Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ระบุ 22 พ.ย. - 1 ธ.ค. 2567 ประชาชนได้รับผลกระทบสถานการณ์อุทกภัย 617,386 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 12 ราย - ศธ. เปิดโรงเรียนใช้เป็นศูนย์พักพิงเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้-ชายแดนใต้ ช่วยเหลือครู-นร.ผู้ประสบภัย


ที่มาภาพ: NBT Connext

1 ธ.ค. 2567 เวลา 10.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า มีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช พัทลุง  สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวม 78 อำเภอ 508 ตำบล 3,387 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 617,386 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 12 ราย เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่ เร่งช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความกดอากาศสูงกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากประเทศจีน ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ทําให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากระหว่างวันที่ 22 พ.ย. - 1 ธ.ค. 2567 ปัจจุบันมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 7 จังหวัด ได้แก่

1) นครศรีธรรมราช เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 15 อำเภอ ได้แก่ อ.ชะอวด อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.พระพรหม อ.เมืองฯ อ.ร่อนพิบูลย์ อ.จุฬาภรณ์ อ.ปากพนัง อ.พรหมคีรี อ.นบพิตำ อ.หัวไทร อ.เชียรใหญ่ อ.พิปูน อ.สิชล อ.นาบอน และอ.บางขัน รวม 79 ตำบล 545 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 51,081 ครัวเรือน ปัจจุบันคลองท่าดีมีระดับน้ำเพิ่มขึ้น

2) พัทลุง เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองฯ อ.ควนขนุน อ.ปากพะยูน อ.บางแก้ว อ.ป่าพะยอม อ.ป่าบอน อ.ตะโหมด อ.กงหรา และอ.เขาชัยสน รวม 45 ตำบล 308 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 96,122 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ปัจจุบันลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาระดับลดลง  

3) สตูล เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.ควนโดน อ.เมืองฯ อ.ท่าแพ อ.มะนัง และอ.ละงู รวม 10 ตำบล 43 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,604 ครัวเรือน ปัจจุบันแม่น้ำละงูระดับน้ำลดลง

4) สงขลา เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 16 อำเภอ ได้แก่ อ.ระโนด อ.สะเดา อ.หาดใหญ่ อ.สิงหนคร อ.เทพา อ.บางกล่ำ อ.สะบ้าย้อย อ.นาทวี อ.จะนะ อ.รัตนภูมิ อ.เมืองฯ อ.นาหม่อม อ.กระแสสินธุ์ อ.ควนเนียง อ.คลองหอยโข่ง และอ.สทิงพระ รวม 123 ตำบล 910 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 186,858 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 5 ราย ปัจจุบันลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาระดับน้ำลดลง

5) ปัตตานี เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 12 อำเภอ ได้แก่ อ.มายอ อ.ทุ่งยางแดง อ.หนองจิก อ.แม่ลาน อ.ไม้แก่น อ.โคกโพธิ์ อ.ยะรัง อ.ยะหริ่ง อ.เมืองฯ อ.สายบุรี อ.กะพ้อ และอ.ปะนาเระ รวม 116 ตำบล 651 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 144,702 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 3 ราย ปัจจุบันแม่น้ำปัตตานีระดับน้ำลดลง

6) ยะลา เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อ.บันนังสตา อ.เมืองฯ อ.ยะหา อ.รามัน อ.กาบัง อ.เบตง อ.ธารโต และอ.กรงปินัง รวม 58 ตำบล 358 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 43,168 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 1 ราย ปัจจุบันแม่น้ำสายบุรีระดับน้ำลดลง

7) นราธิวาส เกิดน้ำท่วมในพื้นที่ 13 อำเภอ ได้แก่ อ.บาเจาะ อ.แว้ง อ.รือเสาะ อ.เจาะไอร้อง อ.สุคิริน อ.ยี่งอ อ.ระแงะ อ.ตากใบ อ.จะแนะ อ.ศรีสาคร อ.สุไหงโก-ลก อ.สุไหงปาดี และอ.เมืองฯ รวม 77 ตำบล 572 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 92,851 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 2 ราย ปัจจุบันแม่น้ำสายบุรีมีระดับน้ำลดลง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการและเครื่องจักรสาธารณภัย อาทิ เครื่องสูบน้ำ รถสูบน้ำระยะไกล รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย รถผลิตน้ำดื่ม รถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัย เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ เฮลิคอปเตอร์ป้องกันละบรรเทาสาธารณภัย KA 32 จำนวน 1 ลำ พร้อมด้วย The Guardian Team เข้าให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่เกิดอุทกภัย โดยมีการจัดตั้งศูนย์พักพิง/จุดอพยพในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวม 213 แห่ง และโรงครัว/รถประกอบอาหารในพื้นที่ประสบอุทกภัย 18 แห่ง นอกจากนี้ ได้กำชับให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่สำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย เพื่อดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ และระเบียบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามการรายงานสถานการณ์ข่าวสารสาธารณภัย ได้ทาง Facebook กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM และ X@DDPMNews ติดตามการประกาศแจ้งเตือนภัยได้ทางแอปพลิเคชัน “Thai Disaster Alert” ทั้งระบบ IOS และ Android และหากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์“ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

ปภ.สรุปยะลา คลี่คลายแล้ว 5 อำเภอ ปชช.ได้รับผลกระทบ 181,797 คน ประกาศ ทั้งจังหวัด 8 อำเภอเขตภัยพิบัติ

ที่มาภาพ: NBT Connext

สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด ตั้งแต่วานนี้ 30 พ.ย. 2567 จนถึง เช้าวันนี้ 1 ธ.ค. 2567  หลังฝนหยุดตกหนัก  ปริมาณน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ต่างๆ ได้ลดลงจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติบางพื้นที่ พื้นที่น้ำท่วมหนักสุดในพื้นที่ ต.ท่าสาป ต.หน้าถ้ำ และ ต.ยุโป หลังน้ำเริ่มลด รถยนต์ของประชาชนที่หนีน้ำไม่ทัน นับ 100 คัน จอดจดน้ำท่วม ล้มพลิก ด้วยความแรงของกระแสน้ำ นับเป็นเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งหนักสุดที่เคยเกิดขึ้นมา ในรอบกว่า 30 ปี ขณะที่ในเขตเทศบาลนครยะลา  ย่านตลาดเก่ายะลา มีเฉพาะตามซอยที่เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำยังมีน้ำท่วมขัง  รวมทั้งตลาดเมืองใหม่บางจุดน้ำลดลง บางจุดน้ำยังท่วมสูง  ส่วนพื้นที่ชุมชนบ้านร่ม ชุมชนสะเตง ชุมชน สาย 15 และชุมชนอื่นๆ บางพื้นที่น้ำลดจนเข้าสู่ภาวะปกติแล้วบางจุดยังมีน้ำท่วมขัง  ชาวบ้านต่างเร่งฟื้นฟู ทำความสะอาดบ้านของตัวเอง หลังโดนน้ำท่วมขังนานถึง 4 วันแต่ยังไม่ยกสิ่งของจากที่สูง เฝ้าระวังฝนรอบใหม่ ในเขตเทศบาลนครยะลา ซึ่งมีประชาชนใน ต.สะเตง ได้รับผลกระทบ จำนวนถึง 33 ชุมชน 2,760 ครัวเรือน 11,040 คน

ขณะที่ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จังหวัดยะลาได้รายงาน สถานการณ์ในพื้นที่ หลังจากได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดะลา ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ย. 2567 ทำให้บ้านเรือน ทรัพย์สินของประชาชน สถานศึกษา พื้นที่การเกษตร และสิ่งสาธารถประโยชน์ได้รับความเสียหาย จำนวน 8  อำเภอ 58  ตำบล 358 หมู่บ้าน 45  ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ  43,168 ครัวเรือน 181,797 คน เสียชีวิต 2 ราย อพยพ 1,644 ครัวเรือน 5,375  คน (ยะหา รามัน และเมืองยะลา) ถนน 196 สาย สะพาน 10 แห่ง เสาไฟฟ้า 41 ต้น และโรงเรียน 169 แห่ง ขณะนี้ฝนในพื้นที่เริ่มหยุดตกหนัก ระดับน้ำเริ่มลดลง สถานการณ์ในพื้นพื้นที่เริ่มคลี่คลายแล้ว 5 อำเภอ คือ อำเภอบันนังสตา กาบัง กรงปินัง ธารโต และอำเภอเบตง สำหรับอำเภอยะหา เมืองยะลา และอำเภอรามัน ยังคงมีน้ำท่วมขัง เนื่องจากน้ำในแม่น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ โดย จ.ยะลา ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย/เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) จังหวัดยะลา จำนวน 8 อำเภอ 58 ตำบล 352 หมู่บ้าน 46  ชุมชน 1 เทศบาลตำบล แนวโน้มสถานการณ์ฝนเริ่มหยุดตกหนัก ระดับน้ำในแม่น้ำสายบุรี และแม่น้ำปัตตานี และคลองสาขาเริ่มลดระดับลง

เผยรัฐบาลเกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้เป็นรายชั่วโมง พร้อมเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด

น.ส.ศศิกานต์​ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกรัฐบาลกล่าวถึงความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ของรัฐบาลว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งระดมความช่วยเหลือพี่น้องภาคใต้ โดยเฉพาะใน 8 จังหวัด ยะลา ปัตตานี สงขลา นราธิวาส นครศรีธรรมราช พัทลุง สตูล ตรัง อย่างเต็มกำลัง พร้อมทั้งสั่งการให้เกาะติดสถานการณ์เป็นรายชั่วโมง ทั้งนี้ พบว่าชาวบ้านมีความต้องการเรือท้องแบน เจ็ตสกี รถยกสูง และอาหารแห้ง ซึ่งได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหม กรมเจ้าท่า จัดหา รถยกสูง เรือรูปแบบต่าง ๆ พร้อมเจ็ทสกี เข้าพื้นที่เพื่อเคลื่อนย้ายพี่น้อง ไปยังจุดที่ปลอดภัย

น.ส.ศศิกานต์ กล่าวต่อว่า นายภูมิธรรมยังได้สั่งให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เพื่อเร่งระบายน้ำ และนำถุงยังชีพ และอาหารแห้งเข้าแจกจ่ายแล้ว รวมถึงให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคงดการระบายน้ำของเขื่อนบางลางตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อลดผลกระทบในพื้นที่ท้ายน้ำ ในส่วนของถนนหนทาง นายภูมิธรรมได้ให้กระทรวงคมนาคมสำรวจความเสียหาย และแก้ไขให้สามารถสัญจรได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งตรวจสอบเส้นทางรถไฟที่อาจได้รับผลกระทบจากดินถล่ม ขณะที่ด้านสาธารณสุข ได้สั่งป้องกันโรงพยาบาลเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบาง ในการเดินทางไปโรงพยาบาล เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

“มติ ครม.เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้อย่างเต็มกำลังความสามารถ พร้อมทั้งให้กรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการให้กับ 6 จังหวัดที่ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพิ่มเติมแล้วจังหวัดละ 50 ล้านบาท จาก 20 ล้านบาท รวมเป็น 70 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดสำหรับใช้ในการช่วยเหลือพี่น้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือพ่อแม่พี่น้องได้อย่างรวดเร็วที่สุด ท้ายนี้ เราจะผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน” น.ส.ศศิกานต์

ศธ. เปิดโรงเรียนใช้เป็นศูนย์พักพิงเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้-ชายแดนใต้ ช่วยเหลือครู-นร.ผู้ประสบภัย

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในขณะนี้ ซึ่งส่งผลให้เกิดอุทกภัยในหลายพื้นที่ รัฐบาลบูรณาความร่วมมือจากทุกหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ไม่ทอดทิ้งพี่น้องชาวใต้ที่กำลังผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม

นายคารม กล่าวต่อว่า ในส่วนของ ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนนักเรียนและผู้ปกครอง ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยดังกล่าว ทางกระทรวงศึกษาธิการได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ อย่างเร่งด่วน โดย สพฐ. ได้แจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในสังกัด เพื่อแจ้งไปยังโรงเรียนในเขตพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบและใกล้เคียง ให้เปิดพื้นที่ในโรงเรียนที่สามารถใช้อาคารและสถานที่ภายในบริเวณโรงเรียนเพื่อเป็นศูนย์พักพิงและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ และประสานการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นในพื้นที่เพื่อดูแลประชาชน พร้อมจัดข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีจิตอาสา ช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมกันนี้ ได้มีการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัยด้วย

“หากต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อโดยตรงได้ที่ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. โทร.089-569-2959 นายภูธร จันทะหงษ์ ปุณยจรัสธำรง ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. โทร. 081-780-2897 นายสราวุธ เดชมณีรัตน์ ผอ.สำนักพัฒนาการศึกษาเขตพัฒนาเฉพาะกิจชายแดนภาคใต้ โทร.094-919-0111” นายคารม กล่าว

 

ที่มาเรียบเรียงจาก: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย | NBT Connext | เว็บไซต์รัฐบาลไทย [1] [2]




 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง