อดิศร เพียงเกษ เพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายไม่เห็นด้วยกับ “กฎหมายห้ามตีเด็ก” ของพรรรคประชาชน ระบุ ตนเองเคยเป็นเด็กเกเรถูกตีหน้าเสาธงจนกลายเป็นอดิศรในทุกวันนี้ อยากให้สังคมไทยเป็นสังคมไทยที่ไม่เอาสังคมต่างประเทศมาใช้ มีพ่อ มีแม่ มีลูก มีสั่งสอนกันได้
25 ก.ย. 2567 เพจ “นักเรียนเลว” รายงาน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้ (25 ก.ย. 67) มีการพิจารณา แก้ไขร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (กฎหมายห้ามผู้ปกครองเฆี่ยนตีบุตร) เสนอโดย สส.ณัฐวุฒิ บัวประทุม พรรคประชาชน ใจความเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิเด็กและแก้ไขการใช้ความรุนแรงในครอบครัว
อดิศร เพียงเกษ สส. พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปราย ระบุ ตนเองมีลูกอยู่ 3 คน พร้อมยกพุทธวจน เพื่อเห็นค้านการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว "พระพุทธเจ้ามีลูกชื่อ 'ราหุล' ท่านพูดว่า 'ราหุลํชาตํ พนฺธนํชาตํ' บ่วงเกิดขึ้นแล้ว ความผูกพันธ์ระหว่างลูกกับพ่อ เป็นความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง"
ทั้งนี้ อดิศรยังยกกรณีการปิตุฆาต มาตุฆาต (ลูกฆ่าพ่อ ฆ่าแม่) ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เช่น การปิตุฆาตในครอบครัวนักการเมือง จ.อุบลราชธานี หรือกรณีตำนานกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ จ.ยโสธร และย้ำว่าครอบครัวควรอยู่อย่างสันติสุข
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
อดิศรอภิปรายต่อไปว่า การที่กรรมาธิการไปแก้ไข มาตรา 3 ความว่า (การทำโทษบุตรต้องไม่เข้าข่าย) การลดทอนศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นมนุษย์ ตนย้ำไม่อยากให้ลูกเป็นลูกบังเกิดเกล้า
"ผมจึงยกอุทาหรณ์ ผมเป็นคนรุ่นเก่า เรียนอยู่ขอนแก่นวิทยายนก็ถูกตีหน้าเสาธง เป็นคนเกเร ตีจนเป็นนายอดิศรในปัจจุบัน ...ถ้ามีการลงมติในวันนี้วาระ 3 ผมจำเป็นต้องคว่ำกฎหมายฉบับนี้ ผมอยากให้สังคมไทย เป็นสังคมไทยที่ไม่เอาสังคมต่างประเทศมาใช้ มีพ่อ มีแม่ มีลูก มีสั่งสอนกันได้" อดิศร กล่าวในสภา
โดยในวันนี้ (25 ก.ย. 2567) ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติให้ถอนร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... หรือ กฎหมายไม่ตีเด็ก กลับไปพิจารณาในคณะ กมธ.วิสามัญอีกครั้ง หลังมีข้อสังเกตเรื่องแก้ไขหลักการจากวาระแรก และแนวโน้มเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบกับการแก้ไข ปารมี ไวจงเจริญ คณะกมธ.วิสามัญฯ ในฐานะผู้สงวนความเห็น ขอแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา 1567 (2) จากเดิมที่กำหนดให้ผู้ใช้อำนาจปกครองมีสิทธิทำโทษบุตรตามสมควร เพื่อว่ากล่าวสั่งสอน ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่เปิดช่องให้ผู้ใช้อำนาจปกครองสามารถลงโทษบุตรได้อย่างไม่จำกัดวิธีการ จนนำไปสู่การกระทำทารุณกรรมและการทำร้ายร่างกาย ส่งผลต่อสภาพร่างกาย จิตใจ และพัฒนาการของบุตร คณะกมธ.วิสามัญ ได้ยกเลิกความใน (2) ของมาตรา 1567 และให้ใช้ข้อความที่ระบุว่า ทำโทษบุตรเพื่อสั่งสอนหรือปรับพฤติกรรมโดยต้องไม่กระทำด้วยความรุนแรงต่อร่างกาย จิตใจ ไม่เป็นการเฆี่ยนตี หรือการกระทำโดยมิชอบ อันเป็นการลดทอนคุณค่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุตร
หมายเหตุ : 25 ก.ย. 2567 เวลา 22.08 น. มีการเพิ่มเติมเนื้อหาในส่วนมติของที่ประชุมสภา
