ดิอีโคโนมิสต์เผยภาพรวมดัชนีประชาธิปไตยทั่วโลกในปี 2567 พบว่าคะแนนเฉลี่ยลดลงมาอยู่ที่ 5.17 จากทั้งหมดเต็ม 10 ซึ่งนับว่าเป็นระดับที่ต่ำที่สุดตั้งแต่ EIU เริ่มสำรวจเมื่อปี 2549 และยังไม่ปรากฏสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันประชากรโลกมากกว่า 1 ใน 3 ยังคงตกอยู่ภายใต้การปกครองแบบ “เผด็จการ” มากถึง 60 ประเทศ ส่วนของไทยอันดับเท่าปี 66 และศาลรัฐธรรมนูญยังเป็นปัจจัยขวางระบบเลือกตั้ง
ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา The Economist Intelligence Unit หรือ EIU ซึ่งเป็นหน่วยวิจัยด้านเศรษฐกิจและการเมืองของ The Economist ได้เผยแพร่รายงานดัชนีประชาธิปไตยของประเทศต่างๆ ในปี 2567 เช่นเดียวกันกับทุกปีที่ผ่านมา โดยปีนี้มุ่งเน้นไปที่ประเด็นหลักคือ “เกิดอะไรขึ้นกับประชาธิปไตยแบบตัวแทน?”
“ประชาธิปไตยแบบตัวแทน” หรือในความหมายที่เข้าใจง่ายคือ ระบบที่ประชาชนเลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ในรัฐสภา ซึ่งแม้ว่าในปี 2567 ที่ผ่านมา หลายประเทศจะมีการจัดการเลือกตั้งขึ้น ทว่าคะแนนดัชนี
ประชาธิปไตยทั่วโลกกลับลดลง 0.06 เมื่อเทียบปี 2566
กราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงของค่าดัชนีประชาธิปไตยทั่วโลกปี 2549 - 2567

ในการวิเคราะห์ภาพรวมประชาธิปไตย จะเป็นการให้คะแนนโดยยึดตาม 5 ปัจจัยหลัก ได้แก่ กระบวนการการเลือกตั้งและความหลากหลาย, การทำงานของรัฐบาล, การมีส่วนร่วมทางการเมือง, วัฒนธรรมการเมือง และเสรีภาพของพลเมือง นอกจากจะเป็นการให้คะแนนตามระดับแล้ว ยังมีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน โดยใช้วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลจาก World Values Survey (WVS), Pew Research Center, Gallup International และมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
โดยเฉพาะในหมวดการทำงานของรัฐบาล ซึ่งมักได้คะแนนต่ำที่สุดหากเทียบกับปัจจัยอื่นมาตลอดระยะเวลาหลายปี ล้วนแล้วเป็นผลมาจากความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ การไร้ซึ่งประสิทธิภาพ การทุจริต ขาดความโปร่งใส และการไม่รับผิดชอบต่อประชาชน จนทำให้ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลต่างๆ ลดลงเป็นอย่างมาก
EIU ระบุว่าการถดถอยของดัชนีในปี 2567 ไม่ได้มีสาเหตุมาจากประเทศที่เป็นประชาธิปไตย แต่กลับเกิดจากคะแนนเฉลี่ยของประเทศในกลุ่มที่อยู่ในระบอบ “เผด็จการ” ซึ่งอยู่ในระดับที่แย่ลงอย่างต่อเนื่อง และยังคงมีแนวโน้มที่จะมีความเป็นเผด็จการมากยิ่งขึ้นตามกาลเวลา
แม้ว่าสิ่งที่ประชาธิปไตยควรจะเป็น คือการให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการถกเถียง พูดคุยในประเด็นที่มีความสำคัญกับตัวพวกเขาเอง แต่กลับพบว่ารัฐบาลในหลายประเทศ กีดกันการมีส่วนร่วมของประชาชน อีกทั้งกระบวนการตัดสินใจกลับถูกส่งต่อให้กับหน่วยงานที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เช่น ศาล หรือธนาคารกลาง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มตั้งคำถามว่า “ประชาธิปไตยยังสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับสังคมได้อยู่หรือไม่”
เมื่อฝ่ายอนุรักษนิยมไทยยังคงกุมการเลือกตั้ง
ในขณะที่การจัดอันดับประชาธิปไตย พบว่าประเทศไทยยังคงอยู่ในอันดับ 63 ซึ่งนับว่าเป็นอันดับเดิมเมื่อเทียบกับปี 2566 แต่ด้วยคะแนนที่ขยับขึ้นและลงของกลุ่มประเทศสมาชิกในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน ประเทศไทยยังคงมีคะแนนที่ต่ำกว่ามาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย
แม้ว่าในปี 2565 คะแนนดัชนีประชาธิปไตยของไทย จะมีระดับดีขึ้นจน EIU ระบุว่าเป็นประเทศที่มีพัฒนาการดีขึ้นมากที่สุดในโลกของปี 2565 ทว่าในปีถัดๆ มาจนถึงปัจจุบัน คะแนนเฉลี่ยกลับลดลงเรื่อยๆ ทั้งในหมวดของกระบวนการเลือกตั้ง และการทำงานของรัฐบาล อย่างไรก็ตามคะแนนของการมีส่วนร่วมทางการเมืองก็ถือว่าดีขึ้นกว่าปี 2566
ปี | คะแนนรวม | กระบวนการการเลือกตั้งและความหลากหลาย | การทำงานของรัฐบาล | การมีส่วนร่วมทางการเมือง | วัฒนธรรมการเมือง | เสรีภาพของพลเมือง |
2567 | 6.27 | 6.50 | 5 | 8.33 | 5.63 | 5.88 |
2566 | 6.35 | 7 | 6.07 | 7.78 | 5 | 5.88 |
2565 | 6.67 | 7.42 | 6.07 | 8.33 | 5.63 | 5.88 |
2564 | 6.04 | 7 | 5 | 6.67 | 6.25 | 5.29 |
ขณะเดียวกัน EIU วิเคราะห์ว่า ปีที่ผ่านมาประเทศไทยยังต้องเผชิญกับภาวะถดถอยทางประชาธิปไตยเช่นเดียวกันกับหลายประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกรณีที่ฝ่ายตุลาการเข้ามามีบทบาทในการแทรกแซงผลการเลือกตั้ง อย่างการที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล แม้ว่าจะเป็นพรรคที่ได้รับจำนวนที่นั่งมากที่สุดในการเลือกตั้ง 2566 แต่ก็ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้
EIU ชี้ว่า คำตัดสินของศาล เป็นการตอกย้ำว่าอำนาจ “อนุรักษนิยม” ยังคงอยู่ในรัฐธรรมนูญ 2560 ในการขัดขวางเจตจำนงของประชาชนผ่านการควบคุมกระบวนการเลือกตั้งรวมไปถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เหตุการณ์เช่นนี้ ทำให้เกิดการตั้งคำถามต่ออนาคตของระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน รวมถึงเสถียรภาพทางการเมืองของภูมิภาคในระยะยาว
ตระกูลการเมืองในอาเซียนยังส่งต่ออำนาจ
ในกรณีของไทย EIU มองว่าอิทธิพลที่ยังคงอยู่ของตระกูลชินวัตร สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของระบบการสืบทอดอำนาจทางการเมืองของตระกูลได้อย่างชัดเจน นับว่าช่วงระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาหลังจากที่ ทักษิณ ชินวัตร ถูกโค่นอำนาจ แพทองธาร ชินวัตร ก็ได้กลายมาเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดของประเทศในช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2567
ไม่เพียงเฉพาะแค่ประเทศไทย ที่ต้องเผชิญกับการสืบทอดอำนาจของตระกูลทางการเมือง ขณะเดียวกันหลายประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็กำลังประสบปัญหาคล้ายคลึงกันอย่างอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่ง EIU ระบุว่า แนวโน้มลักษณะนี้คือการก่อตัวของเครือข่ายอุปถัมภ์ทางการเมือง ที่อาจบั่นทอนการทำงานของประชาธิปไตยได้หากเกิดขึ้นเป็นระยะเวลายาวนาน
