สส.เพื่อไทย เสนอปรับโครงสร้างใหม่ แยก 'กระทรวงกีฬา' ออก แล้วจับคู่ 'กระทรวงท่องเที่ยว-วัฒนธรรม' หวังแก้ปัญหาผิดฝาผิดตัว 20 ปี - หากนำท่องเที่ยวมาคู่กับวัฒนธรรมก็จะสอดคล้องกัน จะได้มีงบประมาณเกื้อหนุนกัน
22 ธ.ค. 2567 เพจพรรคเพื่อไทย รายงานว่า สส.เพื่อไทย นำโดย นายเอกธนัช อินทร์รอด สส.หนองคาย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว พร้อมด้วยนายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ และ นายธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี ร่วมอภิปรายรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง สภาพปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหากฎหมายในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยกล่าวว่าจากภาพรวมของปัญหาของการท่องเที่ยวไทยมีปัญหาด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยว การกระจายอำนาจในการดำเนินกิจกรรมท่องเที่ยว การกำกับดูแลธุรกิจแพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยว และปัญหาเฉพาะในแต่ละธุรกิจเฉพาะด้าน นอกจากนี้ นายอดิศรยังได้เสนอแนวคิดให้แยกกระทรวงการท่องเที่ยวไปรวมอยู่กับกระทรวงวัฒนธรรม เพราะมีเนื้องานในทิศทางเดียวกัน และแยกกระทรวงกีฬาให้เป็นเอกเทศ เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการได้อย่างถูกฝาถูกตัว
ความปลอดภัยนักท่องเที่ยวคือปัญหาใหญ่
นายนายเอกธนัช อินทร์รอด สส.หนองคาย กล่าวว่าปัญหาการท่องเที่ยวไทยจะมีอยู่ 2 ลักษณะ ลักษณะแรกคือสภาพปัญหาที่ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวมีร่วมกัน เรื่องความปลอดภัย การกระจายอำนาจการดำเนินการท่องเที่ยว และการกำกับดูแลแพลตฟอร์มธุรกิจท่องเที่ยว และลักษณะสอง คือสภาพปัญหาการประกอบธุรกิจเฉพาะแต่ละธุรกิจ อันได้แก่
ธุรกิจที่พักขนาดเล็กยังขาดกฎหมายรองรับเหมาะสม
ธุรกิจโรงแรมและที่พักค้างคืน คือยังขาดหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจ ที่ทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างธุรกิจขนาดเล็กและใหญ่ เพราะปัจจุบันกฏหมายยึดโยงอยู่กับมาตรฐานของโรงแรมและอาคารขนาดใหญ่
ธุรกิจสปายังแฝงธุรกิจทางเพศ
ธุรกิจสปา เวลเนส ยังขาดกฎหมายให้อำนาจหน่วยงานรัฐเข้าไปตรวจสอบการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายสถานประกอบกิจการที่แอบแฝงการค้าบริการทางเพศ
ธุรกิจให้เช่ารถยนต์และจักรยานยนตร์ ยังไม่มีกฎหมายบังคับไว้เฉพาะและธุรกิจท่องเที่ยวทางน้ำ ยังขาดแนวทางปฏิบัติให้ จนท.ในการบังคับใช้กฏหมายและสื่อสารกับประชาชนเกี่ยวกับการทำท่าเทียบเรือ
การศึกษาครั้งนี้มุ่งจะยกร่างกฎหมายใหม่เพื่อทดแทนกฎหมายเดิม (ในกฏหมายโรงแรม) และปรับปรุงกฎหมายเดิมให้เหมาะสม(สปาและเวลเนส) รวมถึงเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาด้านการท่องเที่ยวเพื่อให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้อีกด้วย
เสนอจับคู่ใหม่ ก.ท่องเที่ยว+วัฒนธรรม
นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่าการศึกษาเรื่องการแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเรารู้ดีว่ารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นรายได้หลักของประเทศ กรุงเทพมหานครก็เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนจำนวนมากทุกปี แต่เคยสงสัยบ้างหรือไม่ว่าทำไมกระทรวงการท่องเที่ยวถึงไปอยู่กับกีฬา ซึ่งดูน่าจะผิดฝาผิดตัว
สว.ยุคก่อนจับคู่ผิดฝาผิดตัว
เหตุที่กระทรวงการท่องเที่ยวไปอยู่กับกีฬานั้น เกิดขึ้นเมื่อสมัยรัฐบาล ดร.ทักษิณ ชินวัตร ปรับปรุงโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรม และระบบราชการครั้งใหญ่ พอกฎหมายไปถึงขั้นวุฒิสภา วุฒิสภาไปแก้ไขเป็นมติ ให้เอากระทรวงท่องเที่ยวไปรวมกับกีฬา แล้วตอนนั้นสภาผู้แทนราษฎร ไม่อยากเสียเวลายับยั้งกฎหมาย 180 วันเพื่อไปตั้งกรรมาธิการร่วมฯ ก็เลยปล่อยเลยมากลายเป็นผิดฝาผิดตัวมาตั้งแต่วันนั้น
วันนี้ผ่านมากว่า 20 ปีแล้ว ก็ควรจับคู่กระทรวงใหม่ให้ถูกฝาถูกตัว ให้เป็นกระทรวงวัฒนธรรมมาอยู่กับการท่องเที่ยว และแยกกระทรวงการกีฬาไปอยู่ต่างหาก เพราะทุกวันนี้คนก็แทบลืมว่ากีฬาไปหลบอยู่กระทรวงไหน จำได้แต่ตอนมีแข่งกีฬาได้เหรียญทีก็เฮที
แต่ใน กมธ. ของสภาฯ กลับมองเห็นปัญหานี้แต่แรก จึงแยก กมธ.ท่องเที่ยวไปคณะหนึ่ง แยก กมธ. กีฬาไปอีกคณะหนึ่ง และขณะนี้ก็ขอเรียนว่ากำลังร่างกฏหมาย ขอเสนอแยกกระทรวงใหม่ ทำให้ถูกฝาถูกตัว ไม่เอากีฬาไปหลบหลังท่องเที่ยว แล้วจับท่องเที่ยวมาคู่กับวัฒนธรรมก็จะสอดคล้องกันเพราะคนไปเที่ยวดูด้านวัฒนธรรม ก็จะได้มีงบประมาณไปเกื้อหนุนสอดคล้องกันไป
ท่องเที่ยวท้องถิ่น ติดขัดกฎหมายหลายฉบับ
ด้านนายธีระชัย แสนแก้ว สส.อุดรธานี ก็กล่าวถึงปัญหาด้านการท่องเที่ยวว่ามีกฏหมายยุบยับมากมากเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง ทบวง กรมเต็มไปหมด ยกตัวอย่าง แหล่งท่องเที่ยว ทะเลบัวแดง ซึ่งเป็นอันซีนของจังหวัด เป็นส่วนหนึ่งของอ่างเก็บน้ำหนองหาน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ ที่มีเนื้อที่กว่า 28,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในอำเภอกุมภวาปี ส่วนที่เหลืออยู่ใน อำเภอประจักษ์ศิลปาคม และ อำเภอกู่แก้ว จังหวัดอุดรธานี
แค่ห้องน้ำนักท่องเที่ยว ท้องถิ่นยังตีกันยับ
ที่ทะเลบัวแดง พอจะพัฒนาปรับปรุงอะไร ก็วุ่นวายติดขัดกฎหมายและระเบียบต่างๆ เต็มไปหมด ยกตัวอย่างง่ายสุด ถ้าอยากจะมีเรือรับนักท่องเที่ยวก็ไปคุยกับกรมเจ้าท่า พอได้เรือแล่นออกไปติดจอกติดแหน ต้องไปบอกกรมชลประทานมาตักเก็บจอแหนออก ถ้าออกเรือออกไปจากชายฝั่งไกลก็กลายเป็นพื้นที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ถ้านักท่องเที่ยวปวดห้องน้ำ จะสร้างห้องน้ำ ต้องไปขออนุญาตกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จังหวัดอุดรเคยจะแก้ปัญหาสร้างห้องน้ำให้โดยไปใช้พื้นที่โรงเรียน เพื่อให้นักท่องเที่ยวพอสร้างเสร็จกลับติดปัญหาว่าโรงเรียนเป็นที่ราชพัสดุโดนล็อกกุญแจ อย่างนี้เป็นต้น
นี่ยังไม่นับรวมปัญหาเรื่องห้องพักในจังหวัดอุดรธานีที่มีมากกว่าหมื่นสองหมื่นห้อง แต่มีการจดทะเบียนถูกต้องแค่ 7 พันห้องเท่านั้น ดังนั้น การศึกษาเพื่อแก้ปัญหาตามที่ท่านเอกณัช อินทร์รอดได้เสนอไปนั้น จะเป็นการแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดและหวังให้สภาแห่งนี้ได้ร่วมกันระดมความเห็นแก้ไขปัญหาชาติไปด้วยกัน
