Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ประธานวิปรัฐบาลเผยสภาผู้แทนราษฎรลงมติรายงานผลการศึกษาแนวทางตรากฎหมายนิรโทษกรรม 24 ต.ค.นี้ ชี้หากไม่ผ่านไม่ถือว่าเสียหน้า พร้อมยกตัวอย่างเทียบ มีรายงานที่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ มาแล้ว - ไม่หนักใจร่างกฎหมายประชามติ ให้เป็นหน้าที่ กมธ.ร่วม 2 สภา พิจารณา รับกังวลใช้งบประมาณมาก หากไม่ทันเลือกตั้งท้องถิ่น

วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) | ที่มาภาพ: เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา
วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) | ที่มาภาพ: เว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา 

เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2567 นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงแนวทางการลงมติรายงานผลการศึกษาแนวทางการตรากฎหมายนิรโทษกรรม ในวันพฤหัสบดีที่ 24 ต.ค. นี้ ว่า รายงานฉบับนี้ ไม่ใช่ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม ซึ่งเมื่อปีที่แล้วกระแสเรื่องนี้มาแรง พรรคก้าวไกลในขณะนั้น ได้ยื่นร่างกฎหมายนิรโทษกรรมเข้ามา 4 ฉบับ โดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล ขอให้มีการศึกษาแนวทางการตราร่างกฎหมายเสียก่อน ผ่านคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่มาจากทุกพรรคการเมือง มีตัวแทนจากศาล นักวิชาการ และอัยการที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้ข้อมูล ซึ่งในการศึกษาไม่ได้ฟันธงว่าจะให้หรือไม่ให้นิรโทษกรรมเรื่องใด

นายวิสุทธิ์ กล่าวด้วยว่า การลงมติต่อรายงานฉบับนี้ หากสภาฯ เห็นชอบกับข้อสังเกตก็ส่งต่อไปยังรัฐบาล แต่จะทำตามหรือไม่ก็ได้ หรือหากสภาฯ ไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตก็ถือว่าตกไป ไม่มีอะไรเป็นที่น่ากังวล ส่วนจะลงมติอย่างไรนั้น ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ก่อนการประชุมสภาฯ ในวันพฤหัสบดี จะมีการประชุม สส.ของพรรค เพื่อให้ได้แสดงความคิดเห็น ก่อนจะขอมติพรรคว่าจะลงมติต่อรายงานฉบับนี้อย่างไร ทั้งนี้ ขอย้ำจุดยืนไม่นิรโทษกรรม ความผิดตามมาตรา 112 และไม่แก้มาตรานี้โดยเด็ดขาด

นายวิสุทธิ์ ระบุด้วยว่า หากรายงานฉบับนี้ไม่ผ่านสภาฯ ก็ไม่เสียหน้า เพราะคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ที่ศึกษาเรื่องนี้มา ไม่ได้มีแต่พรรคเพื่อไทย แต่มีทุกพรรค ทั้งพรรครัฐบาลและฝ่ายค้าน ดังนั้น อย่าไปคิดว่านายชูศักดิ์ ที่เป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญฯ จะเสียหน้า ซึ่งที่ผ่านมาก็มีรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทยและการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ที่มีประธานกรรมาธิการวิสามัญฯ มาจากรัฐบาล ถูกตีตกในสภาฯ ก็ไม่เห็นเป็นอะไร ทุกคนยอมรับได้หมด เป็นเพียงผลการศึกษา ไม่ใช่กฎหมายของพรรคเพื่อไทย

ไม่หนักใจร่างกฎหมายประชามติ ให้เป็นหน้าที่ กมธ.ร่วม 2 สภา พิจารณา รับกังวลใช้งบประมาณมาก หากไม่ทันเลือกตั้งท้องถิ่น

นายวิสุทธิ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ว่า เมื่อมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน ทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าว ที่วุฒิสภาเห็นชอบให้ใช้หลักเกณฑ์เสียงข้างมาก 2 ชั้น ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบให้ใช้หลักเกณฑ์เสียงข้างมากชั้นเดียว ซึ่งหากคณะกรรมาธิการฯ เห็นชอบร่วมกันกับสภาใดสภาหนึ่ง ก็สามารถประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ แต่หากเห็นต่างกัน ก็จะต้องรออีก 180 วัน ก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรจะสามารถให้ความเห็นชอบต่อร่างกฎหมาย ซึ่งตนไม่กล้าตัดสินใจแทนคณะกรรมาธิการฯ ว่าจะมีความคิดเห็นเป็นอย่างไร คิดว่าไม่น่าจะช้าน่าจะทราบภายในเดือนนี้ หากมีการประชุมกัน มองว่าไม่มีอะไรที่น่าหนักใจ

ส่วนตัวเห็นด้วยกับเสียงข้างมากชั้นเดียวหรือไม่ นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเห็นเป็นแบบนั้น แต่ต้องปล่อยให้คณะกรรมาธิการฯ พิจารณา ซึ่งอาจมีข้อเสนอที่ดีออกมาก็ได้ ไม่สามารถฟันธงว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ส่วนจะทันกับการเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่นั้น หากทันก็เป็นเรื่องดี ไม่ต้องเสียงบประมาณ 2-3 พันล้านบาท แต่หากไม่ทันก็จะต้องใช้งบประมาณของหลวง ซึ่งเป็นการใช้งบประมาณจำนวนมาก ทั้งที่สามารถจะนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้

 

ที่มาเรียบเรียงจากเว็บไซต์สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา [1] [2]


 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง