สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้แถลงการณ์ฉบับที่ 2 กรณีคดีตากใบ เสนอ 4 ข้อเรียกร้อง หลังคดีหมดอายุความ ให้ตรวจสอบต้นสังกัดผู้ต้องหาว่ารู้เห็นการหลบหนีหรือไม่ ริบบำนาญผู้ต้องหาที่ไม่มอบตัว ตั้งกรรมการสอบ สภ.หนองจิก ปมคดีหาย 19 ปี พร้อมแก้กฎหมายอายุความคดีอาญา ป้องกันการลอยนวล

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2567 สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ได้เผยแพร่ 'แถลงการณ์ฉบับที่ 2 (กรณีคดีตากใบ) บทเรียนตากใบหลังหมดอายุความ:ต้องไม่ให้คนหนีคดีลอยนวลเพื่อสังคมไทยที่เป็นธรรม' ระบุว่าวันที่ 25 ต.ค. 2567 นับเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นวันที่ “คดีตากใบ” หมดอายุความอย่างเป็นทางการ โดยผู้ต้องหาไม่ได้ปรากฏตัวต่อศาลและไม่มีผู้ใดได้รับโทษ เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมในประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ขอแสดงความเสียใจอย่างจริงใจต่อครอบครัวของผู้สูญเสียและชื่นชมความกล้าหาญของประชาชนที่ฟ้องคดีแม้รู้ว่าต้องเผชิญอุปสรรคมากมาย การกระทำนี้เป็นบทเรียนสำคัญให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแก้ปัญหาชายแดนใต้และปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างยั่งยืน เพื่อความเท่าเทียมและเป็นธรรมต่อพลเมืองทุกคน
สำหรับกรณีปลัดอำเภอท่าอุเทน จ.นครพนม ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาคดีตากใบ ที่หลบหนีคดีจนคดีขาดอายุความไปเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2567 ได้กลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติแล้วสะท้อนให้เห็นถึง วัฒนธรรมพ้นผิดลอยนวลชนิดที่ว่าการหนีหมายจับคดีร้ายแรงของข้าราชการกลายเป็นเรื่องปกติ โดยไม่มีการต้องแสดงความรับผิดชอบใด ๆ ในอีกทางหนึ่งก็แสดงให้เห็นว่าการกลับมาทำงานของข้าราชการรายนี้ เป็นการตบหน้าตำรวจ และกระบวนการยุติธรรมของไทยเอง เพราะที่ผ่านมาแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่การติดตามตัวตามหมายจับ จะไม่สามารถทำงานได้อย่างที่ควรจะเป็น การกลับมาเช่นนี้เป็นการยืนยันความเชื่อของชาวบ้านในข้อสงสัยว่าการหนีคดีเหล่านั้นจะมีการรู้เห็นเป็นใจของข้าราชการหรือไม่
ดังนั้นจึงขอเรียกร้องดังนี้
1.ให้หน่วยงานต้นสังกัดของข้าราชการที่หลบหนีคดีไป ทั้งกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกลาโหม ให้ตรวจสอบทางวินัยเพื่อพิจารณาว่ามีเจ้าหน้าที่คนใด รู้เห็นเป็นใจช่วยหนีคดีหรือไม่ และขอให้ อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เร่งตรวจสอบเพื่อคลายข้อข้องใจของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และญาติของผู้ที่สูญเสียในเหตุการณ์ตากใบ ว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้มีการละเลยเพิกเฉยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
2. เรียกร้องให้รัฐ ริบเงินบำนาญของผู้ต้องหาที่ไม่ยอมมอบตัว เเละให้นายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ ของสถานีตำรวจภูธรหนองจิก จ.ปัตตานี ที่ยุติการส่งสำนวนคดีให้อัยการสูงสุด ทำให้คดีสูญหายมาเกือบ 19 ปี และมาส่งสำนวนใหม่ในปีนี้ จนอัยการสูงสุดสั่งฟ้อง เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา
3.กรณีนี้ยังทำให้เห็นปัญหาของระบบยุติธรรมของไทยเรื่องอายุความในคดีอาญาที่เอื้อให้กับการลอยนวลพ้นผิด เป็นข้อบ่งชี้ว่ามีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยเรื่องอายุความในมาตรา 95
ข้าราชการหนีคดี ดังนั้นจึงเรียกร้องไปยังรัฐสภาและรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหานี้เพื่อพิทักษ์ความยุติธรรมแก่พลเมืองไทยในอนาคต
4.ขอให้กระทรวงศึกษาธิการจัดหลักสูตรการเรียนรู้สานเสวนาสมามิตรในประเด็นประวัติศาสตร์บาดแผลเพื่อหาทางออกร่วมกัน
ดร.ขดดะรี บินเซ็น
นายกสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้
1 พ.ย. 2567
