Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์
  • 'ผ่านมา 2 รัฐบาล 5 ปี แต่เรื่องไม่คืบ' อดีตลูกจ้าง 3 บริษัทสิ่งทอ เดินขบวนมาเคาะประตูทำเนียบ เรียกร้องให้คณะรัฐมนตรี 'แพทองธาร' และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เปิดโต๊ะหารือ แก้ปัญหาอดีตลูกจ้างถูกค้างค่าชดเชย-ค่าจ้าง สูงถึง 279 ล้าน
  • หน่วยงานรัฐนัดประชุมตัวแทนแรงงานครั้งหน้า 5 พ.ย. 2567 เพื่อหารือการเบิกงบประมาณกลาง นำมาช่วยเหลือแรงงานที่ถูกลอยแพ ส่วนคดีความจะมีการนัดคุยตำรวจ และอัยการ เพื่ออัพเดทเรื่องคดีและหาทางตามตัวนายจ้างมารับผิดชอบ

 

8 ต.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (8 ต.ค.) เวลา 10.34 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก ขบวนอดีตลูกจ้าง 3 บริษัทสิ่งทอ ประกอบด้วย เอเอ็มซี สปินนิ่ง แอลฟ่า สปินนิ่ง และ บอดี้แฟชั่น ไทยแลนด์ เดินทางมา เพื่อขอเปิดเจรจากับ ครม. นำโดย แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หลังแรงงานถูกทยอยเลิกจ้างตั้งแต่ปี 2562 แต่นายจ้างกลับค้างค่าชดเชย-ค่าจ้าง-ค่าล่วงเวลา และอื่นๆ จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งหมด 279 ล้านบาท (ไม่รวมค่าดอกเบี้ย)

อดีตลูกจ้าง 3 บ.สิ่งทอ เคาะประตูทำเนียบ ขอ ครม.เปิดโต๊ะหารือแก้ปัญหาถูกลอยแพค้างค่าชดเชย 279 ล้าน

ประมวลภาพบรรยากาศการชุมนุม ผู้อ่านสามารถคลิกที่ลูกศร ซ้าย-ขวา เพื่อเลื่อนดูภาพอื่นๆ

เบื้องต้น แรงงานมีข้อเรียกร้องโดยคร่าว ดังนี้ 1. ให้มีการแก้ไขปัญหาลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย โดยดึงงบฯ รายจ่ายกลาง และให้รัฐบาลไปตามเงินที่เหลือกับนายจ้าง หรือนำทรัพย์สินของนายจ้างที่ยึดมาขายทอดตลาด

2. ดำเนินคดีกับนายจ้างก่อนหมดอายุความปี 2568 เนื่องจากนายจ้าง 3 บ. มีพฤติการณ์หลบเลี่ยงการจ่ายค่าชดเชย ค่าจ้าง ค่าดอกเบี้ย และอื่นๆ และหวังให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่คดีอื่นๆ

3. เพิ่มเพดานเงินสงเคราะห์ลูกจ้างจาก 60% เพิ่มเป็น 100% ของเงินค่าจ้างค้างจ่าย เพื่อนำมาเยียวยา และบรรเทาปัญหาอดีตลูกจ้าง

และ 4. เรียกร้องให้กระทรวงแรงงานมีการกำหนดมาตรการป้องกันกรณีนายจ้างไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยให้เป็นมาตรฐาน โดยอาจให้กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างสามารถจ่ายลูกจ้างได้เต็มจำนวน หรือให้มีการจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงให้กับการเลิกจ้างด้วยการจัดเก็บเงินจากนายจ้างล่วงหน้า

ก่อนหน้านี้ ธนพร วิจันทร์ สมาชิกเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน เคยยื่นข้อเสนอถึงกระทรวงแรงงานตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว (2566) ให้กระทรวงแรงงาน และคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เพิ่มเพดานจ่ายค่าชดเชยให้ลูกจ้าง โดยขยายเพดานจากเดิม 60% เพิ่มเป็น 100% และข้อเสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงเลิกจ้างโดยการเก็บเงินจากนายจ้าง โดยหากมีการเลิกจ้าง ก็จะนำเงินกองทุนฯ ตรงนี้มาจ่ายชดเชยให้กับลูกจ้าง

แต่อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการไตรภาคีของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไม่เห็นด้วยกับทั้ง 2 ข้อเสนอ โดยให้เหตุผลว่า เงินในกองทุนฯ ไม่เพียงพอที่จะจ่ายให้อดีตลูกจ้างทั้ง 3 บริษัทได้เต็มเพดาน 100% เนื่องจากมีเงินเพียง 149 ล้านบาทเศษ

ทางผู้นำขบวนการแรงงานจึงเสนอให้กระทรวงแรงงาน ยื่นเรื่องขอที่ประชุม ครม.เบิกงบประมาณรายจ่ายกลาง เพื่อมาบรรเทาความเดือดร้อนของอดีตลูกจ้าง แต่เรื่องดังกล่าวยังคงไม่ได้รับการเสนอเข้าที่ประชุม

นอกจากนี้ ในเรื่องการติดตามดำเนินคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) อัพเดทล่าสุด เมื่อ 23 ก.ค. 2567 ได้แจ้งว่าตำรวจไม่สามารถทำอะไรกับคดีความนี้ได้แล้ว เนื่องจากทางกรมบังคับคดีไม่มีอะไรเหลือให้ยึดมาขายทอดตลาดได้แล้ว 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

หลังจากนั้นได้มีการผลัดกันขึ้นปราศรัยถึงปัญหา และเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาให้แรงงานโดยปีใหม่ รัฐวงษา แกนนำตัวแทนแรงงานบอดี้แฟชั่น ปราศรัยหวังว่า แพทองธาร จะช่วยเหลือคนงาน ถ้าไม่เดือดร้อน ก็ไม่มา เลยอยากให้นายกมาดูแลพี่น้องแรงงานโดยด่วน

นอกจากนี้ คนงานยังได้หยิบยกปัญหาความล่าช้าของการติดตามค่าชดเชยนายจ้าง โดยตอนนี้มีแรงงานเสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย โดยยังไม่ได้รับค่าชดเชยจากนายจ้าง ซึ่งรายล่าสุดเพิ่งเสียชีวิตเมื่อ ส.ค. 2567

เวลาประมาณ 11.30 น. สมคิด เชื้อคง รองเลขานายกฯ ฝ่ายการเมือง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน และภาคส่วนอื่นๆ ได้ลงมารับหนังสือจากปีใหม่ ตัวแทนแรงงาน จากนั้น ได้เชิญแรงงานทั้งหมดขึ้นไปหารือที่ห้องประชุม 3 อาคารสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เพื่อหารือการแก้ไขปัญหาต่อไป

ประชุมนัดหน้า พ.ย.

ธนพร วิจันทร์ ให้สัมภาษณ์หลังหารือกับตัวแทนหน่วยงานรัฐ เผยว่า กรณีที่เราเสนอให้นำงบประมาณรายจ่ายกลางมาเยียวยาแรงงาน กระทรวงแรงงานจะกลับไปทบทวนมติ ครม.ใหม่ โดยเราอ้างระเบียบกระทรวงการคลังเรื่องการใช้งบประมาณกลาง ว่าถ้ากรณีไม่เกิน 10 ล้านบาท จะไม่ต้องใช้ความเห็นจาก 9 หน่วยงาน แต่รัฐมนตรีสามารถเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อทราบ 

โดยวันที่ 5 พ.ย.นี้ จะมีการเชิญหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงแรงงาน ประชุมอีกครั้งที่ศูนย์ดำรงธรรม เพราะเขาขอระยะเวลาให้กระทรวงแรงงาน และสำนักนายกรัฐมนตรี ไปคุยกันเรื่องข้อเสนอของเรา 

สำหรับคดีความจะนัดประชุมวันที่ 18 ต.ค.นี้  จะมีประสานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ และอัยการ อัพเดทคดีว่าไปตามนายจ้างถึงไหนแล้ว หรือมันจะมีความเป็นไปได้อย่างไรที่จะตามนายจ้างมารับผิดชอบ 

ธนพร วิจันทร์

"เงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว มีเงิน 149 ล้านบาท ตอนนี้เหลือเพียง 100 ล้านบาท นั่นหมายความว่า มาตรการของกระทรวงแรงงานไม่มีมาตรการป้องกันที่จะทำให้นายจ้างกลุ่มเหล่านี้เลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย มันเป็นความหละหลวมของกระทรวงแรงงาน" ธนพร กล่าว

ธนพร กล่าวว่า ส่วนกรณีคนงาน 2 คนที่เสียชีวิต หนึ่งในนั้นเคยทำงานที่แอลฟ่า สปินนิ่ง และเคยมาเรียกร้องเงินค่าชดเชยเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา โดยเขาเพิ่งเสียชีวิตเมื่อ ส.ค. 2567 ก็ไม่มีเงินจัดงานศพ เพราะตกงาน ค่าชดเชยก็ไม่ได้ และค่าทำศพจากประกันสังคมก็ไม่ได้ เพราะว่าถูกไล่ออกจากงาน 

อนึ่ง ระเบียบว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น หมวด 2 การจัดสรรงบประมาณ มีรายละเอียดดังนี้

  1. ถ้าเบิกงบฯ ไม่เกิน 10 ล้านบาท จะไม่ต้องใช้ความเห็นจาก 9 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รัฐมนตรีสามารถเสนอนายกรัฐมนตรีเพื่อทราบ
  2. กรณีวงเงินอนุมัติเกิน 10 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 100 ล้านบาท สำนักงบประมาณสามารถเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบได้ ซึ่งถ้านายกรัฐมนตรีเห็นสมควร จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาก่อน สำนักงบประมาณจะแจ้งให้หน่วยรับงบประมาณ นำเรื่องเสนออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี โดยเสนอผ่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือรัฐมนตรีที่ดูแลหรือผู้ที่คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้เป็นผู้กำกับแผนงานบูรณาการ กรณีเป็นการดำเนินการภายใต้แผนการบูรณาการ แล้วแต่กรณี
  3. กรณีวงเงินอนุมัติเกิน 100 ล้านบาท สำนักงบประมาณสามารถเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ซึ่งถ้านายกรัฐมนตรีเห็นชอบ จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาก่อน สำนักงบประมาณจะแจ้งให้หน่วยรับงบประมาณ นำเรื่องเสนออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรี โดยเสนอผ่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือรัฐมนตรีที่ดูแล หรือผู้ที่คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้เป็นผู้กำกับแผนงานบูรณาการ กรณีเป็นการดำเนินการภายใต้แผนการบูรณาการ แล้วแต่กรณี 

จากนั้น หากนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เห็นชอบตามวรรค 1 แล้ว จะให้สำนักงบประมาณอนุมัติรายจ่ายกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ให้สำนักงานที่ดูแล ดำเนินการเบิกจ่ายต่อไป 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง