สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ สมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า พร้อมแนวร่วมกว่า 2,000 คน ปักหลักชุมนุมใหญ่หน้าศาลากลางเชียงใหม่ ทวงสัญญารัฐบาลแก้ปัญหาคนอยู่กับป่า ยื่นหนังสือถึงรองนายกรัฐมนตรี ประเสริฐ จันทรรวงทอง ให้มาเป็นประธานประชุมเจรจากับทางเครือข่ายหาแนวทางรับรองสิทธิชุมชนและสิทธิในที่ดินทำกินให้คนอยู่กับป่า, หยุดการประกาศเขตป่าอนุรักษ์เพิ่ม และยุติการใช้ 'พ.ร.ฎ.ป่าอนุรักษ์' สร้างผลกระทบกับประชาชน จนกว่าจะมีการแก้กฎหมายนี้
24 มี.ค. 2568 สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือรายงาน ช่วงเช้าวันนี้สมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า พร้อมแนวร่วมประชาชนเครือข่ายชาติพันธุ์กว่า 2,000 คน มาชุมนุมกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ปักหลักชุมนุมยาวจนกว่าข้อเรียกร้องจะบรรลุ โดยมีตำรวจตรึงกำลังในบริเวณโดยรอบกว่า 40 นาย
ผู้ชุมนุมได้เตรียมยื่นหนังสือไปถึงรองนายกรัฐมนตรี ประเสริฐ จันทรรวงทอง ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ขอให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดลงมารับหนังสือและพบปะประชาชน ณ บริเวณที่ชุมนุม ทางตัวแทนเจ้าหน้าที่ศูนย์ราชการจังหวัดแจ้งว่าจะเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตัวแทนมารับหนังสือแทนในเวลา 11.30 น.
เวลา 11.45 น. ผู้ชุมนุมเริ่มขยับขบวนเข้าใกล้ประตูเข้า-ออกอาคารมากขึ้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดยังไม่ลงมารับหนังสือตามเวลาที่แจ้ง ด้านตำรวจได้เพิ่มกำลังเฝ้าประตูทางเข้าออกตัวอาคารศาลากลางมากขึ้น และตัวแทนเจ้าหน้าที่ศูนย์ราชการจังหวัดพยายามเจรจาขอยืดเวลาเพิ่ม แต่ทางผู้ชุมนุมยืนยันว่ารองผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องออกมารับหนังสือโดยทันที ไม่ควรยืดเยื้อเวลาไปมากกว่าที่รับปากไว้
“เงินเดือนที่พวกท่าน ทั้งผู้ว่าฯ รองผู้ว่าฯ ข้าราชการทุกคน มาจากภาษีประชาชนอย่างพวกเรา ศาลากลางหลังนี้ไม่อาจสร้างได้ถ้าไม่มีเงินภาษีจากพวกเรา แล้วทำไมเราจะใช้สถานที่นี้ในการชุมนุมไม่ได้ พวกท่านต้องอำนวยความสะดวกให้ประชาชนชุมนุมได้ และต้องลงมาพบพวกเราโดยทันที“ ตัวแทนผู้ชุมนุมกล่าว


ภาพจาก สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ
เวลา 11.50 น. รองผู้ว่าราชการเชียงใหม่ ศิวกร บัวป้อง ได้ลงมารับหนังสือจากตัวแทนเครือข่ายประชาชน โดยได้ชี้แจงว่า หนังสือที่ทางสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ สมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า และแนวร่วมเครือข่ายประชาชน ยื่นเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา เรื่องขอให้รองนายกรัฐมนตรี ประเสริฐ จันทรรวงทอง เดินทางมาเป็นประธานในการประชุมเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหานั้น ทางศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้ประสานไปยังปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการประสานและนำเรียนไปยังนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีแล้ว
เนื้อหาในหนังสือที่ยื่นในครั้งนี้ ระบุถึงการขอให้เกิดการประสานงานรองนายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานในที่ประชุมเจรจาและขอยืนยันข้อเรียกร้องสมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า (สชป.) และ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) ซึ่งมีข้อเรียกร้องทั้งหมด 5 ข้อ ดังนี้
1) เร่งดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 โดยเร่งด่วน โดยคณะกรรมการนั้นต้องมีสัดส่วนที่เท่ากันระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน และในระหว่างการแก้ไขกฎหมาย ขอให้ยุติการนำพระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ ตามมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และพระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่า ตามมาตรา 121 แห่ง พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และยุติการเตรียมประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่ม จำนวน 23 แห่ง จนกว่าจะมีการปรับแก้ไขกฎหมายจนแล้วเสร็จ (ตามบันทึกการหารือการแก้ไขปัญหาของประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากกฎหมายป่าอนุรักษ์) เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ณ ศาลากลางเชียงใหม่ (ครม.สัญจร)
2) เร่งดำเนินการแก้ไขมติคณะรัฐมนตรี 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 มาตรการสำหรับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในการกำหนดเงื่อนไขมติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน พ.ศ. 2541 การกำหนดชั้นคุณภาพลุ่มน้ำและแนวทางการอนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีเงื่อนไขระยะเวลาที่เป็นอุปสรรคและข้อจำกัดสิทธิชุมชน ให้นำไปสู่แนวทางการรับรองสิทธิชุมชนในพื้นที่ป่า ตามแนวทางพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ตามมาตรา 10 (4) กำหนดมาตรการหรือแนวทางการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ซึ่งรวมถึงรูปแบบการจัดที่ดินในลักษณะแปลงรวมโดยไม่ให้กรรมสิทธิ์ หรือรูปแบบในลักษณะอื่นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ คทช. กำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเพื่อให้การใช้ที่ดินเกิดประโยชน์สูงสุด
3) ขอให้เร่งรัดนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานโฉนดชุมชน เร่งดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชนชน ตามระเบียบสำนักนายกว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553 โดยเร่งด่วน เพื่อเดินหน้าการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินและส่งเสริมสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากรโดยชุมชนอย่างยั่งยืนร่วมกัน
4) เร่งติดตาม ผลักดัน ให้มีมาตรการและกลไกในการแก้ไขปัญหาตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2567 เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน และกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร รวมถึงคนไทยติดแผ่นดินที่ยังไม่ได้รับสัญชาติ โดยมีข้อสั่งการขอให้นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เสนอวาระข้อเรียกร้องของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ที่ดิน ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหา เพื่อเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิบังคับใช้กฎหมาย
5) ขอให้รองนายกรัฐมนตรี ประเสริฐ จันทรรวงทอง ในฐานะผู้แทนรัฐบาล นำผลการเจรจาระหว่างรัฐบาล กับ สมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า (สชป.) และ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) (ตามข้อเรียกร้องข้อ 1-4) กราบเรียนนายกรัฐมนตรี และนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ภายในวันอังคารถัดไปหลังการเจรจาได้ข้อยุติ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีรับทราบและมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนตามผลการเจรจาต่อไป
เวลา 12.10 น. ผู้ชุมนุมประกาศเริ่มปักหลักชุมนุมยาวอย่างไม่มีกำหนดจนกว่าข้อเรียกร้องจะบรรลุ และเริ่มทยอยจัดการสถานที่เพื่อตั้งหมู่บ้านบริเวณด้านหน้าอาคารศาลากลางจังหวัด
