Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ยกคำร้องของรัฐสภาเกาหลีใต้ที่เสนอถอดถอนนายกรัฐมนตรีฮัน ด็อกซู ซึ่งทำหน้าที่รักษาการประธานาธิบดีหลัง “ยุน ซอกยอล” ประธานาธิบดีประกาศกฎอัยการศึกล่มและถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอว่า “ฮัน ด็อกซู” สนับสนุนการประกาศกฎอัยการศึก ด้านพรรคฝ่ายค้านเกาหลีใต้ซึ่งครองเสียงข้างมากในรัฐสภาและลงมติถอดถอน “ฮัน ด็อกซู” มองว่าศาลวินิจฉัยขัดแย้งกับสามัญสำนึกของประชาชนและหลักนิติธรรม

 

24 มี.ค. 2568 ศาลรัฐธรรมนูญของเกาหลีใต้วินิจฉัยยกคำร้องของสมัชชาแห่งชาติหรือรัฐสภาเกาหลีใต้ที่เสนอถอดถอนนายกรัฐมนตรีฮัน ด็อกซู ส่งผลให้เขากลับมาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีและรักษาการประธานาธิบดีทันที หลังจากต้องพ้นจากตำแหน่งชั่วคราวเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2567

คำตัดสินนี้มีขึ้นหลังจากการลงมติถอดถอนผ่านสมัชชาแห่งชาติครบ 87 วัน โดยเดิมทีฮันรับหน้าที่รักษาการประธานาธิบดี หลังจากประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่จากเหตุประกาศกฎอัยการศึกส่งทหารยึดสภาเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.

โฆษณา - Advertising

ในระหว่างที่ ฮัน ด็อกซูพ้นจากตำแหน่ง ชเว ซังมก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รับบทบาทเป็นหัวหน้ารัฐบาลแทน และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำตัดสิน ฮัน ด็อกซู ก็กลับมาดำรงตำแหน่งทั้งสองทันที

ในบรรดาผู้พิพากษา 8 คน มี 5 คนที่ลงมติไม่เห็นด้วยกับการถอดถอน 1 คนเห็นชอบ และอีก 2 คนลงความเห็นว่าคำร้องไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะดำเนินการถอดถอน

แฟ้มภาพการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้เมื่อ 21 มกราคม 2568 ที่มา: Wikipedia/ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้

โดยหนึ่งในข้อกล่าวหาหลักที่ยื่นถอดถอนรักษาการประธานาธิบดีก็คือ เขาสนับสนุนหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกาศกฎอัยการศึก โดยเสนอให้ยุน ซอกยอล จัดการประชุมคณะรัฐมนตรีก่อนการประกาศ ทั้งนี้การอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีถือเป็นเงื่อนไขสำคัญตามรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลที่ชัดเจนเพียงพอเพื่อยืนยันว่า ฮัน ด็อกซู มีบทบาทเชิงรุกในการสนับสนุนการประกาศกฎอัยการศึก

“ไม่มีพยานหลักฐานหรือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า ฮันได้ดำเนินการเชิงรุก เช่น การเสนอให้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อรองรับความชอบธรรมในกระบวนการประกาศกฎอัยการศึก” ศาลระบุ

อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบยกในการถอดถอนคือ ฮัน ด็อกซู ล่าช้าในการแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญตามที่สมัชชาเสนอชื่อจำนวน 3 คน ซึ่งหลังจากเขาถูกถอดถอน ชเว ซังมก ในฐานะรักษาการประธานาธิบดีได้แต่งตั้งไปแล้ว 2 คน

ศาลชี้ว่า การล่าช้าดังกล่าวละเมิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายบางประการ แต่ยังไม่ร้ายแรงเพียงพอที่จะถือเป็นเหตุถอดถอน

“การเสนอชื่อของสมัชชาแห่งชาติไม่มีข้อบกพร่องทางกฎหมาย ฮัน ด็อกซู จึงมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้พิพากษาเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม ไม่ปรากฏหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าเขาจงใจล่าช้าเพื่อทำให้ศาลไร้ความสามารถในการพิจารณาคดีถอดถอนยุน ซอกยอล การกระทำของเขาไม่ถือเป็นการบั่นทอนความไว้วางใจจากประชาชน” ศาลกล่าว

ในประเด็นเรื่ององค์ประชุมที่จำเป็นในการถอดถอนนายกรัฐมนตรี ศาลเห็นว่าสถานะของรักษาการประธานาธิบดีไม่ใช่ตำแหน่งใหม่ จึงควรใช้เกณฑ์เดียวกับคณะรัฐมนตรีทั่วไป นั่นคือเสียงข้างมากธรรมดา

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ในเวลานั้น สมัชชาแห่งชาติลงมติถอดถอนฮัน ด็อกซู 151 เสียง จากสมาชิกทั้งหมด 300 คน ซึ่งเพียงพอต่อการถอดถอนนายกรัฐมนตรีในสถานะปกติ อย่างไรก็ตาม มีฝ่ายหนึ่งแย้งว่า ควรใช้เกณฑ์ 200 เสียง เพราะในเวลานั้น ฮัน ด็อกซู ดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดี

“รักษาการประธานาธิบดีเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน ไม่ใช่ตำแหน่งใหม่ ดังนั้นตามมาตรา 65 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ จึงใช้เกณฑ์เสียงข้างมากของจำนวนสมาชิกสมัชชาทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าการถอดถอนครั้งนี้มีผลสมบูรณ์” ศาลระบุ

ศาลยังปฏิเสธข้อกล่าวหาอื่นที่สมัชชาแห่งชาติเสนอ เช่น ฮัน ด็อกซู ปฏิเสธไม่เสนอชื่อผู้ตรวจสอบพิเศษในคดีข้อกล่าวหากบฏของยุน ซอกยอล ใช้อำนาจวีโต้กฎหมายตั้งผู้ตรวจสอบกรณีคอร์รัปชันของคิม กอนฮี ภริยาของยุน ซอกยอน และพยายามบริหารประเทศร่วมกับอดีตหัวหน้าพรรครัฐบาล พลังประชาชน (PPP) ฮัน ดงฮุน

หลังคำตัดสิน ฮัน ด็อกซู แถลงผ่านโทรทัศน์ เรียกร้องความร่วมมือระหว่างฝ่ายการเมืองเพื่อให้ประเทศก้าวพ้นวิกฤตและก้าวไปข้างหน้าอีกครั้ง “ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้ประเทศเอนเอียงซ้ายหรือขวา พวกเขาต้องการให้เราก้าวไปข้างหน้าและพัฒนา ผมจะทำทุกวิถีทางเพื่อขับเคลื่อนวาระแห่งชาติที่สำคัญให้เป็นไปอย่างมั่นคงและรวดเร็ว ผ่านความร่วมมือของทุกฝ่าย” ฮัน ด็อกซูกล่าว

“แม้ประชาชนยังเผชิญความขัดแย้งหลากหลาย แต่ความปรารถนาที่ให้เกาหลีเติบโตและก้าวหน้าเป็นสิ่งที่ทุกคนมีร่วมกัน และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น เราต้องเปลี่ยนแปลง”

ฮัน ด็อกซู ยังกล่าวด้วยว่า จะให้ความสำคัญกับประเด็นการค้าระหว่างประเทศ ภายใต้ความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

“ผมจะใช้สติปัญญาและความสามารถทั้งหมดเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศในการทำสงครามการค้า ทุกการตัดสินใจจะตั้งอยู่บนผลประโยชน์ของอุตสาหกรรมเกาหลีและคนรุ่นต่อไป” เขากล่าว

ด้านทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์สนับสนุนคำตัดสินของศาล โดยระบุว่า “คำวินิจฉัยในวันนี้แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า การยื่นถอดถอนบ่อยครั้งของสมัชชาแห่งชาติเป็นการใช้อำนาจอย่างหุนหันพลันแล่นและมีเป้าหมายทางการเมือง เราหวังว่าการกลับมาของนายกรัฐมนตรีฮันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูการบริหารประเทศให้เป็นปกติ”

ขณะที่พรรคพลังประชาชน PPP ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล โดยรักษาการหัวหน้าพรรค PPP ควอน ยองเซ ระบุว่า “คำตัดสินนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของพรรคฝ่ายค้านหลัก พรรคประชาธิปไตยเกาหลี (DPK) ที่ใช้กระบวนการถอดถอนเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อเป็นอุปสรรคต่อรัฐบาล แต่ก็ล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเมื่อเผชิญกับสามัญสำนึกของประชาชนและหลักนิติธรรม”

ทางด้านพรรคประชาธิปไตยเกาหลี DPK แถลงแสดงความเสียใจต่อคำตัดสิน และมองว่าศาลมีคำวินิจฉัยที่ “ขัดแย้งกับสามัญสำนึกของประชาชนและหลักนิติธรรม”

สำหรับ “ยุน ซอกยอล” ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ได้รับการปล่อยตัวแล้ว เมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา หลังถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนานเกือบ 2 เดือน จากเหตุประกาศกฎอัยการศึกที่ถูกมองว่าพยายามทำรัฐประหารเมื่อธันวาคม 2567 โดยศาลแขวงกรุงโซลให้เหตุผลว่าการควบคุมตัวไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่มาจากแรงจูงใจทางการเมือง และแม้เขาจะได้รับการปล่อยตัว แต่ยังคงต้องเข้ารับการไต่สวนในข้อหากบฏและกระบวนการถอดถอนจากตำแหน่งประธานาธิบดี โดยกระบวนการถอดถอนเขาออกจากตำแหน่งแยกกันกับการเอาผิดทางอาญา และหากยุนถูกถอดถอนเกาหลีใต้จะจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ภายใน 60 วัน

 

แปลและเรียบเรียงจาก

Constitutional Court reinstates PM in impeachment trial, 24 March 2025, The Korea Times, https://www.koreatimes.co.kr/www/nation/2025/03/251_394765.html

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising