Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สว.ลงมติเห็นชอบห้ามใช้อวนล้อมจับทุกประเภทที่ตาเล็กกว่า 2.5 ซม.ทำประมงตอนกลางคืน เป็นการแก้จากร่างกฎหมายประมงของ สส. ทำให้ต้องส่งกลับ สส.พิจารณาใหม่อีกรอบ

25 ก.พ.2568 ที่ประชุมสมาชิกวุฒิสภา มีการอภิปรายเรื่อง “ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 พ.ศ. ….” หรือ “ร่างกฎหมายประมงฉบับใหม่” ในวาระ 2 หลังจาก ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการของ สว.มาแล้ว โดยมีการอภิปรายในรายมาตรา

ทั้งนี้ประเด็นหนึ่งที่มีการอภิปรายและลงมติคือเรื่องการใช้อวนล้อมจับในมาตรา 28 ที่จะเป็นการแก้ไขมาตรา 69 ของกฎหมายเดิมฉบับ พ.ศ.2558 โดยที่ประชุมของ สว.โหวตไม่เห็นชอบการแก้ไขในร่างที่ผ่านมาจากสภาผู้แทนราษฎร แล้วมีมติเห็นชอบให้แก้ไขห้ามใช้เครื่องมืออวนล้อมจับทุกประเภทที่มีช่องตาอวนเล็กกว่า 2.5 ซม.ทำการประมงในเวลากลางคืน ด้วยจำนวนเสียงเห็นด้วย 128 เสียง ไม่เห็นด้วย 8 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง จากทั้งหมด 139 คน

ในการอภิปรายของ สว. มีเทวฤทธิ์ มณีฉาย และนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ที่อภิปรายถึงปัญหาในร่างกฎหมายของ สส.ว่าการอนุญาตให้ใช้อวนตาถี่ในการล้อมจับสัตว์น้ำนอกเขต 12 ไมล์ทะเลในเวลากลางคืนจะกระทบต่อประชากรสัตว์น้ำที่จะกระทบต่อสมดุลของระบบนิเวศ

อย่างไรก็ตาม สว.ใน กมธ.ที่ขอสงวนความเห็นได้ชี้แจงว่าที่เห็นด้วยกับร่างที่ผ่าน สส.มานั้นหากเปิดให้จับปลากะตักในเวลากลางคืนจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและที่ต้องให้ใช้อวนตาถี่เพราว่าปลากะตักเป็นปลาขนาดเล็กหากใช้ตาใหญ่จะไม่สามารถจับได้ และจะมีการออกประกาศรัฐมนตรีตามมาเพื่อระบุช่วงเวลาและพื้นที่ในการจับรวมถึงกำหนดโควต้าการจับเพื่อไม่ให้กระทบกับสัตว์น้ำอื่นๆ

ทั้งนี้ที่ประชุม สว.ก็ลงมติให้ร่างกฎหมายทั้งฉบับผ่านวาระ 3 ไปได้ด้วยเสียงเห็นชอบ 141 เสียง ไม่เห็นด้วย 3 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง จากทั้งหมด 148 คน แต่เนื่องมีมาตราที่ สว.ไม่เห็นชอบตาม สส. ทำให้ต้องถูกส่งกลับไปให้ สส.พิจารณาลงมติอีกครั้ง หาก สส.ลงมติเห็นชอบก็จะทำให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ได้ แต่หากไม่เห็นด้วยกับร่างที่ผ่าน สว.จะต้องตั้ง กมธ.ร่วมสองสภามาพิจารณาต่อไป

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ก่อนหน้านี้ในชั้นพิจารณาของ สส.วาระ 3 มีการกำหนดไว้ในมาตรา 23 ของร่างกฎหมายที่เข้าไปแก้มาตรา 69 จากกฎหมายฉบับปี 2558 ให้เป็น “ห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องมืออวนล้อมจับ ที่มีช่องตาอวนเล็กกว่า 2.5 เซนติเมตร ทำการประมงในเขต สิบสองไมล์ทะเล นับจากแนวทะเลชายฝั่งในเวลากลางคืน การทำการประมงนอกเขตสิบสองไมล์ทะเลตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และพื้นที่ ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวต้องกำหนดในเรื่องการใช้แสงไฟล่อไว้ด้วย”

การแก้ไขในชั้น สส.ถูกเครือข่ายประมงพื้นบ้านวิจารณ์ว่าจะทำให้เกิดการใช้อวนที่มีตาเล็กกว่า 2.5 ซม.ในการจับสัตว์น้ำในเวลากลางคืนเมื่อประกอบกับการใช้แสงไฟล่อสัตว์น้ำจะทำให้สัตว์น้ำขนาดเล็กที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจวัยอ่อนถูกจับไปด้วย แล้วจะกระทบกับพันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจเพราะตัดตอนการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำวัยอ่อนแล้วยังทำลายห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศอีกด้วย เพราะเคยมีงานวิจัยที่ทำให้เห็นว่าการจับสัตว์น้ำในเวลากลางคืนจะมีลูกสัตว์น้ำติดมาด้วยถึง 50%

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายที่ผ่านชั้นพิจารณาของ สส.มายังมีการแก้ไขในประเด็นสำคัญอื่นๆ นอกจากเรื่องประเภทอวนด้วย เช่น ปรับลดอัตราโทษที่เอาผิดชาวประมงทั้งเรือเล็กและเรือใหญ่ให้ได้สัดส่วน จากเดิมโทษปรับสูงได้ถึง 30 ล้านบาท ปรับเป็นโทษสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท และยกเลิกโทษประหารชีวิตชาวประมง จากกฎหมายเดิมเมื่อเรือทำผิดหนึ่งลำ อีก 10 ลำก็ต้องห้ามทำประมงไปด้วย นอกจากนี้ยังเพิ่มการคุ้มครองวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านและขยายสิทธิประมงพื้นบ้าน ทำการประมงได้ไกลกว่า 3 ไมล์ทะเล

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง