ธงธรรม เวชยชัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อภิปรายต่อรัฐสภาในวาระที่คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญ เป็นวันที่สอง โดยธงธรรมอภิปรายในประเด็นแรงงาน แบ่งออกเป็นแรงงาน 4 กลุ่มตามลักษณะของปัญหาเฉพาะ เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนำไปแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด
หนึ่ง – แรงงานในระบบประกันสังคม
ธงธรรมกล่าวว่าขณะนี้กำลังมีวิกฤตศรัทธาในระบบประกันสังคม ปัจจุบันแรงงานกลุ่มนี้มีความเชื่อว่ากองทุนเสี่ยงจะล้มละลาย เรื่องแรกปัจจุบันไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ เงินบำนาญถูกจ่ายออกให้กับกลุ่มคนเกษียณเพิ่มขึ้น ในขณะที่เงินที่จ่ายสมทบเข้ากองทุนลดลง อาจจะเป็นเพราะสิทธิประโยชน์ไม่ได้น่าดึงดูดพอให้คนมาจ่ายสมทบเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันมีการตั้งคำถามกับการบริหารกองทุนว่าไม่มีประสิทธิภาพ การลงทุนยังได้ผลตอบแทนต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเมื่อเทียบกับการลงทุนในลักษณะเดียวกัน การบริหารค่าใช้จ่ายกองทุนยังมีลักษณะไม่เหมาะสม บางรายการมีการบริหารค่าใช้จ่ายในแบบที่งบสูงเกินจำเป็น กองทุนถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส กลไกการบริหารยึดติดกับระบบราชการ มีผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาบริหาร กระบวนการอนุมัติการลงทุนก็ล่าช้าไม่ยืดหยุ่นไม่
สอง - กลุ่มแรงงานแพลตฟอร์ม (กึ่งอิสระ)
ธงธรรมกล่าวว่าแรงงานกลุ่มนี้เมื่อเข้าสู่สถานะลูกจ้าง มันมีนิยามอันสวยหรูที่แพลตฟอร์มใช้เรียกลูกจ้างกลุ่มนี้ว่า “พาร์ทเนอร์” ซึ่งคำว่าพาร์ทเนอร์ จะทำให้แรงงานแพลตฟอร์มขาดสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน หลุดจากสิทธิพื้นฐาน ไม่มีค่าล่วงเวลา ไม่มีค่าจ้างขั้นต่ำ ไม่มีเรื่องวันหยุด
“จริงอยู่ที่หลายคนบอกว่าแรงงานกลุ่มนี้ก็สามารถสมัครใจเข้าสู่ระบบแรงงานด้วยมาตรา 40 เพียงแต่ว่าสิทธิประโยชน์ของ ม.40 ในระบบประกันสังคมก็ยังไม่เหมาะสมกับแรงงานแพลตฟอร์ม รวมไปถึงสภาพงานของแรงงานกลุ่มนี้ที่มีความเสี่ยงสูง ขับรถบนท้องถนน มีโอกาสที่จะเจออุบัติเหตุตลอดเวลา พอเจออุบัติเหตุแล้วสวัสดิการที่มีอยู่ก็เรียกได้ว่ายังไม่ค่อยรองรับ ประกันอุบัติเหตุก็ไม่ครอบคลุมในส่วนนี้ หัวใจของเรื่องนี้คือรัฐจะออกแบบกลไกอย่างไรที่จะทำให้แรงงานแพลตฟอร์มกลุ่มนี้เข้าสู่ระบบมากขึ้น”
สาม – แรงงานภาคการเกษตรในต่างประเทศ
ธงธรรมกล่าวว่าปัจจุบันเรามีแรงงานไทยในต่างประเทศประมาณ 420,000 คน แรงงานกลุ่มนี้สร้างรายได้เข้าประเทศไทยประมาณ 1 หมื่นล้านบาท แรงงานกลุ่มนี้ก็คือเกษตรกรไทยที่พอหมดฤดูเก็บเกี่ยว ฤดูเพาะปลูกในประเทศแล้วก็จะไปต่างประเทศเพื่อเป็นแรงงานตามฤดูกาล เฉพาะช่วงระยะเวลาหนึ่ง ไปทำการเกษตรในต่างประเทศต่อแล้วค่อยกลับมาทำที่ไทยต่อ
ปัญหาแรกของคนกลุ่มนี้ คือภาวะสงครามส่งผลให้ตลาดแรงงานต่างประเทศหดตัวลง โดยเฉพาะตะวันออกกลาง มีการชะลอการจัดส่งแรงงานไทยชั่วคราว รวมไปถึงโควตาแรงงานที่ถูกกฎหมายก็มีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากแรงงานกลุ่มนี้ก็มองว่ารายได้ที่เกิดขึ้นในไทยไม่เพียงพอที่จะจุนเจือครอบครัว จึงพยายามมองหาตลาดต่างประเทศ
ขณะเดียวกันปัญหาที่ตามมา คือ ปัญหา ‘ผีน้อย’ พอไปต่างประเทศแล้วโควตาแรงงานไม่เพียงพอ มันเกิดภาวะที่เขาต้องไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย สิ่งนี้นำมาสู่ปัญหาที่มากขึ้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้าง ค่าจ้างขั้นต่ำ หรือที่พักที่ไม่ได้มาตรฐาน แรงงานกลุ่มนี้มักจะขาดทักษะทางด้านภาษา จริงๆ แล้วภาษาไม่ได้เป็นปัจจัยหลักที่นายจ้างจะรับเข้าทำงาน เพียงแต่ว่าเมื่อไม่รู้ภาษา พอไปเจอเอกสารที่เป็นภาษาต่างประเทศก็จะอาจจะโดนโกงได้ เพราะไม่ได้เข้าใจสิทธิแรงงานและเงื่อนไขการจ้างงาน
สี่ – แรงงานผู้สูงวัย
ธงธรรมกล่าวว่าประเทศไทยเข้าสู่ภาวะประชากรสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ แต่ที่น่าแปลกใจคือระบบแรงงานของเรากีดกันผู้สูงอายุออกจากแรงงานอย่างเป็นระบบ ระบบแรงงานไทยออกแบบมาสำหรับวัยทำงาน ไม่ใช่คนที่ยังทำงานได้แต่ว่ามีอายุมาก เมื่ออายุ 60 ปี วัยแรงงานสูงวัยจะถูกผลักออกจากประกันสังคมโดยปกติไปเลย รวมไปถึงการทำโครงการอัปสกิล-รีสกิล ของรัฐบาลก็ยังไม่ตอบโจทย์กับกลุ่มแรงงานสูงวัย โครงการส่วนใหญ่ยังมุ่งเป้าไปที่แรงงานวัยหนุ่มสาว ทั้งหลักสูตรและรูปแบบการเรียนรู้ ก็ยังไม่ตอบโจทย์คนสูงวัย
ธงธรรมกล่าวว่าอีกส่วนหนึ่งคือ กลไกหลักประกันและการคุ้มครองแรงงานสูงวัย ต้องบอกว่าไม่ใช่ไม่มี คือมี แต่ว่าไม่ตอบโจทย์กับความเป็นจริง เรามีกฎหมายแรงงานที่คุ้มครองพื้นฐาน แต่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อคนสูงวัย เรามีกฎหมายผู้สูงอายุที่พูดถึงสวัสดิการ แต่ไม่ได้สร้างโอกาสในการทำงาน ส่วนประกันสังคมมีข้อจำกัดในเรื่องอายุที่ทำให้คนส่วนมากหลุดจากระบบ

ธงธรรมกล่าวถึงข้อเสนอแนะในทางนโยบาย
- ปฏิรูปกฎหมายและเปลี่ยนนิยามของลูกจ้างในการทำงานโลกใหม่ คือ เอาแรงงานแพลตฟอร์ม-แรงงานอิสระที่ทำงานบนแพลตฟอร์ม เข้าไปอยู่ในประกันสังคม ปรับสิทธิประโยชน์ให้ดีขึ้น เพื่อเพิ่มจำนวนของคนให้เข้าสู่ระบบ
- ปฏิรูปโครงสร้างการบริหารกองทุน ดึงมืออาชีพเข้ามาบริหาร ยืดหยุ่นขึ้น อย่าติดกับระบบราชการเดิมๆ กำหนดตัวชี้วัดใหม่ กำหนดเป้าหมายเทียบเคียงกับกองทุนที่มีลักษณะเดียวกันที่อยู่ในไทย
- ขยายตลาดแรงงานทั้งต่างประเทศและในประเทศ ถ้ารายได้ในไทยก็จุนเจือครอบครัวได้ก็คงไม่มีใครอยากจากบ้านจากเมืองไป
