อัยการมีคำสั่งฟ้อง ‘เนติวิทย์’ จากการไม่เข้ารับคัดเลือกเกณฑ์ทหาร และไม่มีเหตุให้งดเว้น ก่อนได้ประกันตัว เจ้าตัวยืนยันสู้คดี ชี้เป็นการปฏิเสธด้วยมโนธรรมและสิทธิเสรีภาพพื้นฐานที่ใครก็ตามไม่ควรถูกบังคับให้ร่วมระบบฝึกฝนที่รุนแรงหรือขัดต่อความเชื่อตนเอง และหวังว่าการต่อสู้ด้วยสันติวิธีนี้จะทำให้กองทัพโปร่งใสมากขึ้น
เมื่อ 22 พ.ค. 2568 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานวันนี้ (22 พ.ค.) ที่ศาลแขวงสมุทรปราการ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงสมุทรปราการได้ยื่นฟ้อง เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรมการเมือง ข้อหาหลีกเลี่ยงไม่เกณฑ์ทหาร ตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 45 จากกรณีเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2567 เนติวิทย์ ได้เดินทางไปสถานที่ตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการประจำปี 2567 (เกณฑ์ทหาร) ที่เทศบาลบางปู ก่อนอ่านแถลงการณ์อารยะขัดขืนไม่เข้าร่วมกับการบังคับเกณฑ์ทหาร
ย้อนไปเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2567 เนติวิทย์ได้เดินทางไปสถานที่ตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการประจำปี 2567 (เกณฑ์ทหาร) ที่เทศบาลตำบลบางปู จ.สมุทรปราการ ก่อนอ่านแถลงการณ์อารยะขัดขืน ไม่เข้าร่วมกับการบังคับเกณฑ์ทหาร เนื่องจากขัดกับหลักสิทธิมนุษยชน ความเชื่อทางศีลธรรม ทั้งยังล้าสมัย ไม่มีประสิทธิภาพ และมีส่วนทำให้สังคมไทยไม่เป็นประชาธิปไตย และการไม่เข้าร่วมการเกณฑ์ทหารของเขานั้นเป็นสิ่งจำเป็นต้องทำ เพื่อสิทธิเสรีภาพของพลเมืองที่ดีขึ้น และเพื่อให้กองทัพที่เคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเหมาะสมกับยุคสมัย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
จากนั้น นายอำเภอเมืองสมุทรปราการ จึงได้มอบหมายให้ พ.ท.กัมพล สังข์สาลี สัสดีอำเภอเมืองสมุทรปราการ มาแจ้งความร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี
ต่อมา เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2567 เนติวิทย์เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.บางปู จ.สมุทรปราการ โดย พ.ต.ต.คมกฤชต์ ทองอุไร พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา “หลีกเลี่ยงหรือขัดขืนไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการตามหมายเรียก หรือมาแต่ไม่เข้ารับการตรวจ หรือไม่อยู่จนกว่าการตรวจเลือกแล้วเสร็จ หรือขัดขืนด้วยประการใด ๆ เพื่อจะไม่ให้เข้ารับราชการทหารกองประจำการ” อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 45 โดยเนติวิทย์ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้กับอัยการเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา
'เนติวิทย์' ยืนยันสู้คดี ชี้การปฏิเสธเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ก่อนได้ประกัน
วันนี้เวลา 10.10 น. ที่สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงสมุทรปราการ เนติวิทย์ เดินทางเข้าพบพนักงานอัยการ เมื่อตรวจสอบบัตรประชาชนเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่จึงพาเนติวิทย์ขึ้นรถตู้ไปที่ศาลแขวงสมุทรปราการเพื่อยื่นฟ้องในคดีนี้
ณัฐปรียา ชาติสัมปันน์ พนักงานอัยการคดีศาลแขวงสมุทรปราการ เป็นผู้เรียงฟ้องคดี โดยสรุปว่า จำเลยเป็นทหารกองเกินซึ่งนายอำเภอเมืองสมุทรปราการ ได้ออกหมายเรียกให้มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือกเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ในวันที่ 5 เม.ย. 2567 เวลา 07.00 น. ณ หอประชุมซีคอมเพล็กซ์เทศบาลตำบลบางปู และจำเลยได้ลงชื่อรับทราบหมายเรียกของนายอำเภอเมืองสมุทรปราการดังกล่าวแล้ว
โดยเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2567 จำเลยได้หลีกเลี่ยงขัดขืนไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือกเข้ารับราชการกองประจำการตามหมายเรียกดังกล่าว โดยไม่มีเหตุยกเว้นตามกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ศาลและตำรวจศาลจะนำตัวเนติวิทย์ ขึ้นไปที่ห้องพิจารณาคดีที่ 11 แทนการนำตัวไปคุมขังที่ห้องขังใต้ถุนศาล โดยผู้พิพากษาหัวหน้าศาลระบุว่า เนติวิทย์มารายงานตัวทุกครั้งและไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงไม่ออกหมายขัง และให้มาดำเนินการที่ห้องพิจารณาคดีแทนห้องขัง
ศาลอ่านคำฟ้องให้ฟังจำเลยฟังอีกครั้ง ก่อนสอบถามเนติวิทย์ ว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธตลอดข้อกล่าว เนติวิทย์ แถลงยืนยันว่า ขอปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ศาลจึงสอบถามว่าต้องการจะหาทนายความในคดีด้วยตนเองหรือไม่ เนติวิทย์ แจ้งว่า จะหาทนายความเอง
ศาลแจ้งว่า จะไม่ออกหมายขังเนติวิทย์ จำเลยจึงไม่ต้องยื่นขอประกันตัว เพียงขอให้เนติวิทย์สาบานตนว่าจะเดินทางมาศาลตามนัดทุกนัด
ต่อมา ศาลอ่านรายงานกระบวนพิจารณาระบุว่า “พฤติการณ์แห่งคดี ไม่ปรากฏว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น จึงไม่ขัง แต่ให้จำเลยสาบานตนว่าจะมาตามนัด” เนติวิทย์ จึงลงไปสาบานตนบริเวณงานประชาสัมพันธ์ของศาล
ศาลกำหนดนัดคุ้มครองสิทธิฯ หรือนัดพร้อมเพื่อสอบคำให้การจำเลย ตรวจพยานหลักฐาน และกำหนดวันนัดสืบพยานในวันที่ 9 มิถุนายน 2568 เวลา 08.30 น.
ในวันเดียวกันนี้ (22 พ.ค.) เมื่อเวลา 11.31 น. เนติวิทย์แถลงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเนื่องในวันครบรอบ 11 ปีของการรัฐประหาร เพื่อยืนยันการต่อสู้ในแนวทางของเสรีภาพ มโนธรรม และความไม่รุนแรง มีใจความว่า "การปฏิเสธเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรม (conscientious objection) เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรับรองในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ประชาชนไม่ควรถูกบังคับให้เข้าร่วมในระบบที่ฝึกฝนความรุนแรงหรือขัดต่อความเชื่อส่วนบุคคล"
และ “ระบบเกณฑ์ทหารในไทย เป็นต้นเหตุของการคอร์รัปชัน ความรุนแรง และการใช้อำนาจของกองทัพเกินขอบเขตมาช้านาน ผมเชื่อว่าการต่อสู้ด้วยสันติวิธีครั้งนี้จะนำไปสู่กองทัพที่โปร่งใสขึ้น และสังคมไทยที่เคารพเสรีภาพมากขึ้น”
