ศาลเกาหลีใต้ตัดสินลงโทษจำคุก 25 ปี “พัค ซองแจ” อดีตรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ในข้อหามีส่วนร่วมก่อกบฏและใช้อำนาจโดยมิชอบ เนื่องจากพัค ซองแจ มีบทบาทสำคัญในการพยายามประกาศกฎอัยการศึกในสมัยของอดีตประธานาธิบดี “ยุน ซอกยอล” ที่ถูกตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิตไปก่อนหน้านี้
30 มิ.ย. 2569 ศาลอาญากรุงโซลกลาง ได้ตัดสินลงโทษจำคุก 25 ปี พัค ซองแจ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ในข้อหามีส่วนร่วมก่อกบฏและใช้อำนาจโดยมิชอบ จากกรณีที่ช่วยเหลืออดีตประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ในการประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2567
โดยที่ก่อนหน้านี้ โจ อึนซอก สมาชิกคณะอัยการพิเศษด้านคดีก่อกบฏเคยเรียกร้องให้มีการควบคุมตัวพัคโดยทันทีเพราะกลัวว่าเขาจะทำลายหลักฐาน นอกจากนี้ยังขอให้มีการลงโทษจำคุกพัคเป็นเวลา 20 ปี แต่ศาลก็ตัดสินลงโทษหนักกว่าที่ได้ขอไว้
พัคมีบทบาทต่อการประกาศกฎอัยการศึกของยุน โดยมีการเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงยุติธรรมซึ่งเกี่ยวโยงกับการพยายามประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2567
การเรียกประชุมในครั้งนั้น เพื่อให้มีการคัดเลือกอัยการสำหรับหน่วยงานที่จะจัดตั้งขึ้นหลังการใช้กฎอัยการศึก นอกจากนี้ในวาระการประชุมยังมีเรื่องการตรวจเช็คความจุของเรือนจำ ซึ่งน่าจะทำไปเพื่อการใช้ควบคุมตัวนักการเมืองและบุคคลสำคัญที่ถูกวางไว้ว่าจะถูกจับกุมในช่วงที่ประกาศกฎอัยการศึก รวมถึงยังมีการสั่งให้เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการแบนการเดินทางต้องมารายงานตัวเพื่อทำหน้าที่นี้ด้วย
ศาลระบุว่าจำเลยได้ทำการ "ละทิ้งหน้าที่ในการรักษารัฐธรรมนูญโดยมีความคาดหมายว่าการก่อกบฏจะประสบความสำเร็จ จึงได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการก่อกบฏ"
ศาลระบุว่า "การก่อกบฏวันที่ 3 ธันวาคมถือเป็น 'การก่อกบฏแบบบนลงล่าง' โดยมาจากประธานาธิบดีที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนและมาจากผู้ติดตามของเขา ... มันนับเป็นการกระทำที่สั่นคลอนรากฐานอธิปไตยของประชาชน ประชาธิปไตย และหลักนิติธรรม ... ถึงแม้ว่ารัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมจะมีหน้าที่รักษากฎรัฐธรรมนูญ แต่พัคก็ไม่ทำตามหน้าที่ความรับผิดชอบของตนแล้วหันไปร่วมกับการกบฏ โดยเชื่อว่าการประกาศกฎอัยการศึกษาจะสำเร็จ"
สำหรับข้อหาใช้อำนาจโดยมิชอบนั้นศาลระบุถึงกรณีการเรียกประชุมที่มีการเตรียมพร้อมสำหรับการเอื้ออำนวยต่อการใช้อำนาจประกาศกฎอัยการศึก อย่างการเตรียมสั่งห้ามเดินทางหรือเตรียมจับกุมคนเข้าเรือนจำ ให้นับเป็นการใช้อำนาจในทางที่ผิด รวมถึงเรื่องการร่างเอกสารให้ความชอบธรรมแก่การประกาศกฎอัยการศึกเพื่อเป็นการต่อต้านกระบวนการถอดถอนและการสืบสวนยุนในเรื่องก่อกบฏ ซึ่งนับเป็นการใช้อำนาจในทางที่ผิดเช่นกัน
ศาลเกาหลีใต้ระบุว่า การกระทำของพัคนั้น "มีเป้าหมายเพื่อเป็นการปราบปรามฝ่ายต่อต้านยุนในทางการเมืองและเพื่อลบล้างอำนาจของรัฐสภาในการยกเลิกกฎอัยการศึก" และแม้แต่หลังจากที่การประกาศกฎอัยการศึกไม่สำเร็จพัคก็ยังคงไม่รับผิดรับชอบหรือแสวงหาความจริง แต่ได้ทำการ "วางแผนที่จะโต้ตอบกระบวนการสืบสวนและถอดถอนยุน"
ศาลเกาหลีใต้ได้ใช่สมุดบันทึกของอดีตผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองกลาโหม โน ซังวอน มาเป็นหลักฐานว่ามีการวางแผนประกาศกฎอัยการศึกโดยมีการไตร่ตรองไว้ก่อนล่วงหน้า รวมถึงระบุอีกว่าพัคได้เปลี่ยนคำให้การทุกครั้งที่มีหลักฐานใหม่ปรากฏซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีความจริงใจในการที่จะสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นเลย
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อดีตประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ก็ถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาก่อกบฏจากกรณีพยายามประกาศกฎอัยการศึก 3 ธันวาคม ซึ่งมีการยื่นอุทธรณ์คำตัดสินและกำลังรอคำตัดสินชั้นอุทธรณ์
ในขณะที่ศาลตัดสินลงโทษพัคในข้อหาเกี่ยวข้องกับการประกาศกฎอัยการศึก ศาลก็ยกฟ้องพัคในข้อหาละเมิดกฎหมายต่อต้านการทุจริต ซึ่งไม่ได้อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะอัยการพิเศษ
นอกจากกรณีกฎอัยการศึกแล้ว คณะอัยการพิเศษยังเคยดำเนินคดีกับพัคในข้อหาออกคำสั่งที่ไม่เหมาะสมต่อผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งคำสั่งดังกล่าวเป็นการทำตามคำขอของภริยาของยุน คิม ก็อน-ฮี เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 ให้มีการตรวจเช็ครายละเอียดการสืบสวนสอบสวนของอัยการในข้อกล่าวหาที่เธอถูกกล่าวหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน
เรียบเรียงจาก
Ex-justice minister given 25-year prison sentence for martial law role, The Korea Times, 22-06-2026
Former Justice Minister Park Sung-jae Sentenced to 25 Years, The Chosun Daily, 22-06-2026
https://www.chosun.com/english/national-en/2026/06/22/WACELLHFNRHSPHVZJFKQ62VXSA/
