Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

"กีฬาสร้างคน" คำกล่าวที่คุ้นหูนี้กำลังถูกท้าทายด้วยความจริงอันน่าตกใจ เมื่อรายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เผยให้เห็นการแทรกซึมอย่างเป็นระบบขององค์กรอาชญากรรมเข้าสู่แวดวงกีฬาทั่วโลก จากสนามเด็กเล่นสู่สนามระดับโลก จากลีกสมัครเล่นถึงมหกรรมกีฬานานาชาติ ไม่มีที่ใดปลอดจากเงาของอาชญากรรมองค์กร


ที่มาภาพ: UNODC

จากรายงาน "Game Over: UNODC Exposes the Link Between Corruption and Organized Crime in Sport" โดย สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างความตระหนักถึงภัยคุกคามจากองค์กรอาชญากรรมที่มีต่อวงการกีฬา รายงานฉบับนี้ได้รวบรวมกรณีศึกษาและข้อเสนอแนะที่อิงหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อสนับสนุนความพยายามระดับโลกในการจัดการกับการแทรกแซงของกลุ่มองค์กรอาชญากรรมในวงการกีฬา การจัดทำรายงานได้รับความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญ 90 ท่านจาก 32 ประเทศ พร้อมด้วยตัวแทน 13 ท่านจาก 11 องค์กร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระดับนานาชาติในการแก้ไขปัญหา

รายงานนี้ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเข้าใจและตระหนักถึงปัญหาการทุจริตและอาชญากรรมในวงการกีฬา พร้อมนำเสนอแนวทางการแก้ไขที่เป็นรูปธรรม เพื่อปกป้องความซื่อสัตย์และความยุติธรรมในวงการกีฬาระดับโลก โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

โฆษณา - Advertising

เมื่อกีฬากลายเป็นเครื่องมือฟอกเงิน


ที่มาภาพ: olle svensson (CC BY 2.0

อุตสาหกรรมกีฬาทั่วโลกมีมูลค่าสูงถึง 614.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2018 ตามการประเมินของ UNODC มูลค่ามหาศาลนี้ดึงดูดองค์กรอาชญากรรมที่มองเห็นโอกาสทำกำไรผ่านการดำเนินการข้ามพรมแดนที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยเฉพาะผ่านการฟอกเงินในรูปแบบต่างๆ

กรณีที่โดดเด่นคือปฏิบัติการของกลุ่ม Los Zetas ในปี 2013 เมื่อ FBI บุกยึดฟาร์มในโอคลาโฮมาพร้อมม้าแข่ง 455 ตัว มูลค่ารวมกว่า 70 ล้านดอลลาร์ การสืบสวนพบว่ากลุ่มนี้ใช้การซื้อขายม้าแข่งเป็นช่องทางฟอกเงินจากธุรกิจยาเสพติด โดยใช้เงินราว 1 ล้านดอลลาร์ต่อเดือนในการซื้อม้า และสร้างรายได้จากการแทรกแซงผลการแข่งถึง 200,000 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ ผู้นำกลุ่มถูกจำคุก 20 ปี

ในปี 2021 เกิดกรณีที่นักธุรกิจชาวอเมริกันพยายามซื้อสโมสรฟุตบอล Derby County ในอังกฤษ การสืบสวนพบว่าเขายักยอกเงิน 20 ล้านดอลลาร์จากบริษัทซอฟต์แวร์ของตนเองเพื่อใช้จ่ายฟุ่มเฟือย รวมถึงการซื้อห้องวีไอพีในสนามกีฬา การกระทำนี้นำไปสู่การจำคุก 20 ปีในปี 2024

โฆษณา - Advertising

รายงานของ FATF (Financial Action Task Force) ระบุว่าฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีความเสี่ยงสูงต่อการฟอกเงิน เนื่องจากโครงสร้างที่เข้าถึงได้ง่าย ขาดกฎระเบียบที่เข้มงวด และมีเงินสดหมุนเวียนจำนวนมากโดยเฉพาะจากการซื้อขายนักกีฬา ภาพลักษณ์ความบริสุทธิ์ของกีฬายังลดโอกาสที่ผู้บริหารจะรายงานกิจกรรมต้องสงสัย และลักษณะที่ไม่แน่นอนของกีฬาทำให้เกิดการยอมรับการจ่ายเงินที่ไม่สมเหตุสมผลได้ง่าย เพิ่มความเสี่ยงต่ออาชญากรรมทางการเงิน

กรณีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการฟอกเงินในวงการกีฬาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงช่องทางดิจิทัล แต่ยังคงใช้วิธีการดั้งเดิมที่หลากหลาย ตั้งแต่การลงทุนในสโมสรกีฬา การซื้อขายนักกีฬา ไปจนถึงการแทรกแซงผลการแข่งขัน ความท้าทายนี้เรียกร้องให้มีการกำกับดูแลที่เข้มงวดและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย องค์กรกีฬา และสถาบันการเงิน

นอกจากนี้ องค์กรอาชญากรรมได้ปรับตัวใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการดำเนินการ โดยเฉพาะในด้านการพนันออนไลน์และการฟอกเงิน การใช้สกุลเงินดิจิทัลและบัตรเติมเงินที่ไม่ต้องระบุตัวตนทำให้การติดตามเส้นทางการเงินทำได้ยากขึ้น สถิติพบว่า 70% ของเว็บพนันที่มีใบอนุญาตและ 35% ของเว็บเถื่อนยอมรับการชำระเงินผ่านช่องทางเหล่านี้

ตัวอย่างการทุจริต


ปฏิบัติการณ์ Operation Mursal จับกุมกลุ่มอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการล็อคผลการแข่งขันในลีกฟุตบอลดิวิชั่น 3 ของโรมาเนียและการแข่งขันปิงปองในยุโรปตะวันออก | ที่มาภาพ: Policía Nacional

โฆษณา - Advertising

ฟุตบอลยังคงเป็นกีฬาที่ถูกองค์กรอาชญากรรมเล็งเป็นเป้าหมายมากที่สุด สถิติจาก FIFA ในฤดูกาล 2022-2023 เผยตัวเลขน่าตกใจของการโอนย้ายนักเตะกลางฤดูกาลถึง 10,000 ครั้ง สร้างค่านายหน้ารวมกว่า 696 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงส่วนที่เปิดเผยอย่างถูกกฎหมายเท่านั้น

คดีที่สะเทือนวงการเกิดขึ้นในเม็กซิโก เมื่อตำรวจบุกจับกุมทีม "Los Mapaches" ทั้งทีมรวมถึงเจ้าของในปี 2008 การสืบสวนเผยให้เห็นความเชื่อมโยงกับคาร์เทลยาเสพติด "La Familia Michoacana" โดยนักเตะได้รับผลประโยชน์จากเงินผิดกฎหมายในรูปแบบเงินเดือนสูงผิดปกติ รถหรู และชุดแข่งใหม่ทุกนัด

ในยุโรป "Operation Mursal" ซึ่งเป็นปฏิบัติการสืบสวนที่นำโดยประเทศสเปน เพื่อสืบสวนกลุ่มอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการล็อคผลการแข่งขันในลีกฟุตบอลดิวิชั่น 3 ของโรมาเนียและการแข่งขันปิงปองในยุโรปตะวันออก กลุ่มอาชญากรรมใช้เทคนิคขั้นสูงโดยติดตั้งจานดาวเทียมขนาดใหญ่เพื่อรับสัญญาณโดยตรงจากสนามแข่ง และใช้ความล่าช้าของสัญญาณในการวางเดิมพัน นอกจากนี้ยังพบการฟอกเงินผ่านบัญชีธนาคารในสเปน ผู้ต้องสงสัยหลักถูกจับกุมที่ดูไบและส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่สเปน กรณีนี้ เผยให้เห็นความซับซ้อนของเครือข่ายอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการล็อคผลการแข่งขันฟุตบอลในปัจจุบัน

คดีสินบนในกีฬาไบแอธลอน (Biathlon) (กีฬาสกียิงเป้าผสมกีฬา 2 ชนิดเข้าไว้ด้วยกันคือ สกีครอสคันทรี Cross-country Skiing และยิงปืนไรเฟิล Rifle Shooting) เป็นตัวอย่างของการทุจริตในระดับผู้บริหารองค์กรกีฬา เมื่อประธานสหพันธ์ไบแอธลอนนานาชาติต้องลาออกในปี 2018 หลังถูกตั้งข้อหาคอร์รัปชันร้ายแรง การสืบสวนพบว่าระหว่างปี 2009-2018 เขารับสินบนจากองค์กรไบแอธลอนระดับชาติและบริษัทการตลาดในรูปแบบของนาฬิกาหรู ทริปล่าสัตว์ และบริการทางเพศ อัยการนอร์เวย์ระบุว่าการกระทำนี้กระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรและทำให้เกิดอคติในการตัดสินใจเพื่อผลประโยชน์ของบางชาติ การสืบสวนต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายประเทศ ทั้งออสเตรีย แคนาดา สาธารณรัฐเช็ก และลิกเตนสไตน์ ก่อนจะนำไปสู่การตัดสินจำคุก 3 ปี 1 เดือนในเดือน เม.ย. 2024 และการปฏิรูปครั้งใหญ่ในสหพันธ์ไบแอธลอนนานาชาติ

โฆษณา - Advertising

ในขณะที่คดีของสโมสรฟุตบอล Limerick ในไอร์แลนด์ แสดงให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างปัญหาทางการเงินของสโมสรกับการทุจริต เมื่อสโมสรประสบปัญหาหนี้สินเกือบ 500,000 ยูโรในปี 2019 จนนักกีฬาต้องประท้วงเพราะไม่ได้รับค่าจ้าง สมาคมฟุตบอลไอร์แลนด์พบความผิดปกติของการเดิมพันในการแข่งขันของสโมสร การตรวจสอบโทรศัพท์มือถือของนักกีฬานำไปสู่การพบหลักฐานการพนันผิดกฎหมายและการฟอกเงิน จนนำไปสู่การจับกุมนักฟุตบอลหลายคน คดีนี้ไม่เพียงสะท้อนปัญหาการบริหารจัดการที่ไม่โปร่งใส แต่ยังแสดงให้เห็นว่าสโมสรที่อ่อนแอทางการเงินมักตกเป็นเป้าหมายขององค์กรอาชญากรรมได้ง่าย

เมื่อโลกดิจิทัลเปิดช่องให้อาชญากรรม

การขยายตัวของเทคโนโลยีดิจิทัลและการพนันออนไลน์กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าอาชญากรรมในวงการกีฬา โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ตลาดการพนันผิดกฎหมายมีมูลค่าสูงถึง 425,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี คิดเป็น 25% ของตลาดโลก นวัตกรรมทางการเงินอย่างบัตรเติมเงินและสกุลเงินดิจิทัล ทำให้การติดตามเส้นทางการเงินซับซ้อนยิ่งขึ้น

กรณีที่สะท้อนภาพชัดเจนคือการจับกุมเครือข่ายอาชญากรรมจากอาร์เมเนียในเบลเยียมเมื่อปี 2023 เครือข่ายนี้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ของระบบดิจิทัลในการดำเนินการมากว่า 20 ปี โดยมุ่งเป้าไปที่การแข่งขันเทนนิสระดับล่างที่ไม่มีการถ่ายทอดสด พวกเขาสร้างผลกำไรมหาศาลผ่านการพนันออนไลน์และการขโมยข้อมูลประจำตัว ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารแบบเข้ารหัสเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ

ความสำเร็จในการทลายเครือข่ายนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่างประเทศครั้งใหญ่ มีการตรวจค้นพร้อมกันใน 7 ประเทศ โดยมี EUROPOL เป็นผู้ประสานงานหลัก การเข้าถึงการสื่อสารแบบเข้ารหัสของกลุ่มเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่เห็นภาพรวมของเครือข่ายอาชญากรรมที่ซับซ้อน จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัย 13 คนและการตัดสินจำคุกแกนนำเป็นเวลา 5 ปี

โฆษณา - Advertising

คดีนี้แสดงให้เห็นว่า แม้เทคโนโลยีดิจิทัลจะเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้อาชญากร แต่ก็สามารถเป็นเครื่องมือสำคัญในการปราบปรามอาชญากรรมได้เช่นกัน หากมีความร่วมมือระหว่างประเทศที่เข้มแข็งและการพัฒนาเทคนิคการสืบสวนที่ทันสมัย อย่างไรก็ตาม ความท้าทายนี้ยังคงเพิ่มขึ้นตามการพัฒนาของเทคโนโลยี โดยเฉพาะในภูมิภาคที่มีการกำกับดูแลไม่เข้มงวดและมีมูลค่าตลาดการพนันผิดกฎหมายสูง

'การค้ามนุษย์ในวงการกีฬา' เบื้องหลังความฝันของนักกีฬาเยาวชน


ที่มาภาพ: FIFPRO

การค้ามนุษย์ในวงการกีฬากำลังเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในกลุ่มนักกีฬาเยาวชน รูปแบบที่พบบ่อยที่สุดคือการล่อลวงนักกีฬารุ่นเยาว์ด้วยสัญญาลมๆ แล้งๆ ว่าจะได้เป็นนักกีฬาอาชีพในต่างประเทศ เหยื่อต้องจ่ายค่าธรรมเนียมจำนวนมากสำหรับค่าเดินทางและเอกสาร แต่เมื่อมาถึงกลับพบว่าถูกหลอกลวงและถูกแสวงหาประโยชน์

กรณี Operation El Dourado ในโปรตุเกสปี 2023 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของปัญหานี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองโปรตุเกสเข้าช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ 47 คนจากอคาเดมีฟุตบอล Bsports ซึ่ง 36 คนเป็นผู้เยาว์จากแอฟริกา เอเชีย และอเมริกาใต้ อคาเดมีแห่งนี้อยู่ภายใต้การสอบสวนมาตั้งแต่ปี 2020 เหยื่อถูกบังคับให้จ่ายเงิน 600-2,000 ยูโรต่อเดือนสำหรับการฝึกซ้อมและการศึกษา ถูกยึดหนังสือเดินทาง และถูกควบคุมตัวอย่างเข้มงวด โดยผู้ที่มีอายุเกิน 18 ปีเท่านั้นที่จะได้รับอนุญาตให้ออกนอกสถานที่ และต้องขออนุญาตก่อนเท่านั้น

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่าการค้ามนุษย์ในวงการกีฬายังเกิดขึ้นภายในโครงสร้างขององค์กรกีฬาเอง เช่น ในอคาเดมีของสโมสร ที่เหยื่อถูกแสวงหาประโยชน์ทางการเงินและถูกจำกัดเสรีภาพ การค้ามนุษย์ยังมักพบรอบๆ การจัดการแข่งขันกีฬาใหญ่ๆ ที่ต้องการแรงงานจำนวนมาก รวมถึงการค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศที่เพิ่มขึ้นในช่วงมีการแข่งขัน

ในเดือน ก.ค. 2023 มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัย 8 คนในข้อหาค้ามนุษย์ คดีนี้ไม่เพียงเผยให้เห็นถึงการแสวงหาประโยชน์และการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในอคาเดมี แต่ยังตอกย้ำถึงความจำเป็นในการเพิ่มการกำกับดูแลและการแทรกแซงในสถาบันกีฬาเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในลักษณะนี้

