Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ในการประชุม COP29 มีการเน้นเพิ่มความช่วยเหลือด้านการเงินให้ประเทศที่ได้รับผลกระทบภัยพิบัติจากภาวะโลกร้อนและโลกรวน จนทำให้เกิดปัญหาอย่างคลื่นความร้อนและพายุ ทั้งนี้ ยังมีการประเมินว่าเราจะยังควบคุมไม่ให้โลกร้อนเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ได้หรือไม่ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์มองเรื่องนี้ในหลายแง่ หรือกระทั่งมองว่าพวกเรากำลังโฟกัสผิดจุด


ที่มาภาพ: UN Climate Change | Lucia Vasquez Tumi

ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 29 หรือ COP29 ที่กรุงบากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือน พ.ย. 2567 ที่ผ่านมานั้น มีการหารือกันว่าจะจัดการค่าใช้จ่ายในการลดมลภาวะทางภูมิอากาศโลกได้อย่างไร และจะปรับตัวรับมือกับผลกระทบจากสภาวะโลกรวนจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้อย่างไร

ทั้งนี้ยังมีอีกปัญหาหนึ่ง คือการที่ภาวะโลกรวน ส่งผลให้โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้นใกล้เคียงหรือมากกว่า 1.5 องศาเซลเซียส (2.7 องศาฟาเรนไฮต์) เมื่อเทียบกับอุณหภูมิยุคก่อนอุตสาหกรรม ซึ่งหนึ่งในเป้าหมายใหญ่ของความตกลงปารีสเมื่อปี 2558 ระบุว่าจะจำกัดไม่ให้โลกร้อนไปมากกว่า 1.5 องศาเซลเซียส แต่บทวิเคราะห์ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และรายงานจากนานาชาติหลายฉบับก็บ่งชี้ว่า การเข้าถึงเป้าหมายนี้คงเป็นไปได้ยากขึ้นเรื่อยๆ

สาเหตุของเรื่องนี้มาจากการที่หลายประเทศล่าช้า ถดถอย หรือไม่ก็ล้มเหลวในการที่จะลดการปล่อยก๊าซจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งงานวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นระบุว่าการลดการปล่อยก๊าซจากเชื้อเพลิงฟอสซิลจะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้

ริชาร์ด เบตต์ นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศที่มหาวิทยาลัยเอ็กซิเตอร์ในสหราชอาณาจักร กล่าวว่า การที่โลกร้อนขึ้น 1.5 องศาจะเกิดขึ้้นอย่างแน่นอนขึ้นอยู่กับว่าเมื่อไหร่เท่านั้น แต่เรื่องนี้ไม่ควรจะกลายเป็นการทำให้เราเลิกล้มความพยายามแก้ไขปัญหาโดยสิ้นเชิงแต่ควรจะยิ่งเพิ่มความพยายามมากขึ้นในการที่จะไม่ทำให้ภาวะโลกร้อนแย่ไปกว่านี้

หรือปีนี้โลกจะร้อนกว่าเดิมเกินขีด 1.5 องศาแล้ว?

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก WMO รายงานว่าปี 2567 มีโอกาสที่อุณหภูมิโลกโดยเฉลี่ยจะสูงกว่า 1.55 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคคริสตศตวรรษที่ 1800s ซึ่งจะเป็นปีแรกที่โลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่า 1.5 องศาเซลเซียส

นักวิจัยจากสหราชอาณาจักรได้ตีพิมพ์งานวิจัยลงในวารสาร เนเจอร์จีโอไซเอนซ์ ระบุว่า นับตั้งแต่คริสตศตวรรษที่ 1700s เป็นต้นมาโลกได้ร้อนขึ้น 1.49 องศาเซลเซียส นับตั้งแต่ที่มนุษย์เราเริ่มใช้เชื้อเพลิงพลังงานฟอสซิล

ถึงแม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะตรวจวัดว่าการป้องกันไม่ให้โลกร้อนสูงเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส จะกลายเป็นเรื่องยากแล้ว แต่ คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ IPCC ก็ระบุว่าการที่โลกเรามีอุณหภูมิสูงขึ้นโดยเฉลี่ยทั้งเดือนหรือทั้งปีที่ 1.5 องศาเซลเซียส นั้นไม่ใช่หลักฐานที่ดีพอที่จะใช้ระบุปัญหาโลกร้อน

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะว่าอุณหภูมิของโลกไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบต่อเนื่องคงตัว  โลกของเราก็มีบางปีที่ร้อนกว่า บางปีที่เย็นกว่า เป็นแบบนี้มาตั้งแต่หน้าที่จะก่อนเกิดภาวะโลกร้อนแล้ว ทาง IPCC จึงเสนอให้ใช้วิธีพิจารณาค่าเฉลี่ยโดยรวมในรอบ 20 ปีมากกว่า ทั้งการพิจารณาย้อนหลังในปีก่อนหน้านี้และพิจารณาในปีถัดๆ ไปเพื่อประเมินแนวโน้มอุณหภูมิโลกในอนาคต

นักวิทยาศาสตร์หลายคนประเมินว่าโลกอาจจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่า 1.5 องศาเซลเซียสในช่วงอีก 10 ปีข้างหน้า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราควรจะล้มเลิกการพยายามลดปัญหาโลกร้อน แต่ควรจะยิ่งเพิ่มความพยายามมากขึ้นในการแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยทันที เช่น รีนา ชุย บอกว่าในอีกหลายปีข้างหน้าถึงแม้อุณหภูมิโลกจะพ้นขีด 1.5 องศาไปแล้ว เช่นอาจจะสูงถึง 1.7 องศา แต่ถ้าใช้ความพยายามก็มีโอกาสที่จะกลับมาลดลงต่ำกว่าขีด 1.5 องศาได้

โลกร้อน-โลกรวน ส่งปัญหาหายนะต่อโลก เช่น พายุ-น้ำท่วม

ถึงแม้ว่าการที่โลกร้อนขึ้นเกินขีด 1.5 องศาเซลเซียส จะสามารถแก้ไขให้ย้อนกลับลดลงได้ในมุมมองนักวิทยาศาสตร์ แต่ในช่วงระหว่างที่เกิดภาวะโลกร้อนหรือภูมิอากาศแปรแปรวนแบบที่เรียกว่าโลกรวนนั้น ก็ยังจะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงเรื่องสภาพภูมิอากาศสุดขั้วอยู่ดี เช่น ภาวะคลื่นความร้อน หรือปัญหาพายุที่รุนแรง จนก่อปัญหาน้ำท่วม เป็นต้น

ซึ่งในการประชุม COP29 ที่อาเซอร์ไบจานก็มีการหารือกันในเรื่องนี้ โดยมีการเน้นเรื่องการเพิ่มการช่วยเหลือทางการเงินให้กับประเทศกำลังพัฒนาเป็น 3 เท่า เพื่อให้นำไปใช้ในการคุ้มครองผู้คนและปกป้องเศรษฐกิจจากหายนะที่มาจากภาวะโลกรวนและโลกร้อน นอกจากนี้ยังเน้นการเพิ่มงบประมาณเพื่อช่วยเหลือให้มีการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาดด้วย

โดยในปี 2568 ประเทศส่วนมากจะต้องเผยแพร่แผนลดปัญหาโลกรวนที่เรียกว่า "การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด" NDCs ซึ่งชุยมองว่ามันจำเป็นอย่างยิ่งที่แผน NDCs ควรจะต้องเน้นปฏิบัติการแก้ไขปัญหาเชิงรุก และอย่ามองข้ามขั้นแต่ต้องทำให้มันเป็นกระบวนการเป็นขั้นเป็นตอนแบบสั้นๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้


เรียบเรียงจาก
Countries agreed to try to hold global warming to 1.5 degrees Celsius. Is that still possible?, NPR, 18-11-2024
COP29 UN Climate Conference Agrees to Triple Finance to Developing Countries, Protecting Lives and Livelihoods, UNFCCC, 24-11-2024
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง