สสจ.มุกดาหาร ยันไม่พบผู้เสียชีวิตรายใหม่จาก “โรคแอนแทรกซ์” อย่าหลงเชื่อข้อมูลเท็จ ขอให้ติดตามข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ส่วนผู้ป่วยเข้าข่าย 3 ราย ยืนยันไม่พบเชื้อแล้ว 2 ราย เหลือ 1 รายคาดทราบผล 4 พ.ค. ส่วนกลุ่มเสี่ยงและผู้สัมผัส 638 ราย คาดว่าไม่มีกลุ่มเสี่ยงเพิ่มแล้ว โดยต้องติดตามต่อเนื่องจากกรอบเวลากำหนด 60 วัน ย้ำไม่ติดต่อจากคนสู่คน

3 พ.ค. 2568 Hfocus รายงานว่า ตามที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร (สสจ.) เผยสถานการณ์เฝ้าระวังโรคแอนแทรกซ์ ที่มีผู้เสียชีวิตก่อนหน้านี้แล้ว 1 ราย จากการชำแหละและรับประทานเนื้อวัวดิบ กระทั่งวานนี้(2 พ.ค.)ผลทางห้องปฏิบัติการตรวจเชื้อด้วยวิธี RT-PCR พบผู้ติดเชื้ออีก 1 ราย โดยยังมีผู้ป่วยที่เข้าข่าย 3 รายที่ต้องรอผลการตรวจเชื้อจากห้องปฏิบัติการด้วยวิธี RT- PCR ซึ่งคาดว่าจะทราบผลในวันนี้(3 พ.ค.)
ล่าสุดวันที่ 3 พฤษภาคม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร เผยแพร่ผลการเฝ้าระวังสถานการณ์ “โรคแอนแทรกซ์” ในจ.มุกดาหาร โดยระบุว่า ผลการตรวจผู้ป่วยเข้าข่ายสงสัยยืนยันไม่พบเชื้อ 2 ราย ดังนั้นจะเหลือที่เข้าข่ายสงสัยอีก 1 ราย ซึ่งกำลังรักษาที่รพ.มุกดาหาร ส่งผลให้ขณะนี้มีผู้ป่วยยืนยันสะสมรวม 2 ราย และเสียชีวิตก่อนหน้านี้ 1 ราย
ส่วนกลุ่มเสี่ยงและผู้สัมผัสรวมทั้งสิ้น 638 ราย แบ่งเป็น ผู้ชำแหละ 36 ราย ผู้รับประทานเนื้อดิบ 472 ราย และผู้สัมผัสร่วมบ้านผู้ชำแหละ 130 ราย ซึ่งทั้งหมดได้รับยา Doxycycline เพื่อป้องกันโรค โดยให้กินติดต่อกันต่อเนื่อง 7 วัน ครบทุกราย และย้ำว่า โรคนี้ไม่ติดต่อจากคนสู่คน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากกลุ่มพัมนาสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดมุกดาหาร ในเรื่องการควบคุมโรคในสัตว์ ขณะนี้ตีวงการดูแลโคในรัศมี 5 กิโลเมตรจำนวน 1,222 ตัว ฉีดยาปฏิชีวนะในโคพื้นที่เสี่ยง 124 ตัว และโค กระบือได้รับวัคซีนป้องกันโรค 1,098 ตัว และยังไม่พบสัตว์ป่วยตาย
นพ.ณรงค์ จันทร์แก้ว นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) มุกดาหาร กล่าวว่า จากผลตรวจเชื้อดังกล่าวแสดงว่าจะเหลือผู้ป่วยที่เข้าข่ายเพียง 1 ราย คาดว่าจะทราบผลภายในวันพรุ่งนี้(4 พ.ค.) อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ตัวเลขกลุ่มผู้สัมผัสที่ต้องเฝ้าระวังต่อไปจนครบ 60 วัน ยังเป็นจำนวน 638 คน น่าจะจบที่ตัวเลยดังกล่าว ไม่มีกลุ่มเสี่ยงเพิ่มเติม ซึ่งไม่จำเป็นต้องกักตัวแต่อย่างใด เนื่องจากโรคนี้ไม่ได้ติดต่อจากคนสู่คน และเรามีระบบในการติดตามกลุ่มดังกล่าว มีอสม.ในการช่วยติดตามข้อมูลด้านสุขภาพ
“นอกจากนี้ ขอย้ำเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข้อมูลเท็จ ที่มีการแชร์กันและบางสื่อนำไปเสนอว่า มีผู้เสียชีวิตจากโรคแอนแทรกซ์เพิ่มเป็น 3 ราย ซึ่งจากการตรวจสแบข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง ยังคงมีผู้เสียชีวิตรายเดิมจากโรคแอนแทรกซ์ คือ 1 ราย” นพ.ณรงค์กล่าว
