สวนดุสิตโพลสำรวจความคิดเห็นประชาชน 1,247 คน พบกว่า 77% สนใจติดตามการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดย 73% เชื่อจะกระทบนโยบายการค้าระหว่างสองประเทศ ขณะที่ 57% มองเศรษฐกิจไทยหลังเลือกตั้งยังคงเหมือนเดิม ด้านผลสำรวจชี้ คามาลา แฮร์ริส มีคะแนนนำ 43% ตามด้วยทรัมป์ 38%

27 ต.ค. 2567 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา 2024” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,247 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 22-25 ต.ค. 2567 สรุปผลได้ ดังนี้
ความสนใจติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
อันดับ 1 สนใจ 77.47%
อันดับ 2 ไม่สนใจ 22.53%
ประชาชนอยากให้สื่อไทยนำเสนอข่าวการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาอย่างไร
อันดับ 1 นำเสนอข่าวอย่างเป็นกลางและให้ข้อมูลครบถ้วน 67.74%
อันดับ 2 วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย 56.26%
อันดับ 3 ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับนโยบายของผู้สมัครแต่ละคน 54.25%
ประชาชนคิดว่าการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจะส่งผลต่อประเทศไทยอย่างไรบ้าง
อันดับ 1 มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับไทย 73.70%
อันดับ 2 การส่งเสริมประชาธิปไตยและความร่วมมือทางการเมือง 51.73%
อันดับ 3 ความร่วมมือทางการทูตและการเมืองระหว่างประเทศ 50.20%
หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประชาชนคิดว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยจะเป็นอย่างไร
อันดับ 1 น่าจะเหมือนเดิม 57.02%
อันดับ 2 น่าจะดีขึ้น 40.90%
อันดับ 3 น่าจะแย่ลง 2.08%
ประชาชนคิดว่าใครจะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา
อันดับ 1 คามาลา แฮร์ริส (พรรคเดโมแครต) 43.06%
อันดับ 2 โดนัลด์ ทรัมป์ (พรรครีพับลิกัน) 38.81%
อันดับ 3 ไม่แน่ใจ 18.13%
นางสาวพรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่สนใจติดตามข่าวการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยคาดหวังให้สื่อไทยรายงานอย่างเป็นกลาง ครบถ้วน และวิเคราะห์ผลกระทบต่อประเทศไทย ในด้านเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่เชื่อว่าจะไม่เปลี่ยนแปลงมากนักหลังการเลือกตั้ง เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งนี้คาดว่าคามาลา แฮร์ริสจะชนะ โดยมีคะแนนนำไม่เกิน 5% ซึ่งสอดคล้องกับผลโพลหลายสำนักในสหรัฐฯ จึงต้องจับตาดูว่าผลจริงจะเป็นอย่างไร
รองศาสตราจารย์ ดร.รุ่งภพ คงฤทธิ์ระจัน รองคณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่จะเกิดขึ้นได้รับความสนใจจากหลายประเทศรวมถึงไทย เนื่องจากผลกระทบของผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่ต่อเศรษฐกิจ การเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผลสำรวจของสวนดุสิตโพลเผยว่า 77.47% ของคนไทยติดตามการเลือกตั้ง โดยสนใจทิศทางนโยบายเศรษฐกิจที่อาจมีต่ออาเซียน (73.70%) หากคามาลา แฮร์ริส จากพรรคเดโมแครตชนะ นโยบายการค้าเสรีระหว่างประเทศอาจขยายตัว โดยเฉพาะกับจีนและอาเซียน ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้ภาคการผลิตไทยเติบโต แม้ GDP ไทยจะคาดการณ์ไว้ที่ 2.5% ในปี 2567 แต่อุตสาหกรรมการผลิตไทยอาจได้ประโยชน์หากท่าทีของแฮร์ริสสนับสนุนการค้าเสรี ในทางกลับกันหากโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกันชนะ นโยบาย “America First” อาจกีดกันการค้ากับไทยด้วยภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นและเงื่อนไขทางการค้า ซึ่งจะส่งผลลบต่อภาคการผลิตและส่งออก รัฐบาลไทยจึงต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เช่น การส่งเสริมการผลิตให้ทันสมัยและพัฒนาโครงสร้างการเงินเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมให้แข่งขันได้ ในตลาดโลก
