'แพทองธาร' ลงพื้นที่น้ำท่วมนครศรีธรรมราช ประชุม 5 ผู้ว่าฯ ภาคใต้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม เผยรัฐบาลจัดการได้เร็ว เงินเยียวยาถึงมือชาวบ้านไว ส่งกำลังใจบอกเหตุการณ์ใกล้ผ่านแล้ว ไม่เกิน 20 ธ.ค. น้ำแห้งทั้งหมด สั่งการเตรียมพร้อม “น้ำ-ไฟ” รับคนกลับบ้าน - ศปช. เตือนฝนภาคใต้ยังตกหนักอีก 1 วัน สั่งระดมกำลังพลและเครื่องจักรกลเข้าพื้นที่ภาคใต้ - สั่งปิดการระบายน้ำ อ่างเก็บน้ำรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ลดผลกระทบน้ำท่วมแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ (16 ธ.ค.) คาดการณ์ฝนจะลดลงตั้งแต่วันพฤหัสนี้ (19 ธ.ค.) เป็นต้นไป

17 ธ.ค. 2567 สำนักข่าวไทย รายงานว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายปิฎก สุขสวัสดิ์ คู่สมรสนายกรัฐมนตรี เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาตินครศรีธรรมราช ต.ปากพูน อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช ในเวลา 13.20 น. โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสมชาย ลีหล้าน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานะรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รอให้การต้อนรับ
โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ใช้รถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน กอ 5817 นครศรีธรรมราช ไปยังศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช
จากนั้นในเวลา 14.00 น. ที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัย และสั่งการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และมี 4 ผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ชุมพร พัทลุง และนราธิวาส เนื่องจากต้องอยู่ดูแลพื้นที่
นายอนุทิน กล่าวรายงานว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่นายกรัฐมนตรี กรุณาลงมาเยี่ยมเยียนพวกเราในสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ วันนี้นายกฯ ได้เรียกประชุมเป็นวาระเร่งด่วน เพื่อให้เกิดความเข้าใจในสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ทั้งหมด
ด้านนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ดีใจมากที่มีโอกาสได้มาที่จังหวัดนครศรีธรรมมราช และทราบว่า ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดจะต้องอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องดูแลพื้นที่ให้ดี ที่ผ่านมารัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด และได้รับรายงานโดยตรงจากหน่วยงานที่รับผิดชอบทุกหน่วย เพราะฉะนั้นถือว่าเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ทุกคนสามารถจัดการได้อย่างรวดเร็วมากๆ รัฐบาลได้ลงพื้นที่ทันทีตอนที่เกิดน้ำท่วมในช่วงแรก ถือว่าเป็นความช่วยเหลือที่เข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว และได้รับรายงานอีกประมาณไม่เกินวันที่ 20 ธ.ค.นี้ น้ำน่าจะแห้งทั้งหมด เพราะวันนี้มีฝนตกแค่ในช่วงเช้า ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ทั้งนี้ ได้รับรายงานว่า ปัจจัย 4 ในการช่วยเหลือประชาชนเพียงพอ และสิ่งที่มีความสำคัญตั้งแต่ตอนที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมทางภาคเหนือและภาคอีสาน รัฐบาลให้ความสำคัญกับชีวิตของประชาชนเป็นสิ่งแรก ที่เราจะต้องรักษาและดูแลเรื่องนี้ให้ดี
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ปัจจัย 4 อาหาร ยารักษาโรค รองนายกฯ จัดการทั้งหมด และทุกกระทรวงส่งความช่วยเหลือเข้ามา ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนและทุกหน่วยงานที่ลงมาดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในการบริหารจัดการสถานการณ์ ระดมความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วน เร่งแก้ไขสถานการณ์ให้กลับเป็นปกติ นอกจากนี้ เครื่องมือที่มีไม่เพียงพอ ทางกระทรวงมหาดไทยได้ประสานหน่วยงาน ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ช่วยกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด
“ขอให้กำลังใจทุกคน เหตุการณ์ใกล้จะผ่านไปแล้ว และการเยียวยาถึงมือพี่น้องประชาชนแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าเร็วและดีมากๆ กว่าตอนที่เราอนุมัติงบเยียวยาในภาคเหนือ ซึ่งขณะนี้เยียวยาไปได้แล้ว 99 เปอร์เซ็นต์ เหลืออีก 1 เปอร์เซ็นต์ ที่ยังต้องยืนยันตัวตน” นายกฯ กล่าว
จากนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ตั้งแต่มีสถานการณ์น้ำท่วมที่ภาคเหนือ จนถึงภาคใต้ ได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากนายกฯ โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชนในการคลายทุกข์บรรเทาทุกข์ โดยนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณฉุกเฉินในการช่วยเหลือประชาชนด้วยความรวดเร็ว และลงไปในพื้นที่ ถือเป็นขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน และการที่ได้ลงพื้นที่ ประชาชนอดทนและเข้าใจ รวมถึงซาบซึ้งที่รัฐบาลได้เร่งจัดการแก้ไข ตนคิดว่าไม่ใช่เรื่องอื่นมากไปกว่าการที่นายกฯ ได้เทคแอ็กชัน จนกระทั่งสถานการณ์ได้เลื่อนลงมาจากภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ซึ่งในภาคใต้จะประสบปัญหาเรื่องการไหลหลากของน้ำ รวมถึงดินโคลนถล่ม หากน้ำระบายได้ สถานการณ์น้ำจะกลับคืนสู่ปกติโดยเร็วที่สุด แต่สิ่งสำคัญที่สุด นายกฯ ไม่ได้ชะลอเรื่องการช่วยเหลือประชาชน โดยได้ติดตามสถานการณ์ระหว่างเยือนมาเลเซีย ตนในฐานะผู้บัญชาการสถานการณ์ ขอขอบคุณนายกฯ
ช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการที่ประชุมว่า เข้าใจประชาชน เวลาที่ต้องรอมันยาวนาน รัฐบาลจึงเร่ง และนี่เป็นสิ่งที่อย่างน้อยรัฐบาลได้ช่วยสนับสนุน เพราะเมื่อเกิดสถานการณ์แล้วได้มีการอนุมัติงบลงไปก็เกิดความอุ่นใจ และไม่ต้องไปรอลุ้นว่า เมื่อได้รับผลกระทบแล้วจะได้รับเงินเยียวยาเท่าไหร่ แต่ทั้งนี้ก็ต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณ ครม.ด้วย และขอบคุณทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ทหาร ตำรวจ มูลนิธิ จิตอาสาต่างๆ เพราะเวลาเกิดสถานการณ์น้ำท่วมไม่ว่าที่ไหนก็ตาม เมื่อเราระดมความช่วยเหลือจะสามารถลดทอนสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว และได้เห็นน้ำใจของคนไทยยามยาก
นายกฯ กล่าวอีกว่า ขอเน้นย้ำว่าชีวิตของประชาชนเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหาร ยา สถานที่พักพิง หรือศูนย์พักพิง ขอให้ดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ให้รู้สึกสบายกายและสบายใจ เพราะการที่เขาย้ายออกมาจากบ้านตัวเอง ก็มีความลำบากอยู่แล้ว จึงขอให้ทุกหน่วยงานช่วยกันดูแลเรื่องนี้อย่างดีที่สุด เมื่อเหตุการณ์บรรเทาลงแล้วก็จะได้กลับบ้าน และมีแรงในการซ่อมแซมบ้าน หากติดขัด รองนายกฯ อยู่หน้างาน สามารถประสานงานกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ได้ หากขาดเหลืออะไร ก็ขอให้บอกมา
นายกฯ กล่าวต่อว่า ส่วนพื้นที่เสี่ยงภัย การแจ้งเตือนภัยขอให้ชัดเจนและทั่วถึง โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยว ทั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี สงขลา ตรัง สตูล และยะลา เรื่องการแจ้งเตือนขอให้ทั่วถึงชัดเจน และอย่างที่คาดการณ์กันไว้ว่า ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ สถานการณ์จะดีขึ้น ก็ขอให้ระดมความช่วยเหลือทั้งน้ำและไฟ ขอให้กลับมาโดยเร็วที่สุด อะไรที่สามารถทำล่วงหน้าได้ก็ให้ทำเผื่อไว้ เมื่อน้ำไปแล้ว ทุกอย่างจะได้กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว ขอให้วิกฤตินี้ผ่านไปโดยเร็วที่สุด
ศปช. เตือนฝนยังตกหนักอีก 1 วัน
17 ธ.ค. 2567 เว็บไซต์รัฐบาลไทย รายงานว่า นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม หรือ ศปช. เปิดเผยว่า ศปช. วันนี้ ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยใน 6 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง และพัทลุง โดยที่ประชุมได้สั่งการให้ช่วยเหลือประชาชนทั้งในสถานการณ์เร่งด่วน โดยได้เร่งระดมกำลังพลและเครื่องจักรกล เข้าช่วยเหลือประชาชนตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทั้งหน่วยงานทหาร ตำรวจ ฝ่ายพลเรือน ซึ่งได้กระจายกำลังและนำเครื่องจักรกล สาธารณภัยออกปฏิบัติการเพื่อดูแลผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ทั้งตอนบนและตอนล่างอย่างเต็มที่ ทั้งการเร่งสูบระบายน้ำ การอพยพประชาชน การดูแลด้านสาธารณูปโภค อาหาร น้ำดื่มสะอาด แจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง โดยจะปักหลักให้ความช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยให้กับพี่น้องประชาชนทุกพื้นที่จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย”
สำหรับสภาพอากาศในวันนี้ (17 ธ.ค.) พื้นที่ภาคใต้จะยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมาก อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้อีก ในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส หลังจากนั้นช่วงวันที่ 18 - 22 ธ.ค. 67 ปริมาณฝนมีแนวโน้มลดน้อยลง จนกลับเข้าสู่ภาวะปรกติ
“การบริหารจัดการน้ำที่อ่างเก็บน้ำรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ได้แจ้งปิดการระบายน้ำตั้งแต่เมื่อวานนี้ (16 - 26 ธ.ค. 67) เพื่อบรรเทาผลกระทบน้ำท่วมให้กับประชาชน ส่วนอ่างเก็บน้ำบางลาง จ.ยะลา ปัจจุบันมีน้ำใช้การ 83% ซึ่งยังคงอัตราการระบายน้ำที่ 18 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน เนื่องจากระดับน้ำต่ำกว่าเกณฑ์ควบคุมสูงสุดแล้ว (URL) เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับน้ำช่วงปลายปี และจะมีการปรับแผนการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์เพื่อลดผลกระทบให้น้อยที่สุด”
นอกจากนี้ขอให้ประชาชนยังคงต้องติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ด้วย “กรมประชาสัมพันธ์ได้ ติดตามรายงานสถานการณ์ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนอย่างต่อเนื่องเพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางเชื่อมโยงประสานการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช FM 89.75 MHz , 96.75 MHz , 97.00 MHz , AM 1242 KHz และสถานีโทรทัศน์ช่อง NBT2HD (กดเลข 2), NBT South (กดเลข 11) ล้มผังรายงานสถานการณ์จนกว่าจะคลี่คลายและมีการไลฟ์สดผ่านเพจ Facebook NBT นครศรีธรรมราชและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อออนไลน์ทุกแพลตฟอร์มของกรมประชาสัมพันธ์
