Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

โฆษก กอ.รมน. และ สภ.เมืองพิษณุโลก ไม่เข้าร่วมชี้แจง กมธ.ทหาร ต่อกรณีแจ้งข้อหามาตรา 112 พอล แชมเบอร์ส นักวิชาการชาวอเมริกัน พบพิรุธเอกสารขอฝากขังของ ตร. ละเว้นบางข้อความที่สำคัญ จึงมีการตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการทำเพื่อหลอกศาลหรือไม่ ด้าน 'วิโรจน์' เตรียมทำหนังสือสอบถาม มน.เรื่องเลิกจ้าง

 

8 พ.ค. 2568 หลายสำนักข่าวรายงานตรงกันวันนี้ (8 พ.ค.) วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ประธานคณะกรรมาธิการการทหารและความมั่นคง สภาผู้แทนราษฎร นำประชุมเรียก พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบกไทย ในฐานะช่วยราชการรองผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กอ.รมน. พลตรีธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และพันตำรวจเอก วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์ ผู้กำกับ สภ.เมืองพิษณุโลก เข้ามาหารือกรณีที่ กอ.รมน. ภาค 3 ร้องทุกข์กล่าวโทษ พอล แชมเบอร์ส นักวิชาการด้านไทยศึกษา จากประเทศสหรัฐฯ ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก ข้อหามาตรา 112 ซึ่งปรากฏว่าทั้ง 3 คนที่เชิญมา ไม่มีใครมาชี้แจงเลย

วิโรจน์ กล่าวว่า ในส่วนของพลตรีวินธัย เราได้หารือกันถึงอำนาจกรอบหน้าที่ของสำนักกิจการมวลชนว่าเป็นเรื่องของการประชาสัมพันธ์ แต่ไม่ปรากฏอำนาจหน้าที่ที่มอบให้รองผู้อำนวยการ ทำหน้าที่เป็นโฆษก กอ.รมน. ตนจึงหารือว่าปกติแล้วตามระเบียบราชการและวินัยทหาร ถ้ามอบอำนาจให้ไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการที่ใด ก็ต้องเคารพในเนื้อหาสาระตามที่ตามหนังสือที่ส่งไปช่วยราชการ ไม่ได้หมายความว่าส่งไปช่วยราชการและจะทำได้ทุกหน้าที่ ดังนั้น จึงเสนอให้ กอ.รมน. ควรตั้งเพิ่มอีกหนึ่งสำนัก คือ สำนักเอนกประสงค์ และทำหนังสือช่วยราชการท่าน มาที่สำนักนี้ น่าจะเกิดประโยชน์กว่า ครอบคลุมหน้าที่

วิโรจน์ ยังกล่าวในที่ประชุมว่า เจ้าหน้าที่แจ้งว่ากองทัพบก (ทบ.) ระบุว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง จึงไม่ได้เดินทางมา กมธ. ซึ่งจริงๆ แล้ว กมธ.การทหาร ก็งง เพราะเราก็คิดว่า ทบ.ไม่ได้เกี่ยวข้องจริงๆ ทำไมไม่แจ้งพลตรีวินธัย ตั้งแต่ล่วงหน้า 2-3 อาทิตย์ก่อน ดังนั้น ตนจะทำหนังสือถึงพลเอกพนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. รับทราบว่า ทบ.ไม่ได้เกี่ยวข้อง และต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องโดยตรง กับ ตาม พ.ร.บ.กอ.รมน.

นอกจากนี้ ยังได้รับแจ้งจาก ผู้กำกับ สภ.เมืองพิษณุโลก ว่า ลาพักผ่อน ไม่สามารถเข้าร่วมได้ สรุปว่าติดภารกิจ

สำนักข่าว The Reporters รายงานว่า หลังจากนั้น กมธ.ทหาร ได้ดำเนินการประชุมต่อ โดยพิจารณาในประเด็นของหลักฐานที่ใช้ในการดำเนินคดีและฝากขังว่าเพียงพอหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ ตัวแทน กอ.รมน. ชี้แจงว่า ใช้อำนาจในการฟ้องดำเนินคดีตามมาตรา 7 (1) ของ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 ซึ่งระบุไว้ว่า อำนาจหน้าที่ของ กอ.รมน. คือการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินแนวโน้มของสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดภัย คุกคามด้านความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและรายงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป

กอ.รมน.ร้องทุกข์ฯ ต้องผ่าน ครม.

ผศ.ดร.กริช ภูญียามา คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นทางกฎหมายต่อมาตราดังกล่าว โดยระบุว่ากรณีนี้เป็นการดำเนินการโดย กอ.รมน. ซึ่งเป็นหน่วยงานอยู่ในฐานะนิติบุคคล ที่มีกฎหมายกำกับไว้ ซึ่งเมื่อกฎหมายกำกับว่าต้องดำเนินการผ่านคณะรัฐมนตรีก็ต้องทำตามนั้น

กริช กล่าวต่อว่า ในกรณีนี้จะไม่มีปัญหาเลยหากไปแจ้งความกล่าวโทษในฐานะส่วนตัว แต่น้ำหนักของการกล่าวโทษย่อมไม่เท่ากันอยู่แล้วโดยสภาพ พร้อมย้ำหลักการของหน่วยงานของรัฐว่า กฎหมายมีไว้แค่ไหน ต้องใช้อำนาจตามขอบเขตนั้น สิ่งแตกต่างจากเอกชนที่ทำได้ทั้งหมดยกเว้นเรื่องที่กฎหมายห้าม

กมธ.ทหาร พบเอกสารขอฝากขังมีการละเว้นคำสำคัญต่อคดี ตั้งข้อสงสัยเป็นการลวงศาลหรือไม่

จากนั้น คณะกรรมาธิการการทหาร ได้ตั้งข้อสังเกตว่า หลักฐานที่ใช้ดำเนินคดีมีเพียงพอหรือไม่ เพราะยังไม่เห็นหลักฐานอื่นนอกจากเอกสารสูจิบัตรของสถาบันเอเชียอาคเนย์ศึกษา ยูซุฟ อิสฮัค (ISEAS-Yusof Ishak Institute) ทางตัวแทนของ กอ.รมน. ก็ไม่ได้กล่าวถึงหลักฐานอื่นใด

คณะกรรมาธิการการทหาร ได้พิจารณาข้อความในหนังสือคำร้องขอฝากขัง ดร.พอล แชมเบอร์ส ที่มีการบรรยายพฤติการณ์แห่งคดี โดยระบุว่าผู้ต้องหาคือ ดร.พอล ได้โพสต์ข้อความลงในเว็บไซต์ของ ISEAS สถาบัน Yusof Ishak และในช่วงหนึ่ง ได้มีการแปลข้อความดังกล่าวเป็นภาษาไทยระบุว่า

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการแบ่งฝ่ายอย่างมาก ซึ่งผู้ได้รับการแต่งตั้งระดับอาวุโสคนใหม่นั้น มาจากการแข่งขันที่มีการแบ่งฝ่ายและพวกพ้อง ในประเด็นข้อถกเถียงดังกล่าว… จะเปิดเผยให้ทราบว่าผู้ได้รับการแต่งตั้งใหม่นั้นเป็นใคร บุคคลเหล่านี้เป็นตัวแทนของฝ่ายใด” ข้อความที่การบรรยายในพฤติการณ์แห่งคดี

วิโรจน์ ชี้ว่า ข้อความ … ที่ได้ถูกละไว้ เมื่อนำมาเทียบกับข้อความดั้งเดิมที่คัดลอกมาจากเว็บไซต์ดังกล่าว ซึ่งได้นำมาเป็นหลักฐานประกอบการแจ้งความ จะเห็นว่าข้อความภาษาอังกฤษ ที่ระบุไว้ว่า “In this discussion, Dr Paul Chambers will explore who the new appointees are, the factions they represent,” จึงจะเห็นได้ว่าข้อความ … ที่หายไปนั้น คือคำว่า "Dr. Paul Chambers"

วิโรจน์ ตั้งข้อสังเกตว่า ถ้า ดร.พอล เป็นผู้โพสต์ข้อความนี้จริง ควรต้องใช้คำว่า I will explore แต่ถ้าเป็นบุคคลอื่นเขียนโดยไม่ใช่ ดร.พอล เขียน ก็จะใช้คำว่า Dr. Paul Chambers will explore แทน จึงขอตั้งเป็นประเด็นไว้ให้กรรมาธิการพิจารณา ทั้งนี้ เพื่อให้ความเป็นธรรม คณะกรรมาธิการได้บันทึกไว้ว่าข้อความในเว็บไซต์ขณะนี้ได้มีการปรับแก้เนื้อหาไปแล้วบางส่วน อย่างไรก็ตาม ส่วนที่กล่าวว่า Dr. Paul Chambers will explore ก็ยังคงไว้เช่นเดิม

วิโรจน์ ให้ความเห็นว่าหากในหนังสือคำร้องขอฝากขังใช้คำว่า Dr. Paul Chambers แทนข้อความ … ที่หายไป ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ศาลอาจนำมาร่วมพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียดด้วยว่า ดร.พอล อาจไม่ใช่ผู้เขียนงานชิ้นนี้ จึงขอตั้งคำถามถึงผู้ดำเนินการฝากขังว่า จงใจตัดข้อความดังกล่าวเพื่อหลอกลวงศาลว่า ดร.พอล เป็นผู้เขียนใช่หรือไม่

เชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการ สนับสนุนข้อสังเกตของวิโรจน์ พร้อมมองว่าปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้มาตรา 112 มีความข้องเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งทางการเมืองพอสมควร และต้องเน้นย้ำว่าในหนังสือคำร้องขอฝากขัง ในส่วนอื่นที่กล่าวถึง ดร.พอล แชมเบอร์ส ก็ใช้คำว่าผู้ต้องหา แต่เหตุใดจึงเว้นข้อความ … ไว้เพียงส่วนเดียว ซึ่งทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และนิติกรก็เห็นตรงกันว่าเป็นข้อความส่วนที่มีความสำคัญ

ตอนนี้ยังสรุปไม่ได้ว่าข้อเท็จจริงมีเพียงเท่านี้หรือไม่ แต่ถ้าหากมีเพียงเท่านี้จริง การดำเนินการดังกล่าวอาจจะเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561

นักวิชาการตั้งข้อสังเกต ดำเนินคดีไม่รอบคอบ

สุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการทหาร ย้ำถึงงานวิชาการของ ดร.พอล ซึ่งเป็นคนระมัดระวังเรื่องการพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างมาก และจากประสบการณ์มั่นใจว่า ในงานสัมมนาคงไม่มีผู้เสวนาคนใดที่จะเขียนคำโปรยเพื่อแนะนำตนเอง

การดำเนินคดีนี้ไม่ได้กระทำด้วยความละเอียดรอบคอบ และเคร่งครัดต่อกฎหมายเพียงพอ เพราะข้อความทั้งหมดในงานวิชาการ ไม่มีส่วนใดแสดงความอาฆาตมาดร้าย หรือดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ จึงเห็นว่าเป็นการใช้กฎหมายและหลักฐานประกอบอย่างผิดฝาผิดตัว โดยใช้โพสต์เฟซบุ๊กของบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยไม่มีหลักฐานอื่นประกอบเลย

นอกจากนี้ วิโรจน์ จึงกล่าวว่า คณะกรรมาธิการจะเตรียมทำหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร สอบถามกรณีเลิกจ้าง ดร.พอล เนื่องจากถูกเพิกถอนวีซาโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และหากท้ายที่สุดกระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ออกมาว่า ดร.พอล เป็นผู้บริสุทธิ์ ทางมหาวิทยาลัยนเรศวรมีนโยบายอย่างไรที่จะมอบความเป็นธรรม และมอบเสรีภาพทางวิชาการให้กับ ดร.พอล

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง