Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนืออัพเดทสถานการณ์ ‘คนอยู่กับป่า’ รวมตัวชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เข้าวันที่ 4 ประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์นับพันคนนั่งคลุกฝุ่น PM2.5 ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุ รอรองนายกรัฐมนตรี ประเสริฐ จันทรรวงทอง ที่สัญญาว่าจะเดินทางมาประชุมร่วมกับประชาชนในวันที่ 29 มี.ค. ที่จะถึงนี้ เพื่อหาแนวทางรับรองสิทธิชุมชนและสิทธิในที่ดินทำกินให้คนอยู่กับป่า, หยุดการประกาศเขตป่าอนุรักษ์เพิ่ม และยุติการใช้ 'พ.ร.ฎ.ป่าอนุรักษ์' สร้างผลกระทบกับประชาชน จนกว่าจะมีการแก้กฎหมายนี้

 

27 มี.ค. 2568 สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนืออัพเดทสถานการณ์ ‘คนอยู่กับป่า’ รวมตัวชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์นับพันคน ปักหลักชุมนุมเข้าวันที่ 4 ท่ามกลางอากาศที่ร้อนระอุและค่าฝุ่น PM2.5 ที่เกินมาตรฐานของเชียงใหม่ เพื่อรอทวงสัญญารัฐบาลแก้ปัญหาป่าไม้ที่ดิน หลังรองนายกรัฐมนตรี ประเสริฐ จันทรรวงทอง รับปากจะเดินทางมาเชียงใหม่ในวันที่ 29 มี.ค. ที่จะถึงนี้

สมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่าพร้อมแนวร่วมประชาชนเครือข่ายชาติพันธุ์กว่า 2,000 คน เดินทางมาชุมนุมกันที่หน้าศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่วันที่ 24 มี.ค. 2568 และปักหลักนอนค้างเรื่อยมา เพื่อรอรองนายกรัฐมนตรี ประเสริฐ

 

 

 

 

 

 

 

โดยข้อเรียกร้อง 5 ข้อ ประชาชนที่มาชุมนุม มีดังนี้

1) เร่งดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 โดยเร่งด่วน โดยคณะกรรมการนั้นต้องมีสัดส่วนที่เท่ากันระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน และในระหว่างการแก้ไขกฎหมาย ขอให้ยุติการนำพระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ ตามมาตรา 64 แห่ง พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และพระราชกฤษฎีกาโครงการอนุรักษ์และดูแลทรัพยากรธรรมชาติภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าและเขตห้ามล่า ตามมาตรา 121 แห่ง พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และยุติการเตรียมประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์เพิ่ม จำนวน 23 แห่ง จนกว่าจะมีการปรับแก้ไขกฎหมายจนแล้วเสร็จ (ตามบันทึกการหารือการแก้ไขปัญหาของประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากกฎหมายป่าอนุรักษ์) เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 ณ ศาลากลางเชียงใหม่ (ครม.สัญจร)

2) เร่งดำเนินการแก้ไขมติคณะรัฐมนตรี 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 มาตรการสำหรับการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในการกำหนดเงื่อนไขมติคณะรัฐมนตรี 30 มิถุนายน พ.ศ. 2541 การกำหนดชั้นคุณภาพลุ่มน้ำและแนวทางการอนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างมีเงื่อนไขระยะเวลาที่เป็นอุปสรรคและข้อจำกัดสิทธิชุมชน ให้นำไปสู่แนวทางการรับรองสิทธิชุมชนในพื้นที่ป่า ตามแนวทางพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ตามมาตรา 10 (4) กำหนดมาตรการหรือแนวทางการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ซึ่งรวมถึงรูปแบบการจัดที่ดินในลักษณะแปลงรวมโดยไม่ให้กรรมสิทธิ์ หรือรูปแบบในลักษณะอื่นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ คทช. กำหนดโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีเพื่อให้การใช้ที่ดินเกิดประโยชน์สูงสุด

3) ขอให้เร่งรัดนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานโฉนดชุมชน เร่งดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชนชน ตามระเบียบสำนักนายกว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553 โดยเร่งด่วน เพื่อเดินหน้าการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินและส่งเสริมสิทธิชุมชนในการจัดการที่ดินและทรัพยากรโดยชุมชนอย่างยั่งยืนร่วมกัน

4) เร่งติดตาม ผลักดัน ให้มีมาตรการและกลไกในการแก้ไขปัญหาตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ.2567 เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลานาน และกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร รวมถึงคนไทยติดแผ่นดินที่ยังไม่ได้รับสัญชาติ โดยมีข้อสั่งการขอให้นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เสนอวาระข้อเรียกร้องของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ที่ดิน ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหา เพื่อเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิบังคับใช้กฎหมาย

5) ขอให้รองนายกรัฐมนตรี ประเสริฐ จันทรรวงทอง ในฐานะผู้แทนรัฐบาล นำผลการเจรจาระหว่างรัฐบาล กับ สมัชชาชุมชนคนอยู่กับป่า (สชป.) และ สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.) (ตามข้อเรียกร้องข้อ 1-4) กราบเรียนนายกรัฐมนตรี และนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ภายในวันอังคารถัดไปหลังการเจรจาได้ข้อยุติ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีรับทราบและมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนตามผลการเจรจาต่อไป

ขณะนี้ข้อเรียกร้องทั้ง 5 ข้อ ถือได้ว่าบรรลุเป้าหมายไปบ้างแล้ว ในส่วนของการเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดการเจรจากับประชาชนที่มาชุมนุมได้ และนัดวันประชุมหารือร่วมกับรองนายกรัฐมนตรีประเสริฐได้สำเร็จ

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง