ขบวนคนจนเพื่อสิทธิที่อยู่อาศัย ซึ่งปักหลักชุมชนหน้ากระทรวงคมนาคมตั้งแต่วันที่ 18-20 ก.พ. ยอมยุติการชุมนุม เนื่องจากในเวลาประมาณ 18.00 น.ของวันที่ 20 ก.พ. สุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เป็นตัวแทนเจรจากับผู้ชุมนุมและรับปากจะแก้ปัญหาของหลายชุมชน ทั้งเรื่องสัญญาที่ไม่เป็นธรรมระหว่างบริษัทลูกของการรถไฟฯ รวมถึงเร่งรัดสำรวจหลายชุมชนที่กำลังรอทำสัญญาเช่าที่ดินการรถไฟฯ แต่ไม่คืบหน้า
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีที่ดินจำนวนมาก และ ครม.เคยมีมติให้ปล่อยเช่าราคาถูก ระยะเวลาเช่า 30 ปีเพื่อให้คนจนเมืองในพื้นที่ต่างๆ ได้มีที่อยู่อาศัย โดยผู้เช่าจะสามารถทำสัญญากับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.ได้ด้วยเพื่อที่จะได้เงินสนับสนุนสร้างบ้าน 25 ตร.ม.ราคาไม่เกิน 2 แสนบาท กระทั่ง รฟท.เริ่มตั้งบริษัทขึ้นมาบริหารที่ดินเชิงพาณิชย์ สัญญาเช่ากับชุมชนคนจนเมืองถูกโอนมาที่บริษัท และปรับเปลี่ยนจาก เช่า 30 ปี เป็น 3 ปี, พร้อมยกเลิกได้, ไม่มีการเยียวยาการรื้อถอน รวมทั้งยังจะเก็บภาษีโรงเรือนรวมเป็นแปลงใหญ่ซึ่งทำให้ต้องจ่ายราคาสูงมาก ชุมชนต่างๆ จึงรวมตัวกันในนาม ‘ขบวนคนจนเมืองเพื่อสิทธิที่อยู่อาศัย’ เรียกร้องให้แก้ปัญหาด่วนแก่ 48 ชุมชน และยังมีส่วนที่ต้องการปรับปรุงสัญญาให้เป็นธรรมรวมแล้วราว 300 ชุมชน
ผลการเจรจาเบื้องต้น ทางกระทรวงรับปากจะดำเนินการลงวัดพื้นที่ที่ดินชุมชนเพื่อทำสัญญาเช่ากับ 23 ชุมชน จาก 48 ชุมชนให้แล้วเสร็จ เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีความพร้อมในการทำสัญญา และผู้ชุมนุมเป็นผู้เสนอให้ทำ 23 ชุมชนนี้ให้สำเร็จก่อน โดยการสำรวจจะเริ่มต้นตั้งแต่บัดนี้และทำให้เสร็จภายใน 7 มี.ค. 2568
“หากไม่เสร็จจะจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินให้มาหาถึงที่กระทรวง” สุรพงษ์กล่าวต่อหน้าผู้ชุมนุม
ซัฟวัน หามะ ตัวแทนเครือข่ายสลัม 4 ภาคระบุว่า มีความพอใจประมาณหนึ่ง เพราะได้กรอบเวลาลงสำรวจชุมชนที่เช่าสัญญาการรถไฟฯ แม้ว่ายังไม่ได้ตามข้อเรียกร้องคือ การสร้างกลไกการทำงานร่วมกันโดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน และเรื่องการปรับแก้สัญญาที่ไม่เป็นธรรม ต่อจากนี้จะติดตามการรับปากลงพื้นที่ว่าจะทำการสำรวจจริงหรือไม่ และยังคงเรียกร้องให้มีกลไกการแก้ปัญหาร่วมกันในเรื่องสัญญาเช่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือข้อสั่งของรัฐมนตรีว่าการคมนคมในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ไม่มีลายเซ็นผู้รับผิดชอบ แต่ได้ระบุขั้นตอนการแก้ปัญหาไว้ดังนี้
ขอให้นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการกรณีการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในที่ดินของ รฟท.ดังนี้
1. มอบหมายให้ รฟท. บริษัทเอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (อทส.) และ พอช.ดำเนินการจัดทำสัญญาเช่า จำนวน 7 ชุมชน ดังนี้
กลุ่ม 1 จำนวน 2 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนฟ้าใหม่ร่วมพัฒนา และชุมชนพุทธมณฑลสาย 2 ให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ.2568 และดำเนินการลงนามในสัญญาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 3 มี.ค.2568
กลุ่ม 2 จำนวน 5 ชุมชน ได้แก่ 1) ชุมชนคลองเปล 4 2) ชุมชนหัวนา 3) ชุมชนแปลง กม.11 4) ชุมชนทุ่่งสว่างตะวันออก เฟส 3 และ 5) ชุมชนศูนย์คนไร้บ้านสุวิทย์วัดหนู ให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ.2568 และดำเนินการลงนามในสัญญาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 14 มี.ค.2568
2.มอบหมายให้ รฟท.และ อทส.ดำเนินการจัดทำ ทด.3 และแจ้งเงื่อนไขการทำสัญญาเช่าจำนวน 21 ชุมชน ไปยัง พอช.ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 มี.ค.2568 ดังนี้
1) ชุมชนในพื้นที่ กทม./ภาคกลาง 4 ชุมชน (ลงพื้นที่จัดทำ ทด.3 ระหว่างวันที่ 9-12 มี.ค.2568)
2) ชุมชนภาคอีสาน จำนวน 7 ชุมชน (ลงพื้นที่จัดทำ ทด.3 ระหว่างวันที่ 24 ก.พ.-1 มี.ค.2568)
3) ชุมชนภาคใต้ จำนวน 10 ชุมชน (ลงพื้นที่จัดทำ ทด.3 ระหว่างวันที่ 3-7 มี.ค.2568)
หมายเหตุ ชุมชนโรงธูป ให้ดำเนินการจัดทำ ทด.3 แล้วเสร็จวันที่ 20 ก.พ. 2568
3.ในระหว่างที่รอให้คณะกรรมการ รฟท.เห็นชอบการถ่ายโอนอำนาจหน้าที่การให้เช่าที่ดินของ รฟท. จาก อทส.มายัง รฟท.ให้ อทส.ดำเนินการคู่ขนานในส่วนของการจัดทำ ทด.3 และการแจ้งเงื่อนไขการเช่าไปยัง พอช. ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 20 มี.ค.2568 จำนวน 18 ชุมชน
4.ในกรณีที่ภาคประชาชนขอให้แก้ไขสัญญาเช่าของ พอช.ซึ่งเป็นสัญญามาตรฐาน รองปลัดกระทรวงคมนาคมจะนัดประชุมหารือ ร่วมกับ รฟท. อทส. พอช. และสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อหาแนวทางดำเนินการให้ได้ข้อสรุปต่อไป
