Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

พระ สตรี เด็ก คนพิการ ฆ่าได้หรือ? อะไรคือขอบเขตการทำจีฮัดหรือต่อสู้ในหนทางศาสนากับการก่อการร้าย ถอดคำอธิบายศาสนบัญญัติว่าด้วยการจีฮัด (Jihad) ต่อกรณีเหตุไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในปัจจุบัน ของบาบอฮุสนี บินหะยีคอเนาะ ผู้รู้ศาสนาอิสลามจากสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ในเวทีเสวนาสาธารณะออนไลน์ call to ACTION #อย่าล้ำเส้นมนุษยธรรม จัดโดย Interfaith Buddy For Peace เครือข่ายเพื่อรักต่างศาสนาฯ 4 พ.ค.68

เป้าหมาย 3 ประการของอิสลาม

ประเด็นเรื่องจีฮัด ถูกเข้าใจผิดหรือถูกกล่าวโทษว่าทำให้โลกวุ่นวาย ขอทำความเข้าใจก่อนว่า อิสลามมีเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ

  1. เผยแผ่การยอมรับการมีอยู่ของพระเจ้า เป็นหน้าที่หลักของมุสลิมที่ต้องบอกกล่าวถึงการมีอยู่ของพระเจ้า พระเจ้าเป็นผู้สร้าง และเราเป็นบ่าวของพระองค์ เพราะจะนำมาซึ่งการปฏิบัติที่ถูกต้องตามบทบัญญัติที่พระองค์กำหนดไว้เป็นคู่มือสำหรับมนุษยชาติ แต่ไม่ใช่บังคับให้ต้องเชื่อ
  2. ผดุงความเป็นธรรมบนหน้าแผ่นดิน ทุกข้อบัญญัติที่กำหนดให้ต้องมีความเป็นธรรม รวมทั้งเรื่องสงครามด้วย
  3. สร้างความสงบสุขให้มนุษยชาติ ทุกข้อบัญญัติของอิสลามมีเพื่อต้องการให้มนุษย์มีความสุขทั้งโลกนี้และโลกหลังจากตายจากผลกรรมที่ทำในโลกนี้

จีฮัดถูกออกแบบมาเพื่อสกัดก่อการร้ายและผดุงความเป็นธรรม

บทบัญญัติของอิสลามจะเริ่มต้นด้วยเรื่องความสะอาด การปฏิบัติศาสนกิจ การค้าขาย ฯลฯ ส่วนจีฮัดเป็นเรื่องสุดท้ายที่พูดถึง ซึ่งจีฮัดมีเพื่อผดุงความเป็นธรรมตามเป้าหมายข้อที่ 2

ดังนั้น เมื่อมีการอธรรมเกิดขึ้นก็จะเป็นภาระของมุสลิมที่ต้องนำบัญญัติการจีฮัดมาใช้ โดยจีฮัดถูกออกแบบมาเพื่อสกัดกั้นการก่อการร้ายและการผดุงความเป็นธรรม แต่ที่ผ่านมาการทำจีฮัดกลับถูกประกาศว่าคือการก่อการร้าย

ในประวัติศาสตร์อิสลาม ศาสดามูฮัมมัดเผยแพร่ศาสนาอิสลามตั้งแต่อายุ 40 ปี ท่านถูกต่อต้านอย่างรุนแรง เพียงจะบอกให้รู้ว่าพระเจ้ามีองค์เดียว จนต้องอพยพสองสามครั้ง สุดท้ายอพยพไปอยู่ที่เมืองมาดีนะห์ (อยู่ในประเทศซาอุดิอาระเบียปัจจุบัน) จนบรรดาสาวกขอให้ทำสงครามเนื่องจากการต่อต้านและการถูกไล่ล่า แต่ท่านยังปฏิเสธ เพราะคำสั่งนี้ไม่ได้ออกมาจากตัวของศาสนาเอง ต้องรอคำสั่งจากพระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น

สุดท้ายคำสั่งให้ทำจีฮัดก็ออกมาหลังจากท่านเผยแพร่ศาสนาอิสลามไปแล้ว 23 ปี ในสงครามบาดัรกับชนเผ่ากูเรซที่ขนอาวุธมาปิดล้อมเมือง นั่นคือเหตุผลว่าทำไมบทบัญญัติเรื่องจีฮัดจึงเข้ามา ดังนั้น หลักการจีฮัดคือเพื่อปกป้องตัวเองและผดุงความเป็นธรรม

จีฮัดถูกออกแบบมาเพื่อผดุงความเป็นธรรมนั้นคือ อิสลามจะไปโจมตีเมืองอื่นหรือคนอื่นไม่ได้ ถ้ามีมุสลิมประพฤติปฏิบัติอย่างนั้น เขาก็เป็นมุสลิมที่ทำบาปต่อหลักการ เว้นแต่มีข่าวว่ามีมุสลิมถูกกดขี่ถึงขั้นจะละหมาดไม่ได้ เป็นภาวะที่มุสลิมทั่วโลกสามารถไปทำจีฮัดได้เพื่อสกัดกั้นการกดขี่ที่เกิดขึ้น

หลักการที่สอดคล้องกับกฎหมายมนุษยธรรม

จีฮัดเป็นบทบัญญัติที่เปิดเผยชัดเจน ไม่สอนแบบกระซิบหรือสะกิดสอน มีตำราที่อธิบายถึงเงื่อนไขต่างๆ ว่าอันไหนทำได้หรือไม่ได้ ซึ่งกฎหมาย IHL (กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ) นั่นคือหลักการจีฮัด (เพราะมีเนื้อหาสอดคล้องกัน)

โดยศาสนาบอกว่า คุณจะต้องรบกับนักรบด้วยกัน แต่ถ้านักรบเป็นสตรีซึ่งเคยเกิดขึ้นในสมัยศาสดายังอยู่ ท่านศาสดาบอกให้จับเป็นเท่านั้น อย่าฆ่านาง

ถ้าเรารู้ถึงหลักการจีฮัดในอิสลาม คุณจะรู้ว่าจีฮัดเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์มาก ไม่ถูกออกแบบมาเพื่อเอาเปรียบใคร แม้ทหารสตรีก็ห้ามฆ่า แล้วนับภาษาอะไรถ้าเป็นผู้หญิงชาวบ้านที่ตาบอด นี่ไม่ใช่เลย

หลักการจีฮัดไม่อยู่บนความเกลียดชัง

เมื่อเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ทำให้มุสลิมที่รู้หลักการจีฮัดจะรู้ว่า ก่อนทำจีฮัดนั้น นักรบจีฮัดต้องฝึกฝนเพื่อจีฮัดกับนัฟซู (อารมณ์) ของตัวเองก่อน 4-5 ปี เขาต้องเป็นคนดีมากๆ เพราะหลักการจีฮัดนั้นไม่อยู่บนความเกลียดชัง

หลักการจีฮัดไม่เกิดขึ้น ถ้าคุณจับอาวุธขึ้นมาฆ่าคนอื่นจากความเกลียดชัง แต่บ้านเรามีความเกลียดชังสยามที่รุกรานปาตานีในอดีต เกลียดชังเจ้าหน้าที่ที่มาทำไม่ดี เพราะฉะนั้นคนที่จะฝึกเป็นมูจาฮิด (นักรบจีฮัด) ต้องถูกฝึกด้วยสติมากๆ ถูกฝึกว่าต้องทำด้วยความบริสุทธิ์ใจว่าจะปกป้องมนุษยชาติ ปกป้องความเป็นธรรม ไม่ใช่อยากเป็นนักรบที่โด่งดัง”

ห้ามฆ่าพระ สตรี เด็ก เด็ดขาด

เพราะฉะนั้น ถ้ามีข้อมูลข้อเท็จจริงว่า มีการฆ่าพระ ฆ่าสตรี ฆ่าเด็ก เรามุสลิมที่รู้หลักการจีฮัดจะอึ้งเลย มันใช่ฝีมือของนักรบอิสลามจริงหรือ? เราต้องมีคำถามนี้ เพราะเรารู้ว่าอิสลามห้ามเด็ดขาดในสิ่งเหล่านี้

เราต้องขอบคุณจีฮัดด้วยซ้ำ เพราะหลักการจีฮัดจะประเมินว่า การทำงานของคนกลุ่มหนึ่งนั้นถูกต้องตามหลักการอิสลามหรือไม่ ถ้าทำถูกผลตอบแทนคือสวรรค์ การตอบแทนโลกนี้ไม่มี

ถ้ามีคนขึ้นบ้าน พ่อตัดสินใจยิงสู้กับโจร เพราะไม่มีใครจะทนดูลูกตัวเองเมียตัวเองถูกข่มขืน หลักการอิสลามบอกว่า ไม่ใช่แค่บ้านเมืองถูกรุกราน แม้แต่คนขึ้นบ้านเราก็ต้องสู้ นั่นคือคุณกำลังจีฮัดอยู่ แต่ถ้าเราถูกฆ่าในสถานการณ์นั้น คือชาฮีด (ตายในนามศาสนา)

พฤติกรรมเจ้าหน้าที่รัฐจะตัดสินได้ว่าเป็นจีฮัดหรือไม่

มีน้องๆ ทหารเข้ามาถามบาบอว่า สถานการณ์บ้านเราเป็นชาฮีดหรือไม่ เพราะท่านจุฬาราชมนตรีก็ประกาศแล้วว่าที่นี่ไม่ใช่ดารุลฮัรบี (แผ่นดินแห่งสงคราม) บาบอตอบไปว่า การประกาศดารุลฮัรบีในภาพรวมคือใช่ แต่จะบอกว่าเด็กพวกนี้เป็นชาฮีดหรือไม่นั้น ขึ้นกับการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐด้วยว่าปฏิบัติกับเขาอย่างไร มีหลักฐานชัดเจนว่าเขาเป็นโจรไหม มีหลักฐานว่าเขาไปก่อคดีอะไรมา การล้อมจับอยู่บนพื้นฐานความเป็นธรรมไหม ทำไมเขาไม่กล้าที่จะไปค่ายทหาร เพราะมีการซ้อมทรมานใช่ไหม แต่ละกรณีมันต่างกัน

พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ต่อบุคคลนั้นจะเป็นผู้ตัดสินเองว่าเป็นจีฮัดหรือไม่ เป็นชาฮีดใช่หรือไม่ จะไปเหมารวมทั้งหมดไม่ได้ นี่คือหลักการ เพราะฉะนั้นเราจะสะกิดเจ้าหน้าที่รัฐเสมอว่า ขอให้ใช้อำนาจการบังคับใช้กฎหมายอย่างละมุนละม่อมอย่างพิถีพิถัน เพราะมันจะเป็นเชื้อไปเรื่อยๆ

ปฏิบัติเกินขอบเขตเมื่อไหร่ เป็นผู้ก่อการร้ายทันที

บาบอกล้าที่จะพูดสิ่งเหล่านี้เพราะมันคือสัจธรรม

เราไม่ได้เข้าข้างใคร เราพูดถึงหลักการ และถึงเวลาที่เราจะเอาคำสอนเรื่องจีฮัดขึ้นบนโต๊ะ ให้มุสลิมเรียนรู้อย่างเป็นทางการว่า อันไหนคือการจีฮัดที่อิสลามอนุมัติและอันไหนที่อิสลามไม่อนุมัติ อันไหนคือการก่อการร้าย เพื่อป้องกันไม่ให้มุสลิมใช้หลักจีฮัดโดยควบคุมไม่ได้

ถ้าเป็นมุสลิมคนหนึ่งก่ออาชญากรรมต่อชีวิต ต่อทรัพย์สินและเกียรติยศ นั่นหมายความว่ามุสลิมคนนั้นกำลังก่อการร้าย เช่นเดียวกัน ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐถ้าประทุษร้ายต่อชีวิต ทรัพย์สินและเกียรติศักดิ์ของประชาชน เจ้าหน้าที่นั้นคือผู้ก่อการร้าย นี่คือหลักการศาสนา

“เพราะฉะนั้น เราจะพูดว่าก่อการร้ายได้เมื่อปฏิบัติต่อคนที่ไม่ใช่คู่สงคราม ถ้าคุณปฏิบัติตนเกินขอบเขตเมื่อไหร่ คุณเป็นผู้ก่อการร้ายทันที”

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง