กกต.เผยเหลือคำร้องยุบพรรคการเมือง 4-8 เรื่อง จากร้องเรียนกว่า 100 คำร้อง บางเรื่องใกล้ถึงขั้นสรุปความเห็นให้นายทะเบียนพิจารณา เผยคำร้องกรณีทักษิณครอบงำเพื่อไทย 4 คำร้อง อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน พร้อมนำปม 'ทักษิณ' สัมมนา สส.เพื่อไทยที่หัวหินร่วมพิจารณาด้วย - 'สนธิญา' ร้อง กกต. เวทีสัมมนาเพื่อไทย ใช้งบฯ ไหนจ้าง 'ทักษิณ'
17 ธ.ค. 2567 NBT Connext รายงานว่า นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการพิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณียุบพรรคการเมืองว่าที่ผ่านมามีการยื่นคำร้องต่อ กกต.กว่า 100 เรื่อง ซึ่งนายทะเบียนพรรคการเมืองสั่งยุติสอบไป เพราะไม่มีหลักฐานเพียงพอ โดยยังเหลืออีกประมาณ 4-8 คำร้อง อยู่ระหว่างดำเนินการ บางเรื่องอยู่ระหว่างการดำเนินการใกล้ขั้นสุดท้ายแล้วที่จะมีการรวบรวมความเห็นเสนอให้นายทะเบียนพิจารณาว่ามีปัจจัยอะไรที่ทำให้นายทะเบียนจะต้องพิจารณาว่ายุติเรื่อง หรือส่งเรื่องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาต่อไป
ส่วนคำร้องให้ตรวจสอบกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ครอบงำพรรคเพื่อไทย นายอิทธิพร กล่าวว่าเรื่องนี้ยื่นคำร้องเข้ามาเมื่อเดือนตุลาคม ประมาณ 4 คำร้อง โดยเป็นไปตามขั้นตอนการทำงานของนายทะเบียนพรรคการเมือง ตามกฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 93 ซึ่งสั่งให้คณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงหลักฐานดำเนินการ ขณะนี้มีการเชิญผู้ร้องทั้ง 4 คนเข้าให้ถ้อยคำและมีหนังสือไปยังสื่อมวลชนต่างๆที่ผู้ร้องกล่าวอ้างถึงให้มาให้ข้อเท็จจริงด้วยรวมถึงมีหนังสือถึงหัวหน้าพรรคให้เข้ามาชี้แจงในประเด็นที่ถูกกล่าวหาเรียบร้อยแล้ว ส่วนความคืบหน้าก็อยู่ที่การดำเนินการในแต่ละขั้นตอนไป
ขณะที่กรณีล่าสุดที่นายทักษิณ กล่าวในการสัมมนาพรรคเพื่อไทยที่ อ.หัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ จะพิจารณาร่วมด้วยหรือไม่ นายอิทธิพร กล่าวว่า ตามที่เป็นข่าว ที่ปรากฏต่อสาธารณะทางหน่วยงานหรือคณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงก็มีหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงเอามาประกอบการพิจารณาว่าเรื่องนี้จะมีความเห็นว่าอย่างไร
'สนธิญา' ร้อง กกต. เวทีสัมมนาเพื่อไทย ใช้งบฯ ไหนจ้าง 'ทักษิณ'
สำนักข่าวไทย รายงานว่า นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นหนังสือต่อกกต.เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีที่พรรคเพื่อไทย จัดสัมมนาที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 13-14 ธ.ค. รวมถึงคำพูดของนายทักษิณ ในช่วงปาฐกถาในเวทีสัมมนาพรรคเพื่อไทยในหลายประเด็น
นายสนธิญา กล่าวว่า กรณีการที่พรรคเพื่อไทยจัดประชุมสัมมนาได้ใช้งบประมาณของ กกต. ที่เป็นงบอุดหนุนพรรคการเมือง ซึ่งเป็นเงินภาษีของประชาชนหรือไม่ และเป็นจำนวนเท่าไหร่ อีกทั้งการที่นายทักษิณ ไปเป็นวิทยากร ฝ่ายไหนเป็นผู้เบิกจ่ายค่าจ้างให้กับนายทักษิณ กกต.จ่าย หรือพรรคเพื่อไทยเป็นผู้จ่าย หรือนายทักษิณ ไม่รับค่าจ้าง เนื่องจากพรรคการเมืองที่ได้รับการรับรองจาก กกต. จะมีเงินส่วนหนึ่งให้กับพรรคการเมืองนั้นๆ ในการดำเนินกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นการประชุมสัมมนา หรือกิจกรรมอะไรต่างๆ
นอกจากนี้ยังขอให้ตรวจสอบคำพูดของนายทักษิณ ที่ได้ระบุในช่วงที่ไปปาฐกถา ว่า รัฐมนตรีที่ไม่เข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีนั้น ไม่จริงใจในการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล อีกทั้งการที่ สส.พรรคการเมืองอื่นไม่ลงมติตามที่พรรคเพื่อไทยต้องการในการประชุมรัฐสภา มีการระบุว่า สส.พรรคการเมืองอื่นๆ ไม่ให้ความร่วมมือกับนโยบายรัฐบาล การที่นายทักษิณ พูดนั้นใช้สิทธิอะไร รวมถึงประเด็นที่ได้ระบุว่าให้พรรคเพื่อไทยฟ้องนักร้องเรียน พรรคเพื่อไทยก็มีฝ่ายกฎหมายอยู่แล้ว นายทักษิณ จำเป็นต้องบอกหรือไม่ ทั้งนี้ปกติแล้ว กกต.จะต้องส่งเจ้าหน้าที่อยู่ในงานกิจกรรมของพรรคการเมือง โดย กกต.จึงต้องนำเรื่องนี้มาพิจารณาวินิจฉัยว่าคำพูดของนายทักษิณ ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ รวมถึงเป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 28-29 ที่ระบุถึงการชี้นำ ครอบงำควบคุมพรรคการเมือง หรือไม่
“นายทักษิณ ถูกตัดสิทธิทางการเมือง เป็นผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 รวมถึงถูกจำคุก และถูกยึดทรัพย์ ซึ่งนายทักษิณ ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และเป็นกรรมการบริหารพรรค แต่ไปพูดในวงประชุมของพรรคเพื่อไทย ท่านใช้สิทธิอะไร เพราะเป็นคนนอก เป็นแค่พ่อของนายกรัฐมนตรี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ซึ่งรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ระบุว่าพ่อของนายกรัฐมนตรีสามารถคุยได้ทุกเรื่อง” นายสนธิญา กล่าว
นายสนธิญา ยังกล่าวว่าผู้อาวุโส อดีตนายกรัฐมนตรี นายอานันท์ ปันยารชุน หรือนายชวน หลีกภัย เวลาเขาคุย เขาไม่ได้คุยในพรรค แต่เขาคุยข้างนอก แล้วนายทักษิณ คุยในพรรคเพื่อไทยเพื่ออะไร แล้วที่ไปกล่าวหาพรรคร่วมรัฐบาลใช้สิทธิอะไร
ทั้งนี้ตนไม่ได้ร้องขอให้ตรวจสอบ แต่ร้องให้พิจารณา วินิจฉัย คำพูดของนายทักษิณ และถ้า กกต.เห็นว่ากระทำการขัดต่อกฎหมาย ตนก็พร้อมที่จะแจ้งความดำเนินคดีต่อนายทักษิณ และพรรคเพื่อไทย
เมื่อถามว่าเรื่องที่ร้องในวันนี้จะนำไปสู่การยื่นร้องยุบพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายสนธิญา กล่าวว่า จะเป็นกระบวนการต่อไปถ้ากกต.มองว่าผิดหรือไม่ ตนก็มีสิทธิที่จะร้องต่ออัยการสูงสุด และผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นผู้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ว่าการกระทำเหล่านี้ขัดต่อกฎหมายหรือไม่ แต่กระบวนการแรกเป็นกระบวนการเรียกร้องว่าสิ่งที่นายทักษิณ ได้พูดนั้น ใช้สิทธิอะไร
