การเลือกตั้งประธานาธิบดีเกาหลีใต้แทนตำแหน่งยุน ซอกยอล เข้มข้นขึ้น โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ 2 คนสำคัญ ได้แก่ อี แจ-มย็อง และ คิม มุนซู เปิดศึกโต้วาทีทางโทรทัศน์รอบแรก จากกำหนดจัดทั้งหมดสามครั้ง โดยการเลือกตั้งจะจัดขึ้นวันที่ 3 มิ.ย. นี้
21 พ.ค. 2568 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ 2 คนสำคัญ ได้แก่ อี แจ-มย็อง และ คิม มุนซู เปิดศึกโต้วาทีทางโทรทัศน์รอบแรก จากกำหนดจัดทั้งหมดสามครั้ง ในการสำรวจความคิดเห็นเมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2568 อี แจ-มย็อง มีคะแนนนำอยู่ที่ 51 เปอร์เซนต์ ขณะที่คิม มุนซู ตามหลังอยู่ที่ 29 เปอร์เซนต์
อี แจ-มย็อง ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้จากพรรคประชาธิปไตย (DP) ผู้นำฝ่ายค้านถูกฝ่ายตรงข้ามวิจารณ์ว่าเป็นมิตรกับจีนมากเกินไป หลังจากที่เขาแสดงความเห็นว่าเกาหลีใต้ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างจีนกับไต้หวัน และเรียกร้องให้ปลดอาวุธนิวเคลียร์ในคาบสมุทรเกาหลี เขาเสริมด้วยว่าไม่ควรถือข้างสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียว การจัดการความสัมพันธ์กับจีนและรัสเซียก็ถือว่าสำคัญเช่นเดียวกับความร่วมมือด้านความมั่นคงกับสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ส่วนนโยบายเศรษฐกิจ อีเห็นว่า เกาหลีใต้ไม่ควรเร่งรีบในการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ควรลงทุนในเอไอมากขึ้น คุ้มครองแรงงานและสนับสนุนการทำงาน 4.5 วันต่อสัปดาห์
อีเรียกร้องให้แก้รัฐธรรมนูญ และมีการลงประชามติให้ประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี และได้ 2 สมัย ซึ่งปัจจุบันวาระการดำรงตำแหน่งได้ 1 ครั้ง 5 ปี
ขณะที่คิม มุนซู ผู้สมัครจากพรรคพลังประชาชน (PPP) ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษนิยม ที่มาแทนยุน ซอกยอลให้คำมั่นว่าจะสร้างงานและแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เอื้อกับธุรกิจ เขายังมีแนวคิดจัดตั้งหน่วยงานที่ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา โดยใช้งบประมาณมากกว่า 5 เปอร์เซนต์ของงบประมาณ
คิมต้องเผชิญโจทย์ซับซ้อนว่าจะรักษาฐานเสียงอนุรักษนิยมที่แข็งแรงไว้ได้อย่างไร ขณะเดียวกันก็พยายามขยายฐานสนับสนุนไปยังกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งสายกลางที่มีบทบาทชี้ขาดผลเลือกตั้ง โดยฐานเสียงของพรรค PPP ที่แทกู จังหวัดคย็องซังโดยังเหนียวแน่น ส่วนฐานเสียงในโซลและเขตเมืองใหญ่กลับนิยมพรรคประชาธิปไตยเกาหลี DKP
พรรค PPP อยู่ในสภาพแตกแยกและส่งผลให้คิมประสบความยากลำบากในการหาเงินสนับสนุนการหาเสียง คิมถูกโดดเดี่ยวทางการเมือง เขาถูกกล่าวหาว่าได้รับเลือกให้ลงสมัครเพราะแกนนำพรรคเห็นว่า คาบคุมเขาได้ง่าย ฮาน ดง-ฮุน ซึ่งเป็นคู่แข่งในตอนที่ลงชิงเป็นตัวแทนพรรคก็ประกาศไม่สนับสนุน เขาเรียกร้องให้คิมตัดสัมพันธ์กับอดีตประธานาธิบดียุนและภริยา และประกาศขอโทษต่อสาธารณะที่คล้อยตามกับการประกาศกฎอัยการศึกและคัดค้านการถอดถอน ส่วนอดีตนายกรัฐมนตรี ฮาน ดุค-ซู ที่เคยสนับสนุนคิมก็ปฏิเสธคำเชิญให้เป็นหัวหน้ายุทธศาสตร์หาเสียงเลือกตั้ง
อดีตประธานาธิบดียุนที่ประกาศไม่ยุ่งเกี่ยวกับพรรคเมื่อวันที่ 17 พ.ค.68 สนับสนุนคิมชัดเจน เขาชักชวนให้ผู้สนับสนุนผู้สมัครของพรรค พร้อมเตือนว่าถ้าพรรคฝ่ายค้านชนะจะเป็นภัยต่ออำนาจอธิปไตยของเกาหลีใต้ ความสัมพันธ์ระหว่างคิมกับยุนซับซ้อน คิมเคยเป็นรัฐมนตรีแรงงานในรัฐบาลของยุน ทั้งคู่มีอุดมการณ์แนวเดียวกัน
คิมเกี่ยวข้องกับขบวนการฝ่ายขวาหัวรุนแรงมายาวนาน ซึ่งเป็นขบวนการเคลื่อนไหวถอดถอนประธานาธิบดีปาร์ค กึน-ฮายในปี 2017 ที่ต่อมาเมื่อพรรค DPK ชนะการเลือกตั้งในปี 2020 ฝ่ายขวากล่าวหาว่าการเลือกตั้งไม่โปร่งใส การโน้มเอียงไปทางฝ่ายขวาเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงของพรรค PPP เพราะอาจจะไม่ได้คะแนนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งสายกลางได้
เรียบเรียงจาก
