สำหรับการเปิดรับสมาชิกรับบริจาคเงินอุดหนุนพรรคการเมืองที่พรรคประชาชนจัดขึ้นณ Stadium One ถนนบรรทัดทองวันนี้วันแรก หลังเปิดตัวพรรคประชาชน อย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ ใช้ลานกิจกรรม จัดพื้นที่รับสมัคร เป็นรูปสามเหลี่ยมเหมือนสัญลักษณ์ของพรรค โดยแบ่งเป็นจุดให้บริการทั้งการรับสมัครออนไลน์ และแบบ walk in เริ่มที่ จุดตรวจสอบสิทธิ์ก่อนกรอกสมัคร หากผ่าน จะได้สติกเกอร์สีเขียว เพื่อกรอกใบสมัครและชำระค่าสมาชิก และยังมีจุดรับบริจาคเงิน โดยมีประชาชนให้ความสนใจมารอต่อแถว ตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำกิจกรรม ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ที่มาสมัครสมาชิกล้วนแต่เคยเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกลมาก่อน
'ธนพร' ร่วมบริจาคเงินเข้าพรรคประชาชน-มองเสนอแก้ ม.112 ไม่มีใครรอดสักคน
สำนักข่าวไทย ยังรายงานว่านายธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย เดินทางมาให้กำลังใจและร่วมบริจาคเงินเข้าพรรคประชาชน จำนวน 3,000 บาท แต่ไม่ได้สมัครสมาชิก เพราะจะวิพากษ์วิจารณ์การเมืองไม่ได้ ส่วนที่บริจาคเงินสนับสนุนเพราะพรรคนี้มีความแน่วแน่ที่จะต่อสู้ทางการเมือง แม้จะโดนรุมย้ำรุมกระทืบมากแค่ไหน ก็ต้องมาให้กำลังใจกัน เพราะสิ่งเหล่านี้ตนคิดว่าเป็นบททดสอบที่จะต่อสู้เอาชนะทางการเมือง ซึ่งถือว่าไม่มีพรรคการเมืองไหนเคยทำมาก่อนในประวัติศาสตร์ ที่ผ่านมาไม่ว่าพรรคไหนถูกยุบก็จะหมดสภาพ ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะเดินต่อ ดังนั้น จึงถือว่าเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะช่วยการสนับสนุน เพื่อให้พรรคการเมืองแบบนี้เดินหน้าต่อไปได้ ส่วนจะชนะในการเลือกตั้งหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเราทุกคนในโอกาสต่อไป
นายธนพร ยังได้ประเมินสถานการณ์เลือกตั้งซ่อม จังหวัดพิษณุโลก ว่าพรรคประชาชน ไม่ได้มีทางเลือกอะไรมาก นอกจากต้องสะสมชัยชนะให้ได้มากที่สุด เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา เพราะต้องยอมรับว่าคนที่โดนกระทืบซ้ำซากมันมีอาการแผ่ว และคาดหวังว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงปลายปีนี้ พรรคประชาชนจะแสดงบทบาทการเป็นฝ่ายค้านที่มีคุณภาพได้เป็นอย่างดี
นายธนพร ยังตั้งข้อสังเกตถึงพรรคประชาชนกับคณะก้าวหน้า ว่าคณะก้าวหน้ามีหน้าที่ปรับปรุงทางความคิด แต่พรรคมีหน้าที่เป็นตัวแสดง ซึ่งในทางกฎหมายความสัมพันธ์นี้เป็นสิ่งที่ต้องจัดวางกันให้ดี มิฉะนั้นแล้วจุดแข็งจะกลายเป็นจุดอ่อน เพราะนักร้องจ้องจะร้องอยู่แล้ว และขณะเดียวกันมีการพูดถึงว่าพรรคประชาชนมีนายใหญ่หลายคน คอยสั่งซ้ายขวา ซึ่งพรรคการเมืองอื่นก็เป็นแบบนี้ จึงต้องมีการจัดวางความสัมพันธ์ให้ดี เพราะวันนี้มีตัวตึงจากพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกลไปรวมอยู่ในคณะก้าวหน้า จึงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามอง หากจัดวางความสัมพันธ์ไม่ดี พรรคประชาชนจะมีนายใหญ่หลายคน อาจส่งผลกระทบทางการเมืองในระยะยาว
เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับการที่นำรายชื่อของคนที่ 44 คน ที่เสนอร่างแก้ไขมาตรา 112 มาเป็นกรรมการบริหารพรรค นายธนพร กล่าวว่า เรื่อง 112 ตนมองว่าพรรคต้องยืนหยัดเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ตนก็สนับสนุนทางนี้ เพราะถ้าพรรคประชาชน ถอยเรื่องนี้ก็ถือว่าเสียความเป็นตัวตนของพรรค
ส่วนเรื่อง 44 สส. จากการวิเคราะห์ของตน คิดว่าจะไม่รอดซักรายเดียว เพราะขั้วอำนาจเดิมเขาลงแรงขนาดนี้ มันไม่มีเหตุผลที่จะยั้งมือ มีแต่จะเอาให้ตาย ถอนรากถอนโคลน สส.ตัวตึงต้องเตรียมตัวไปต่อสู้ในชั้น ป.ป.ช. เพราะการต่อสู้ในชั้นศาลต้องยอมรับว่ามีหลากวิธีหลากมุมมอง หากดูกฎหมายจากมาตรา 92 และมาตรา 93 เรื่องยุบพรรค ทีมกฎหมายของพรรคประชาชนต้องไปทำการบ้านมาใหม่ เพราะ 2 มาตราดังกล่าว เป็นการต่อสู้ในทางกฎหมายโดยแท้ ตนจึงคิดว่าหากมีความอ่อนด้อยในการต่อสู้ทางกฎหมายอย่างนี้อยู่ โอกาสที่ 44 คนนี้จะรอดไม่มี ตนจึงขอฟันธงล่วงหน้าว่าหากไม่มีการปรับทีมกฎหมาย 44 คนนี้สูญพันธุ์แน่นอน
เมื่อถามว่าเหตุใดพรรคประชาชนจึงกล้าเสี่ยงเอาคนที่จะถูกตัดสิทธิมาเป็นกรรมการบริหารพรรค นายธนพร กล่าวว่า พรรคก้าวไกลไม่มีทางเลือกอะไรมาก หากไม่เอาคนกลุ่มนี้ขึ้นมานำไว้ก่อนก็จะเสียความเชื่อมั่น จึงเป็นความจำเป็นของสถานการณ์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องติดตามกันต่อไป คือคนที่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค และตนเชื่อว่ามีความสามารถจะเข้ามาทำหน้าที่ได้ แต่ขณะเดียวกันต้องติดตามฝ่ายผู้มีอำนาจ เพราะถ้าเขาลงมือขนาดนี้แล้ว คงจะผ่อนมือลง อย่าคิดในแง่ดี อย่ามองโลกสวย
