รมว.ต่างประเทศ เผยไทยประท้วงอิสราเอล เหตุนำแรงงานเข้าพื้นที่เสี่ยงภัย หลังแรงงานไทย เสียชีวิต-บาดเจ็บ วอนยับยั้งชั่งใจ เตือนคนไทยเลี่ยงเดินทางอิสราเอล-ตะวันออกกลาง

นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (แฟ้มภาพ)
2 พ.ย. 2567 NBT Connext รายงานว่า นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงเหตุยิงจรวดเข้าไปในเขตประเทศอิสราเอล และทำให้คนไทยเสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บ 1 ราย โดยแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ไม่ได้นิ่งนอนใจตั้งแต่เริ่มมีความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง กระทรวงการต่างประเทศ พยายามอย่างยิ่งที่จะชะลอการเดินทางของแรงงานไทยไปยังภูมิภาคดังกล่าว และกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึงสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เข้าใจดีว่าการเข้าไปทำงานของแรงงานไทยเพราะต้องการมีโอกาสที่จะมีชีวิตที่ดีกว่า แต่อยากจะขอความร่วมมือทุกภาคส่วนรวมทั้งประชาชนดาวไทยว่า ณ ขณะนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางไม่ใช่สถานการณ์ธรรมดา แต่มีความขัดแย้งรุนแรง ดังนั้นขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายและประชาชนไม่เดินทางไปยังประเทศอิสราเอลและภูมิภาคตะวันออกกลาง
เมื่อเกิดเหตุเสียชีวิตของแรงงานไทย สถานทูตได้ทำการประท้วงไปยังหน่วยราชการของอิสราเอล เนื่องจากพื้นที่ที่แรงงานไทยเสียชีวิตนั้น เป็นพื้นที่ที่ทางการอิสราเอลประกาศเป็นพื้นที่ทางทหาร แต่มีความพยายามของนายจ้างชาวอิสราเอลที่นำแรงงานเข้าไปทำงานเป็นการชั่วคราวระยะสั้น 2-3 ชั่วโมง แม้จะเป็นระยะสั้นแต่ก็ไม่ทราบว่าจะมีการโจมตีเกิดขึ้นเมื่อใด จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เราได้รับข่าวร้ายและมีการสูญเสีย ที่สำคัญตนไม่ต้องการเห็นแรงงานไทยเสียชีวิตในภูมิภาตะวันออกกลางอีก จึงขอให้หน่วยราชการไทยร่วมกันช่วยชะลอการเดินทางเข้าไปทำงานของคนไทยในภูมิภาคดังกล่าว
เมื่อถามว่าประเมินสถานการณ์แล้วมีความน่าเป็นห่วงใช่หรือไม่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า สถานการณ์น่าเป็นห่วงแน่นอน กรณีการขยายตัวของสงครามมีแน่นอน แต่คงไม่อยู่ในสเกลที่ไม่สามารถควบคุมได้ ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นหรือมีการปะทะกันเป็นกรณี แต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนที่ไม่ทราบเรื่อง ดังนั้นกระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ จึงใช้กรณีนี้เรียกร้องรัฐบาลอิสราเอลยุติการนำแรงงานไทยเข้าไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยหรือพื้นที่ที่อิสราเอลประกาศเป็นพื้นที่ต้องห้าม
รมว.กต. กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนยังได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอลแล้ว ในฐานะที่ประเทศไทยเพิ่งได้รับเลือกเป็นสมาชิกของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เราจึงมีหน้าที่ต้องแสดงจุดยืนในเรื่องสำคัญ จึงขอให้ช่วยใช้ความยับยั้งชั่งใจเพื่อพยายามป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัวมากยิ่งขึ้น พร้อมขอให้ทุกฝ่ายหยุดการกระทำที่จะนำไปสู่การขยายตัวของสงคราม และต้องมานั่งเจรจาเพื่อหาทางยุติข้อขัดแย้ง บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรสหประชาชาติเป็นหลัก เพราะจุดยืนของไทยคือยึดเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง
พรรคประชาชน แนะกระทรวงต่างประเทศ-กระทรวงแรงงาน ร่วมทำงานใกล้ชิดประเมินสถานการณ์ ทบทวนการส่งแรงงานไทยไปประเทศมีสงคราม
ทีมสื่อพรรคประชาชน แจ้งข่าวว่า ชลธิชา แจ้งเร็ว สส.ปทุมธานี เขต 3 ในฐานะกรรมาธิการการต่างประเทศ และ สหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน กล่าวถึงสถานการณ์ความรุนแรงของสงครามในอิสราเอลและข้อเสนอถึงรัฐบาลไทยในการดูแลดูแลเยียวยาแรงงานไทยในอิสราเอล โดยข้อมูลเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ตามการรายงานของกระทรวงการต่างประเทศ มีแรงงานไทยเสียชีวิต 4 คน บาดเจ็บ 1 คน จากจรวดที่ถูกยิงใกล้ชายแดนอิสราเอล-เลบานอน
ชลธิชากล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้สูญเสีย และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ไทยทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ในการประสานให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยในยามวิกฤต ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ตนขอเสนอให้ (1) กระทรวงแรงงานทบทวนการส่งแรงงานไทยไปทำงานในอิสราเอลและประเทศที่มีสงคราม เปลี่ยนเป็นการบุกเบิกตลาดแรงงานในประเทศใหม่ๆ ที่มีความต้องการแรงงานไทยและไม่มีสงคราม นอกจากนั้น กระทรวงแรงงานต้องเร่งฝึกพัฒนาฝีมือแรงงานไทยให้เป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานมากขึ้น
(2) เสนอให้มีการประชุมและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นระหว่างกระทรวงแรงงานและกระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาทั้ง 2 หน่วยงานยังขาดการประชุมวิเคราะห์สถานการณ์และกำหนดนโยบายต่อกรณีดังกล่าวร่วมกัน
ชลธิชากล่าวต่อว่า ทราบว่ามีแรงงานไทยหลายคนที่ยังไม่ประสงค์เดินทางกลับประเทศ เนื่องจากภาระหนี้สินจากการกู้ยืมเงินเพื่อใช้ในเดินทางมาทำงาน ตนและ กมธ.การต่างประเทศ มีข้อเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น การเตรียมแผนสำรองอพยพแรงงานไทย การประชาสัมพันธ์ช่องทางการช่วยเหลือ ที่รวมถึงเงินสำหรับให้แรงงานไทยกู้ยืมเพื่อใช้เดินทางกลับ โดยขอขอบคุณกระทรวงการต่างประเทศที่ทำหน้าที่ประสานให้ความช่วยเหลือการอพยพคนไทยกลับประเทศในยามวิกฤตมาโดยตลอด
ด้านสหัสวัตกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ไทยที่ทำงานอย่างหนักในช่วงเวลาที่ยากลำบากและส่งกำลังใจให้แรงงานไทยทุกคนในอิสราเอลรวมถึงครอบครัว พร้อมย้ำไปทางกระทรวงแรงงานให้พิจารณาออกมาตรการร่วมกับรัฐบาลอิสราเอลและบริษัทจัดหางาน 13 บริษัท ที่ทำหน้าที่จัดส่งและดูแลแรงงานไทยในอิสราเอล ให้มีมาตรการติดตามแรงงานไทยว่าอยู่ที่ไหน เพื่อที่เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน จะสามารถเข้าช่วยเหลือได้เร็วที่สุด