จากปัญหานี้ ทำให้มีการเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและดำเนินการสอบสวนอย่างอิสระ เนื่องจากมีการตัดกันระหว่างอาชญากรรมองค์กร การค้ามนุษย์ และการละเมิดเด็ก จำเป็นต้องมีความพยายามอย่างครอบคลุมและประสานงานกันเพื่อปกป้องนักกีฬาเยาวชน นอกจากนี้ยังพบการค้ามนุษย์ในช่วงการจัดมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ ซึ่งต้องการแรงงานจำนวนมากในการก่อสร้างและให้บริการ รวมถึงการค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศที่เพิ่มขึ้นในช่วงการแข่งขัน

ข้อเสนอแนะเพื่อปกป้องวงการกีฬา

UNODC ได้เสนอแนะแนวทางหลายประการในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับการต่อต้านองค์กรอาชญากรรมในวงการกีฬา ประการแรกคือการพัฒนาเครือข่ายการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ปลอดภัยระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย องค์กรกีฬา และภาคเอกชน โดยเฉพาะผู้ให้บริการด้านการเงินและเทคโนโลยี

ตัวอย่างความสำเร็จของแนวทางนี้เห็นได้จากการใช้ระบบ EUROPOL Secure Information Exchange Network Application (SIENA) และ UNODC Global Operational Network of Law Enforcement Authorities (GlobE Network) ที่ช่วยให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองระหว่างประเทศทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

ในด้านการป้องกันการค้ามนุษย์ จำเป็นต้องมีการเข้มงวดในการตรวจสอบอคาเดมีกีฬาและนายหน้านักกีฬา รวมถึงการสร้างระบบการรายงานและช่วยเหลือผู้ตกเป็นเหยื่อ กรณีของ Bsports ในโปรตุเกสชี้ให้เห็นว่าการละเลยการกำกับดูแลสามารถนำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

การพัฒนากฎหมายและกฎระเบียบให้ทันต่อเทคโนโลยีก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในด้านการพนันออนไลน์และการใช้สกุลเงินดิจิทัล การศึกษาพบว่าประเทศที่มีการควบคุมการพนันที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพมักมีปัญหาการแทรกแซงจากองค์กรอาชญากรรมน้อยกว่า

อย่างไรก็ตาม มาตรการทางกฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จำเป็นต้องมีการสร้างวัฒนธรรมแห่งความโปร่งใสในวงการกีฬา การให้การศึกษาแก่นักกีฬาเยาวชนเกี่ยวกับความเสี่ยงจากองค์กรอาชญากรรม และการสนับสนุนให้ผู้พบเห็นการกระทำผิดกล้าที่จะรายงาน

กรณีศึกษาจากสหภาพยุโรปแสดงให้เห็นว่าประเทศที่มีระบบคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสที่เข้มแข็งมักประสบความสำเร็จในการเปิดโปงการทุจริตในวงการกีฬามากกว่า ตัวอย่างเช่น คดีการล้มแข่งในเบลเยียมเริ่มต้นจากข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสภายในวงการ.

 

อนึ่ง รายงาน "Game Over: UNODC Exposes the Link Between Corruption and Organized Crime in Sport" นำเสนอผลการศึกษาที่รวบรวมจากการประชุมผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างแผนกต่อต้านการทุจริตและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) และกระทรวงมหาดไทยของอิตาลี เมื่อวันที่ 6-7 พ.ค. 2024 ณ กรุงโรม

การประชุมครั้งนี้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งจากภาครัฐ หน่วยงานยุติธรรม องค์กรกีฬา สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับความท้าทายในการต่อสู้กับการทุจริตและอาชญากรรมในวงการกีฬา ภายใต้กฎการประชุมแบบ Chatham House ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเปิดกว้างและตรงไปตรงมา

ที่มา:
Game Over: UNODC Exposes the Link Between Corruption and Organized Crime in Sport (UNODC, October 2024)
 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising