ศปช.ระดมความช่วยเหลือเข้าพื้นที่น้ำท่วมจังหวัดภาคใต้ เพิ่มเช้านี้ (30 พ.ย.) พร้อมสั่งการให้เกาะติดรายชั่วโมง หลังฝนซา สถานการณ์เริ่มดีขึ้น - ปภ.อัพเดทมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวม 78 อำเภอ 515 ตำบล 3,552 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 553,921 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 9 ราย
30 พ.ย. 2567 นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในฐานะ ผอ.ศปช.ได้สั่งการเพิ่มเติมเช้าวันนี้ ให้ ศปช.ส่วนหน้าภาคใต้ ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างที่ได้รับผลกระทบจากฝนที่ตกหนักในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยให้ระดมความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้าพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และให้รายงานเป็นรายชั่วโมงแม้ฝนจะซาลง
“จากการหารือกับจังหวัดที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ พบว่าขณะนี้มีความต้องการเรือท้องแบน เจ็ตสกี รถยกสูง และอาหารแห้ง ซึ่งได้สั่งการให้ กระทรวงกลาโหม กรมเจ้าท่า จัดหา รถยกสูง เรือรูปแบบต่าง ๆ พร้อมเจ็ทสกี เข้าพื้นที่เพื่อเคลื่อนย้ายประชาชนไปยังศูนย์พักพิงหรือจุดที่ปลอดภัย พร้อมกันนี้ได้สั่งให้กรมชลประทานติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เครื่องจักรเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อเร่งระบายน้ำ ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพร้อมจิตอาสา ระดมความช่วยเหลือ ถุงยังชีพ และอาหารแห้งเข้าแจกจ่ายในพื้นที่แล้ว” นางสาวศศิกานต์ กล่าว
นางสาวศศิกานต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ศปช.ได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งมีประกาศแจ้งเตือนประชาชนผ่านกลไกต่าง ๆ ทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมทรัพยากรธรณี โดยให้กรมประชาสัมพันธ์ บูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วย ออกประกาศแจ้งเตือนในระดับพื้นที่ ซึ่งช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ขณะเดียวกันได้ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคงดการระบายน้ำของเขื่อนบางลางตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อลดผลกระทบในพื้นที่ท้ายน้ำ
ในส่วนของเส้นทางสัญจรที่ได้รับผล กระทบ ได้ให้กระทรวงคมนาคมสำรวจความเสียหายพร้อมเร่งแก้ไขให้สามารถสัญจรได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางรถไฟที่อาจได้รับผลกระทบจากดินถล่ม ขณะที่ด้านสาธารณสุขได้สั่งป้องกันโรงพยาบาลเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้ป่วย รวมทั้งเตรียมส่งต่อผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง
“รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นอย่างมาก และได้มอบหมายให้ทุกส่วนราชการ ระดมสรรพกำลังเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่ให้กลับสู่ปกติโดยเร็ว โดยให้ ศปช. ติดตามสถานการณ์ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อสนับสนุนความช่วยเหลือจนกว่าจะเข้าสู่สถานการณ์ปกติ” นางสาวศศิกานต์ กล่าว
จ.ยะลา ประกาศเพิ่มพื้นที่ภัยพิบัติเป็น 7 อำเภอ ส่วนภาพรวมน้ำท่วมวันที่ 4 ระดับน้ำเริ่มทรงตัว
จังหวัดยะลา ประกาศเพิ่มเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย/เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) เป็น 7 อำเภอ 54 ตำบล 320 หมู่บ้าน 29 ชุมชน
ด้านสถานการณ์อุทกภัย ตั้งแต่วันที่ 27-29 พ.ย. 2567 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบแล้ว 8 อำเภอ 58 ตำบล 358 หมู่บ้าน 45 ชุมชน ประชาชนเดือดร้อน 42,404 ครัวเรือน 177,997 คน เสียชีวิต 1 ราย อพยพ 1,644 ครัวเรือน 5,375 คน (ยะหา รามัน และเมืองยะลา) ถนน 196 สาย สะพาน 10 แห่ง เสาไฟฟ้า 41 ต้น และโรงเรียน 169 แห่ง
สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม ล่าสุด วันนี้ (30 พ.ย. 2567) แม้ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง แต่ระดับน้ำที่ท่วมในเขตเมืองยะลาหลายจุดเริ่มทรงตัว บางแห่งน้ำเริ่มลดระดับลงบ้างแล้ว เช่น ชุมชนหน้ามัสยิดหัวสะพานสะเตง ชาวบ้านได้เร่งทำความสะอาดบ้านเรือนในส่วนที่น้ำลด
ส่วนบริเวณทางเข้าเมืองยะลา บริเวณหน้าห้างโลตัส บิ๊กซี ระดับน้ำที่ท่วมขังเริ่มลดลง รถกระบะสามารถสัญจรผ่านได้ แต่ส่วนรถเล็กยังผ่านไม่ได้ เนื่องจากยังมีน้ำจากแม่น้ำปัตตานี ล้นตลิ่งไหลเชี่ยวผ่านไปยังบริเวณตลาดเมืองใหม่ ซึ่งบริเวณนี้ ประชาชนที่ตลาสดเมืองใหม่ยังไม่สามารถใช้รถสัญจรเข้า-ออกพื้นที่ได้ ยังต้องใช้วิธีเดินเท้าออกมา เช่นเดียวกับพื้นที่ส่วนอื่นๆในเขตเมืองยะลา ที่ถูกน้ำท่วมขัง ระดับน้ำเริ่มลดลง หากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่ม คาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
สำหรับระดับน้ำในเขื่อนบางลาง วันที่ 30 พ.ย 2567 มีปริมาณน้ำในอ่าง คิดเป็น 76.4% รองรับน้ำได้อีก 343.47 ล้าน ลบ.ม. หรือ 23.6% ทั้งนี้ เขื่อนบางลางได้แจ้งหยุดการระบายน้ำตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย 2567 ไปจนถึงวันที่ 1 ธ.ค. 2567 เพื่อลดผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้
ปภ. รายงานสถานการณ์น้ำท่วม 8 จังหวัดภาคใต้ สั่งระดมทรัพยากรเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่
30 พ.ย. 2567 เวลา 10.30 น. ปภ.เผยมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรังสตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวม 78 อำเภอ 515 ตำบล 3,552 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 553,921 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 9 ราย เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่ เร่งช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า หลายพื้นที่ในภาคใต้ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วม ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่
1) นครศรีธรรมราช เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 13 อำเภอ ได้แก่ อ.ชะอวด อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.พระพรหม อ.เมืองฯ อ.ร่อนพิบูลย์ อ.จุฬาภรณ์ อ.ปากพนัง อ.พรหมคีรี อ.นบพิตำ อ.หัวไทร อ.เชียรใหญ่ อ.พิปูน และอ.สิชล รวม 76 ตำบล 528 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 50,821 ครัวเรือน ปัจจุบันคลองท่าดีมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น
2) พัทลุง เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 11 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.ศรีบรรพต อ.ควนขนุน อ.ปากพะยูน อ.บางแก้ว อ.ป่าพะยอม อ.ศรีนครินทร์ อ.ป่าบอน อ.ตะโหมด อ.กงหรา และอ.เขาชัยสน รวม 61 ตำบล 557 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 102,494 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ปัจจุบันลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาระดับเพิ่มขึ้น
3) ตรัง เกิดน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอนาโยง 1 ตำบล 2 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6 ครัวเรือน ปัจจุบันลุ่มน้ำแม่น้ำตรังระดับน้ำเพิ่มขึ้น
4) สตูล เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ควนโดน อ.เมืองฯ อ.ท่าแพ และอ.มะนัง รวม 8 ตำบล 40 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,570 ครัวเรือน ปัจจุบันแม่น้ำละงูระดับน้ำเพิ่มขึ้น
5) สงขลา เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 16 อำเภอ ได้แก่ อ.ระโนด อ.สะเดา อ.หาดใหญ่ อ.สิงหนคร อ.เทพา อ.บางกล่ำ อ.สะบ้าย้อย อ.นาทวี อ.จะนะ อ.รัตนภูมิ อ.เมืองฯ อ.นาหม่อม อ.กระแสสินธุ์ อ.ควนเนียง อ.คลองหอยโข่ง และสทิงพระ รวม 118 ตำบล 839 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 132,567 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 3 ราย ปัจจุบันลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาระดับน้ำลดลง
6) ปัตตานี เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 12 อำเภอ ได้แก่ อ.มายอ อ.ทุ่งยางแดง อ.หนองจิก อ.แม่ลาน อ.ไม้แก่น อ.โคกโพธิ์ อ.ยะรัง อ.ยะหริ่ง อ.เมืองฯ อ.สายบุรี อ.กะพ้อ และอ.ปะนาเระ รวม 116 ตำบล 651 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 144,702 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 3 ราย ปัจจุบันแม่น้ำปัตตานีระดับน้ำเพิ่มขึ้น
7) ยะลา เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.ยะหา อ.บันนังสตา อ.รามัน อ.กาบัง อ.กรงปินัง อ.ธารโต และอ.เบตง รวม 58 ตำบล 344 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 32,830 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 1 ราย ปัจจุบันแม่น้ำสายบุรีระดับน้ำเพิ่มขึ้น
8) นราธิวาส เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 13 อำเภอ ได้แก่ อ.บาเจาะ อ.แว้ง อ.รือเสาะ อ.เจาะไอร้อง อ.สุคิริน อ.ยี่งอ อ.ระแงะ อ.ตากใบ อ.จะแนะ อ.ศรีสาคร อ.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงปาดี และอ.เมืองฯ รวม 77 ตำบล 591 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 87,931 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 1 ราย ปัจจุบันแม่น้ำสายบุรีมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการและเครื่องจักรสาธารณภัย อาทิ เครื่องสูบน้ำ รถสูบน้ำระยะไกล รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย รถผลิตน้ำดื่ม รถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัย เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ เฮลิคอปเตอร์ป้องกันละบรรเทาสาธารณภัย KA 32 จำนวน 1 ลำ พร้อมด้วย The Guardian Team เข้าให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่เกิดอุทกภัย นอกจากนี้ ได้กำชับให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ประสานจังหวัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ และระเบียบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามการรายงานสถานการณ์ข่าวสารสาธารณภัย ได้ทาง Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM และ X@DDPMNews ติดตามการประกาศแจ้งเตือนภัยได้ทางแอปพลิเคชัน “Thai Disaster Alert” ทั้งระบบ IOS และ Android และหากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์“ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
ที่มาเรียบเรียงจาก: เว็บไซต์รัฐบาลไทย | NBT Connext [1] [2] | กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

