Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

เมื่อ 27 เม.ย.2568 112WATCH เผยแพร่บทสัมภาษณ์ แคลร์ โรบินสัน (Clare Robinson) ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ของ Scholars at Risk แสดงความเห็นต่อการปิดกั้นเสรีภาพทางวิชาการในกรณีพอล แชมเบอร์ส หลังเขาถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากคำเกริ่นนำงานเสวนาประเด็นการแต่งตั้งโยกย้ายในกองทัพไทยบนเว็บไซต์ของของสถาบันเอเชียอาคเนย์ศึกษา ยูซุฟ อิสฮัค (ISEAS-Yusof Ishak Institute) ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเขาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้เขียนคำเกริ่นนำดังกล่าว

กรณีของพอล แชมเบอร์สสะท้อนถึงความเสี่ยงที่นักวิชาการ นักวิจัย หรือสื่อมวลชนที่ทำงานเกี่ยวกับประเด็นอ่อนไหวทางการเมืองในประเทศอย่างประเทศไทยเผชิญอย่างไร?

พอล แชมเบอร์ส ถูกจับกุมจากการแสดงความคิดเห็นออนไลน์ในหัวข้อที่อยู่ในขอบเขตความเชี่ยวชาญทางวิชาการของเขาเกี่ยวกับบทบาทของกองทัพในประเทศไทย นักวิชาการ นักวิจัย นักศึกษา และผู้ที่อยู่ในสถานะใกล้เคียงกันมักหยิบยกประเด็นสำคัญต่าง ๆ มานำเสนอ และตั้งคำถามต่อวาทกรรมกระแสหลักหรือบุคคลที่มีอำนาจผ่านงานวิจัย การตั้งคำถาม การแสดงความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมทางวิชาการของตน อย่างไรก็ดี เพื่อรักษาอำนาจและควบคุมพื้นที่ทางความคิด หน่วยงานของรัฐอาจพยายามปิดปากบุคคลเหล่านี้ด้วยเครื่องมือทางกฎหมายที่เป็นการบังคับ ตั้งแต่การสืบสวนคดีอาญา การจับกุม การดำเนินคดี การจำคุก ไปจนถึงคำสั่งศาลหรือแรงกดดันในรูปแบบอื่น ๆ

ประเด็นทางวิชาการที่ถือว่า “อ่อนไหวทางการเมือง” นั้นแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศและช่วงเวลา เช่น ในช่วงการระบาดของโควิด-19 นักวิทยาศาสตร์ในจีน เวเนซุเอลา และสหรัฐอเมริกาต่างเผชิญกับการปิดกั้นหรือการคุกคามเนื่องจากงานวิจัยเกี่ยวกับไวรัส ในอาเซอร์ไบจานเมื่อปีที่แล้ว ทางการตั้งข้อหากบฏกับนักวิชาการรายหนึ่งเนื่องจากงานวิจัยเกี่ยวกับกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อย ขณะที่ในมาลี นักวิชาการคนหนึ่งถูกดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทจากหนังสือที่วิพากษ์การใช้โฆษณาชวนเชื่อของรัฐในการชักจูงความเห็นสาธารณะ อย่างไรก็ดี แรงจูงใจเบื้องหลังการจับกุม การดำเนินคดี การเซ็นเซอร์ การไล่ออก หรือการเลือกปฏิบัติต่อนักวิชาการก็ล้วนมีรากฐานเดียวกันคือ เพื่อปิดกั้นไม่ให้เสียงที่ตั้งคำถามดังขึ้น และรักษาอำนาจไว้

ขณะนี้ Scholars at Risk (SAR) มีแนวทางการสนับสนุนใดบ้าง หรืออาจดำเนินการเพิ่มเติมในอนาคตสำหรับนักวิชาการหรือนักข่าวต่างชาติที่ถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมภายใต้ข้อจำกัดทางกฎหมาย เช่น กฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์ของไทย?

แนวทางการสนับสนุนอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละสถานการณ์ เพื่อรักษาประเด็นนี้ไว้ในวาระของสังคมโลก SAR ดำเนินการติดตามและรายงานการโจมตีภาคการศึกษาระดับอุดมศึกษา รวมถึงการใช้กฎหมายอย่างกฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์ของไทย นักวิชาการและนักศึกษาที่ถูกตั้งข้อหาตามกฎหมายนี้และต้องการให้มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ของตนสามารถติดต่อ SAR โดยตรงที่ scholarsatrisk@nyu.edu

โฆษณา - Advertising

เหตุการณ์ที่รายงานต่อโครงการ Academic Freedom Monitoring Project ซึ่งรวมถึงกรณีของพอล แชมเบอร์ส จะได้รับการพิจารณาเพื่อนำเสนอในรายงาน Free to Think ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ประจำปีเกี่ยวกับการโจมตีภาคการศึกษา โดยอ้างอิงจากข้อมูลของโครงการ monitoring ดังกล่าว รายงานเหล่านี้ยังถูกส่งต่อไปยังองค์การสหประชาชาติและรัฐบาลต่าง ๆ และเผยแพร่สู่เครือข่ายของ SAR อย่างสม่ำเสมอ

เพื่อเพิ่มการรับรู้เกี่ยวกับข้อจำกัดในการแสดงออกของนักวิชาการ SAR ยังเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์และบทวิเคราะห์ใน Academic Freedom Media Review ขณะเดียวกัน นักวิชาการบางรายอาจเพียงแค่มองหาการแสดงออกถึงการยืนหยัดเคียงข้างกันโดยไม่จำเป็นที่จะต้องอธิบายถึงสถานการณ์ที่พวกเขาเผชิญอีก ผ่านทางเครือข่ายพันธมิตรของ SAR อีกทั้งนักวิชาการในเครือข่าย Southeast Asian Coalition for Academic Freedom (SEACAF) ยังสามารถร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางที่ดีที่สุดในการรับมือกับภัยคุกคามในภูมิภาค ตลอดจนร่วมทำวิจัยเกี่ยวกับเสรีภาพทางวิชาการในเชิงลึก (นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายในแอฟริกาและอเมริกา เพื่อส่งเสริมความร่วมมือข้ามภูมิภาค) สำหรับผู้ที่เผชิญภัยคุกคามขั้นรุนแรงและต้องการความช่วยเหลือโดยตรง SAR ยังประสานงานจัดหาตำแหน่งชั่วคราวในสถาบันพันธมิตรได้ เพื่อให้นักวิชาการได้รับความคุ้มครองและสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย

จากประสบการณ์ของ SAR กรณีที่มีกฎหมายด้านความมั่นคงหรือหมิ่นประมาทถูกนำมาใช้เพื่อปิดปากนักวิชาการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกิดขึ้นบ่อยเพียงใด?

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ SAR ได้ติดตามและรายงานการใช้กฎหมายหมิ่นประมาทกษัตริย์ในการปิดกั้นเสรีภาพของนักวิชาการและนักศึกษาเกี่ยวกับการแสดงออกหรือการวิจัยที่แม้จะเกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์เพียงเล็กน้อย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 และประเด็นนี้ยังเป็นจุดเน้นในรายงานที่ SAR ยื่นต่อการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยภายใต้กระบวนการ Universal Periodic Review ขององค์การสหประชาชาติในปี พ.ศ. 2564

อย่างไรก็ตาม แนวทางปิดกั้นเช่นนี้พบในระบอบการปกครองแบบอำนาจนิยมทั่วโลก ไม่จำกัดแค่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ SAR ผ่านโครงการ Academic Freedom Monitoring Project รายงานกรณีที่นักวิชาการถูกดำเนินคดีภายใต้กฎหมายที่คลุมเครือและกว้างขวาง เช่น หมิ่นประมาทกษัตริย์ การดูหมิ่นศาสนา การหมิ่นประมาททางแพ่งและอาญา การปลุกระดม การจารกรรม กฎหมายความมั่นคง และกฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย กฎหมายเหล่านี้มักถูกใช้เพื่อห้ามแสดงความคิดเห็นทั้งที่ไม่เกี่ยวกับการกระทำความรุนแรงหรือผิดกฎหมายใดๆ ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลต่อทั้งชุมชนการศึกษาในฐานะที่เป็นการจำกัดขอบเขตของการวิจัย การสอน การตีพิมพ์ และการสนทนา ทำลายคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม เพียงแค่ข่มขู่ว่าจะใช้กฎหมายเหล่านี้ก็อาจจำกัดการตั้งคำถามและการแสดงออกทางวิชาการได้

โฆษณา - Advertising
องค์กรอย่าง SAR เผชิญกับความท้าทายอะไรบ้างในการส่งเสริมเสรีภาพทางวิชาการในประเทศที่มีสถาบันกษัตริย์หรือแนวคิดชาตินิยมที่เข้มแข็ง เช่น ประเทศไทย?

องค์กรต่าง ๆ รวมถึงนักวิชาการและนักศึกษาด้วย มักเผชิญความยากลำบากในการจัดประชุมหรืออภิปรายในประเด็นเหล่านี้อย่างเปิดเผย ตลอดจนการตีพิมพ์เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการดำเนินงานรณรงค์ใด ๆ SAR พบว่าการเข้าถึงข้อมูลในประเทศที่ไม่มีเสรีภาพสื่อเป็นเรื่องยากมาก โดยเฉพาะในบริบทของระบอบอำนาจนิยม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของการบังคับจากภาครัฐ ความท้าทายอาจรวมถึงอุปสรรคในการเดินทางหรือการขอวีซ่า ซึ่งจำกัดความสามารถขององค์กรหรือนักวิชาการในการหารือเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้นอกประเทศ และจำกัดการให้ความช่วยเหลือในรูปแบบการย้ายถิ่นชั่วคราว

การดำเนินคดีต่อบุคคลอย่างพอล แชมเบอร์สจะส่งผลกระทบต่อการวิจัยและความร่วมมือทางวิชาการในประเทศไทยหรือไม่? ควรมีแนวทางใดในการรับมือ?

แน่นอน การดำเนินคดีกับนักวิชาการอย่างพอล แชมเบอร์สมีเจตนาเพื่อสร้างบรรยากาศความกลัว(chilling effect) ต่อการวิจัย การเขียน และการอภิปรายในประเด็นนั้น ๆ การปล่อยให้ผลกระทบดังกล่าวฝังรากหมายถึงการยอมเสียโอกาสในการพัฒนาองค์ความรู้ ซึ่งอาจส่งผลเสียหายต่อสังคมในระยะยาว

ดังนั้น ชุมชนการศึกษาในระดับอุดมศึกษาควรร่วมกันต่อต้านภัยคุกคามดังกล่าว รวมถึงผลกระทบทั้งในเชิงรูปธรรมและนัยยะที่อาจเกิดขึ้น สถาบันอุดมศึกษา ผู้นำทางวิชาการ และคณาจารย์ควรแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเพื่อปกป้องอิสรภาพ ความเที่ยงธรรม และคุณค่าแห่งการศึกษา การรายงานเหตุการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง เพื่อรวบรวมหลักฐานอ้างอิงในการเรียกร้องให้มีการคุ้มครองเสรีภาพทางวิชาการอย่างเข้มแข็ง

การเชื่อมโยงเครือข่ายวิชาการข้ามพรมแดน โดยเฉพาะกับผู้ที่เผชิญภัยคุกคาม เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญ เนื่องจากภัยคุกคามอาจนำไปสู่ความโดดเดี่ยวและความเงียบงัน การรณรงค์ต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ประเด็นนี้ยังคงได้รับความสนใจในเวทีระดับโลก

โฆษณา - Advertising
ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising